โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หนี้ดี vs หนี้ไม่ดี แยกให้ชัด ! ก่อนตัดสินใจก่อหนี้

Wealthy Thai

อัพเดต 15 มี.ค. เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 03.32 น.

ในโลกการเงินที่เต็มไปด้วยทางเลือกและโอกาส การเป็นหนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัวเสมอไป หากเรารู้จักเลือกและจัดการหนี้อย่างชาญฉลาด หนี้บางประเภทสามารถกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งและเสริมสร้างอนาคตที่ดีได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "หนี้ดี" ที่จะนำมาซึ่งผลตอบแทนในระยะยาว เช่น หนี้เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การศึกษา หรือการประกอบอาชีพ ในขณะเดียวกัน หากไม่ระมัดระวัง เราก็อาจตกอยู่ในวงจรของ "หนี้ไม่ดี" ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาการเงินในอนาคตได้
ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของหนี้และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ Wealthy Thai จึงอยากชวนทุกคนมาดูความแตกต่างระหว่าง “หนี้ดี” และ “หนี้ไม่ดี” เพื่อให้การก่อหนี้นำไปสู่ความสำเร็จและเสริมสร้างอนาคตที่มั่นคง
สำหรับหนี้ที่ดี คือ หนี้ที่จะสร้างประโยชน์ในอนาคตให้เราได้ ซึ่งตัวอย่างของหนี้ที่ดีมี ดังนี้

1.หนี้ที่สร้างรายได้ในอนาคต

เช่น การกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น บ้านหรือ คอนโด เพื่อไปปล่อยเช่าต่อ หรือการกู้ยืมเพื่อซื้อที่ดินในทำเลที่ดี ที่จะสามารถขายต่อในมูลค่าที่สูงขึ้นได้ในอนาคต

2.หนี้เพื่อการศึกษา

การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนกับตัวเอง การมีการศึกษาที่สูงขึ้นจะช่วยให้เรามีศักยภาพ และเพิ่มโอกาสในหน้าที่การงาน ซึ่งจะนำมาซึ่งรายได้ที่มากขึ้น นอกจากนี้การลงทุนในความสามารถใหม่ๆ รอบด้าน ก็จะช่วยให้เรามีโอกาสหารายได้เสริมได้มากขึ้นด้วย

3.หนี้เพื่อประกอบอาชีพ

คือการกู้ยืมเพื่อช่วยในการประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น การกู้สินเชื่อรถยนต์เพื่อทำธุรกิจขนส่ง การกู้เพื่อสร้างโกดังเก็บของ หรือ การกู้เพื่อซื้อเครื่องมือในการทำงาน อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ ก็เป็นการก่อหนี้ที่ช่วยให้เรามีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น เพิ่มโอกาสทำรายได้ในอนาคต
แม้หนี้ที่ดีจะเป็นหนี้ที่สร้างประโยชน์ให้กับเรา แต่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังให้คำแนะนำว่า หนี้ที่ดีควรมีสัดส่วนไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
ส่วนหนี้ที่ไม่ดี คือ หนี้ที่ไม่สร้างประโยชน์หรือรายได้ในอนาคต และอาจส่งผลเสียต่อสถานะทางการเงินของเรา เช่น

1.หนี้ที่เกิดจากความฟุ่มเฟือย

ซึ่งมีสาเหตุมาจากความอยากได้อยากมีและความสุรุ่ยสุร่าย เพื่อตอบสนองความสุขเพียงชั่วคราว เช่น การรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อของแฟชั่นที่ราคาสูงเกินฐานะ เพื่อการปาร์ตี้สังสรรค์อย่างไร้การยับยั้ง หรือ เพื่อการพนัน

2.หนี้ที่เกิดจากความไม่มีวินัยทางการเงิน

คือใช้จ่ายมากเกินจำเป็น เกินรายได้ที่มี จนทำให้ต้องกู้ยืมเพื่อนำเงินไปหมุน ใช้จ่าย ส่งผลให้หนี้เป็นดินพอกหางหมู
โดยสรุป หากเราต้องการเป็นหนี้เพื่อให้เกิดผลดี ควรเลือกก่อหนี้ที่สร้างประโยชน์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การมีหนี้ที่ดีต้องมาพร้อมกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การกู้เงินในระบบสามารถเพิ่มโอกาสในการก่อหนี้ที่ดีได้ เนื่องจากสถาบันการเงินมักมีการคัดกรองการกู้ยืมที่ไม่มีประโยชน์ออก นอกจากนี้ การกู้เงินในระบบยังช่วยให้เราได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...