โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

YouTube X Shopee เขย่าสมรภูมิโซเชียลคอมเมิร์ซ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 พ.ย. 2567 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 07.47 น.
มุกพิม อนันตชัย- การัน อำบานี

สมรภูมิการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซแต่ละรายดูจะร้อนแรงอีกเท่าตัว เมื่อ “ยูทูบ” (YouTube) แพลตฟอร์มวิดีโอระดับโลก ตัดสินใจลงสนามการทำ Affiliate Marketing พร้อมเปิดตัวโปรแกรม “YouTube Shopping” ที่ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากการติดตะกร้าในคอนเทนต์วิดีโอของตนเอง

สิ่งนี้นับเป็นก้าวใหม่จาก YouTube ที่เขย่าวงการโซเชียลคอมเมิร์ซอยู่ไม่น้อย เพราะช่วยให้ Customer Journey ในการซื้อสินค้าสมบูรณ์ขึ้น จากที่แพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นตัวกลางสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าผ่านการนำเสนอของครีเอเตอร์ ทำให้เกิดยอดขาย (Conversion) ในช่องทางอื่นเพียงอย่างเดียว

ถึงเวลาประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Affiliate ในแบบฉบับของ YouTube ค่อนข้างแตกต่างจากอีกค่ายที่โดดเด่นในเรื่องนี้มาก ๆ อย่าง “ติ๊กต๊อก” (TikTok) โดยเฉพาะระบบการดึงสินค้ามาติดตะกร้าในคอนเทนต์ที่ให้ครีเอตอร์ดึงสินค้าจาก TikTok Shop ที่เป็นแพลตฟอร์มของตนเองเท่านั้น ต่างจาก YouTube ที่จะใช้โมเดลดึงสินค้าจากแพลตฟอร์มพาร์ตเนอร์ในประเทศต่าง ๆ

ปัจจุบัน YouTube Shopping ให้บริการใน 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จับมือกับ Shopify, เกาหลีใต้ จับมือกับ Coupang, อินโดนีเซีย และไทย จับมือกับช้อปปี้ (Shopee) หนึ่งในผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“มุกพิม อนันตชัย” หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ YouTube ประเทศไทย กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่ 4 ที่ให้บริการโปรแกรมนี้ จากหลายปัจจัย โดยเฉพาะศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีสูงมาก เห็นได้จากรายงาน e-Conomy SEA 2023 ของกูเกิล (Google) ที่คาดว่าในปี 2568 มูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Value) สูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.68 ล้านล้านบาท)

โดยในปี 2566 อีคอมเมิร์ซมีสัดส่วน 61% ของมูลค่าสินค้ารวม และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจนมีมูลค่าแตะ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.01 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 อีกทั้งเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) ของไทยแข็งแกร่งมาก สะท้อนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของคอมมิวนิตี้บนแพลตฟอร์ม โดยช่องที่มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน มีกว่า 1,000 ช่อง ส่วนช่องที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 แสนคน มีมากกว่า 11,000 ช่อง และเวลาของวิดีโอที่อัพโหลดบนแพลตฟอร์มยังเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 35%

เขย่าสมรภูมิช็อปปิ้งออนไลน์

หลายปีที่ผ่านมา YouTube เป็นพื้นที่สำหรับการสร้างรายได้ของครีเอเตอร์มากมาย บางคนเริ่มจากการทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม แต่ปัจจุบันกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ และมีแบรนด์ของตนเองแล้ว เช่น ICEPADIE (ไอซ์-ภาวิดา ชิตเดชะ) และ Archita Station (อาชิ-อาชิตา ศิริภิญญานนท์) เป็นต้น

“มุกพิม” กล่าวต่อว่า นอกจาก YouTube จะเป็นพื้นที่สำหรับการรับชมความบันเทิงแล้ว ยังเป็นบ้านของการช็อปปิ้งขนาดใหญ่ โดยผลสำรวจจาก Kantar ระบุว่า 93% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าข้อมูลบน YouTube ทำให้รู้สึกมั่นใจในการสินค้าซื้อมากขึ้น รวมถึงยอดการรับชมคอนเทนต์เกี่ยวกับการซื้อสินค้ายังมากกว่า 3 หมื่นล้านชั่วโมง

“การเปิดตัวโปรแกรม YouTube Shopping ช่วยต่อยอดให้ครีเอเตอร์มีโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างรายได้ และเป็นพื้นที่ที่ทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้า รวมถึงเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้นด้วย เพราะ 85% ของผู้ชมในไทยให้ความเชื่อมั่นกับคอนเทนต์ของเหล่าครีเอเตอร์ด้วย”

สำหรับครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้จะต้องอยู่ในกลุ่มของ YouTube Partner Program (YPP) หรือกลุ่มที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการโฆษณาบน YouTube ซึ่งมีการกำหนดคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ต้องมียอดผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คน และต้องไม่ใช่ช่องที่สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับเพลง และดนตรี เพราะมีข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ และข้อกำหนดในการใช้แพลตฟอร์ม

“ที่ผ่านมามีครีเอเตอร์ลองขายสินค้าผ่านโปรแกรมนี้แล้วหลายคน เช่น ingck (อิ๊ง-ชยธร กิติยาดิศัย) ยูทูบเบอร์สายบิวตี้ และเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ INGU ที่มีผู้ติดตามช่องกว่า 7.3 แสนคน สามารถสร้างรายได้หลังจากเข้าร่วมโปรแกรมเดือนแรกมากกว่า 115% เป็นต้น”

ติดตะกร้าขยายฐานลูกค้า

การขายสินค้าแต่ละครั้ง ครีเอเตอร์สามารถติดตะกร้าได้ทั้งวิดีโอสั้นบน Shorts และวิดีโอยาว แต่มีข้อกำหนดคือครีเอเตอร์จะต้องกล่าวถึงสินค้านั้น ๆ ในวิดีโอเสมอ ส่วนนโยบายเรื่องค่าคอมมิชชั่นช่วง 6 เดือนแรก ครีเอเตอร์จะได้รับเต็มจำนวน โดยที่ YouTube จะยังไม่หักส่วนแบ่งใด ๆ

“การเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกับ Shopee คือการดึงจุดแข็งของทั้งสองแพลตฟอร์มมาพัฒนาเป็นบริการที่ตอบโจทย์ ทั้งแบรนด์ ครีเอเตอร์ และผู้ซื้อมากขึ้น โดยส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเราและพาร์ตเนอร์ ก็จะเป็นไปตามที่ตกลงกัน”

ด้าน “การัน อำบานี” ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เสริมว่า ที่ผ่านมา Shopee มีโปรแกรมสนับสนุนการทำ Affiliate อย่างต่อเนื่อง โดยครีเอเตอร์จะได้รับค่าคอมมิชชั่นขั้นต่ำ 7% ไปจนถึงสูงสุด 80% หากร้านค้าเข้าร่วมโปรแกรมค่าคอมพิเศษ (Extra Comm) ซึ่งครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมโปรแกรม YouTube Shopping สามารถหยิบสินค้าจากร้านค้าที่ตั้งค่าคอมมิชชั่นพิเศษไว้สูงสุด 80% มาขายได้เช่นกัน

“ความร่วมมือกับ YouTube ไม่ได้กระทบต่อการทำ Affiliate บน Shopee ในแง่จำนวนครีเอเตอร์อยู่แล้ว แต่เป็นการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นมากกว่า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าของเรา เพราะเรารู้ว่าความต้องการในตลาดเกี่ยวกับ Affiliate ยังมีอีกมาก อีกทั้งการทำคอนเทนต์ยังมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของลูกค้าด้วย โดย 88% ของนักช็อป Gen Y และ Gen Z ซื้อสินค้าบน Shopee จากการรับชมคอนเทนต์”

ผู้บริหาร YouTube ประเทศไทย ทิ้งท้ายว่า ในแง่การแข่งขันมองว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกและช่องทางในการสร้างรายได้ให้กลุ่มครีเอเตอร์มากกว่า และไม่คิดว่าเข้ามาในจังหวะที่ช้าเกินไป อาจเป็นผลดีด้วย เพราะทุกคนเข้าใจเรื่องการทำ Affiliate แล้ว ไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องระบบหรือขั้นตอนใด ๆ อีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : YouTube X Shopee เขย่าสมรภูมิโซเชียลคอมเมิร์ซ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...