สำรวจสำเพ็ง! ในวันที่ ผปก.ไทย นั่งเหงา ทุนจีนล้น ค่าเช่าที่พุ่งกระฉูด 2 แสนต่อเดือน เจ๊งระนาว
สำรวจสำเพ็ง! ในวันที่ ผปก.ไทย นั่งเหงา ทุนจีนล้น ค่าเช่าที่พุ่งกระฉูด 2 แสนต่อเดือน เจ๊งระนาว
ตลาดสำเพ็ง แหล่งซื้อขายสินค้ายอดนิยมของเหล่านักช้อปอีกที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผ้า กิ๊ฟต์ช็อป ตุ๊กตาต่างๆ นึกที่ไหนไม่ออกก็ต้องมุ่งหน้าไปที่นี่ แต่ล่าสุดที่ไปเดินตลาดสำเพ็ง มีความรู้สึกว่า บรรยากาศเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก เพราะเหล่าพ่อค้าแม่ขายส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทยอีกต่อไป แต่จะเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (จีน) เข้ามาเป็นเจ้าของกิจการซะส่วนใหญ่
ดังนั้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงถือโอกาสเข้าไปพูดคุยกับผู้ประกอบการไทย ถึงประเด็นที่ทุนจีนเข้ามาลงทุนว่าได้รับผลกระทบอะไรบ้างหรือไม่ หรืออยากให้มีการปรับเปลี่ยน แก้ไขตรงไหนบ้าง อาจเป็นเสียงสะท้อนเล็กๆ ที่คิดว่าอยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
พี่จีนมา พาค่าที่ปั่นป่วน!
เจ้าของธุรกิจร้านผ้าในตลาดสำเพ็งรายหนึ่งพูดคุยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ทุนจีนเข้ามาลงทุนมากขึ้น ทำให้ได้รับผลกระทบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด การมาทำให้ราคาค่าเช่าที่ในตลาดสำเพ็งสูงขึ้นจนเห็นได้ชัด
“คนจีนบ้านเขาเหมือนเก่าไปใหม่มา เช่าไม่ไหวเขาก็ไป แต่คนไทยอย่างเราที่อยู่ ค่าเช่ามันสูงแล้ว ไปคุยกับเจ้าของตึก เขาก็อยากได้ค่าเช่าราคาที่สูง ในช่วงแรกย้อนไป 10-20 ปี ที่ทุนจีนเข้ามา ตอนนั้นก็เริ่มเสียบราคาค่าเช่าที่แล้ว จนตอนนี้คนจีนให้ค่าเช่าเดือนละ 3 แสน คนไทยสู้ไหวหรอก อย่างคนจีนถ้าเขาไม่ไหว เขาก็กลับประเทศ เก่าไปใหม่มา เขาก็มีผู้เล่นรายใหม่ คนเขาเยอะ ก็ไปบอกต่อๆ กันมารับช่วง แต่เราคนไทย เราไปไหนไม่ได้ ถ้าไปก็คือออกไปเลย” เจ้าของร้านผ้ารายหนึ่ง กล่าว
บรรยากาศในตอนนี้กับเมื่อก่อน เจ้าของร้านผ้า เล่าให้ฟังว่า มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อก่อนตรงนี้จะเป็นแถบร้านผ้าเสียทั้งหมด แต่ตอนนี้ เต็มไปด้วยร้านกิ๊ฟต์ช็อป
การที่ทุนจีนเข้ามาลงทุนได้ง่ายๆ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากรัฐบาล ซึ่งต้องมีมาตรการกีดกันทางภาษี ไม่ใช่เอาแต่ที่จะให้พวกเขามาลงทุน แล้วเข้ามาตัดคนไทย คนไทยก็เจ๊งกันหมด ในตลาดสำเพ็งมีคนไทยที่เหลืออยู่แค่ 10% เท่านั้น นอกนั้นเป็นทุนจีนซะส่วนใหญ่ และบางประเทศเท่านั้น
“พี่ก็อายุระดับหนึ่ง มันก็ต้องอยู่ไป ทนๆ ไป ให้ทำไง จะให้พี่ไปเริ่มอาชีพใหม่ ให้ออกอย่างนี้เหรอ พี่ก็ต้องทน มันเป็นทางของเราแล้ว มันเป็นหลายสิบปีแล้ว” เขากล่าว
หากทุกคนลองสังเกตให้ดีว่า ร้านที่เป็นทุนจีนจะไม่รับโอน ส่วนใหญ่จะรับเป็นเงินสดเท่านั้น เพราะพวกเขาจะเอาเงินสดกลับประเทศ จึงไม่ต้องเสียภาษี จึงคิดว่า รัฐบาลควรที่จะเข้าไปควบคุม ทำให้ถูกต้อง
“หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยทำให้เขาเข้ามายากหน่อย เช่น กำแพงภาษี ให้ดูแลเพราะตอนนี้มันหนักจริงๆ
“สินค้าจีน” ราคาถูก ขายตัดหน้า “สินค้าไทย”
หลังจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าของร้านผ้ารายนี้ ทางผู้สื่อข่าวได้เดินสำรวจแล้วไปพบกับผู้ประกอบการร้านเครื่องประดับและได้ร่วมพูดคุยในประเด็นนี้ต่อ
หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมสินค้าจีนราคาถูกมาก ผู้ประกอบการท่านนี้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า อาจเป็นเพราะสินค้าที่เขานำเข้ามาแทบไม่มีต้นทุนเลยก็ว่าได้ เหมือนซื้อของมาเป็นโกดัง เป็นของเหมา ลังละหมื่น แล้วก็นำมาขายตัดราคา ซึ่งลูกค้าก็ไม่รู้ว่าคุณภาพของสินค้าเป็นอย่างไร อาจจะมองเพียงแค่ผิวๆ และดูราคาเป็นหลัก เขาก็สามารถขายทิ้งขายขว้างได้ เพราะต้นทุนมันต่ำ แต่ส่วนของคนไทย มันมีต้นทุน อย่างเครื่องประดับที่ขาย เป็นฝีมือคนไทย มีค่าแรงงาน ซึ่งต้นทุนมันต่างกัน
จะบอกว่า ค่าเช่าที่มีราคาแพงมาก หลักแสนต่อเดือน แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมคนจีนถึงอยู่ได้ แม้ขายสินค้าในราคาหลักสิบ
“พี่เคยถามคนจีนบางคน เขามีแค่พาสปอร์ตด้วยซ้ำ แต่ทำไมเขาอยู่ได้นาน พี่ก็ไม่เข้าใจว่าตรงไหนมันเอื้อเขา อย่างถ้าเป็นแรงงานเขมร ลาว พม่า กัมพูชา เขาเข้ามาในรูปแบบแรงงาน เขาก็มีบัตรชมพู Work Permit ขออนุญาตทำงาน แต่คนจีน ไม่ต้องมีอะไร มีแค่พาสปอร์ต แล้วอยู่ได้นาน มันเอื้อไปหมด”
อีกทั้งยังกล่าวเสริมว่า
“คนไทยไม่รู้ปิดไปเท่าไหร่แล้ว เพราะสู้ไม่ไหว ค่าเช่าก็ต้องเสียเยอะ ถึงอาจจะไม่เสียเยอะกว่าคนจีน แต่ก็ไม่ได้มีเงินทุนไปสู้กับเขา ตอนนี้คนไทยกอดเงินไว้เฉยๆ ไม่เอามาลงทุน เพราะลงทุนไปก็เจ็บตัว สู้เงินเขาไม่ได้”
อย่างไรก็ตาม เจ้าของร้านเครื่องประดับฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ว่า
“ช่วยดู ช่วยควบคุมหน่อย คนไทยแย่ ปิดตัวไปกันเยอะ แล้วมันทำให้บ้านเราเศรษฐกิจไม่ดี ตอนนี้ก็ยังพออยู่ได้ แต่แค่รอ รอว่าเมื่อไหร่จะดับ แค่นั้นเอง”
สินค้าจีนล้นทะลัก แม่ค้าไทยเจ็บหนัก
“ยิ่งกว่ากระทบอีก คนไทยที่เคยเปิดกิจการ ตอนนี้ปิดกันไปหมดแล้ว เขาก็คิดว่าจะอยู่เพื่ออะไร ขืนอยู่ต่อคงจ่ายค่าเช่าหมด หนูลองเดินเข้าไปดูข้างในตรงกลางซอย 100% เป็นคนจีนไปแล้วประมาณ 90% แล้วค่าเช่า 2-3 แสน มันสู้ได้ แค่ 3 หมื่นเรายังสู้ไม่ได้ มันขายทุกอย่าง 10 บาท มันขายได้ แต่เราทำให้ตายก็ไม่ได้ ต้นทุน 10 บาทอ่ะ”
แม่ค้าร้านโบเจ้าหนึ่งในตลาดสำเพ็งคร่ำครวญถึงเรื่องนี้ไว้ ความรู้สึกตอนนี้ เจ็บหนักมากกับการเข้ามาของทุนจีน ทั้งยังบอกว่า ที่ป้าอยู่ได้เพราะป้าผลิตสินค้าเอง เย็บเอง ตัดเอง จ้างคนงานเอง ควักทุนจนไม่มีจะควักเหมือนกันนะ แต่ก็หวังว่าภาครัฐจะช่วยเหลือไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง แต่ความคาดหวังของเธอคือต้องการให้ ผลักทุนจีนออกไป ไม่มาขายแข่งกับผู้ประกอบการคนไทย และฝากถึงภาครัฐว่า
“อย่าเห็นแก่เงิน จีนมาอยู่กูได้ตังค์ แต่เราต้องให้คนไทยอยู่สิ ถ้ารักประเทศชาตินะ นี่รักเปล่าก็ไม่รู้”
ลูกน้องร้องทุกข์
เราพูดถึงในมุมผู้ประกอบการ เจ้าของร้านมาพอสมควร มาถึงตรงนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อยากจะนำเสนอความคิดในมุมของแรงงาน ลูกน้องคนไทย ที่มองเห็นถึงการเข้ามาของทุนจีนอยู่ตลอด ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า
“จีนตีตลาดด้วยการไลฟ์สดลงติ๊กต็อกด้วย คือทั้งซอยแต่ก่อนมีแต่คนไทยเชื้อสายจีน แต่ตอนนี้เป็นคนจีนหมดเลย ลูกน้องก็จะคุยไม่รู้เรื่อง บางคนก็ไม่ใช่คนไทย ส่วนใหญ่เขาก็ปล่อยให้ลูกน้องดูแล แล้วพอมีลูกค้าก็จะคุยไม่รู้เรื่อง คือเขาไม่ได้ยิ้มแย้มแบบเรา แล้วแต่ก่อนทางเดินไม่มีโล่งๆ แบบนี้ คือเดินแทบจะชนกันอย่างกับปลากระป๋อง ดูเดี๋ยวนี้เดินสบาย เรียกได้ว่าคนไทยที่อยู่ได้คือผู้แข็งแกร่ง”
อย่างไรก็ตาม จากที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดสำเพ็ง เห็นได้ชัดเจนว่า ทุนจีนแทบจะครองตลาดไปเสียเกือบหมด ความคึกคักในอดีต เวลาเราไปเดินสำเพ็งจะมีความสนุกกับการได้เดินซื้อของ แต่ตอนนี้ ไม่มีภาพนั้นชัดเจนเท่าที่ควร จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าคนไทยนั่งเหงาๆ รอลูกค้า ซึ่งความคึกคักของตลาดสำเพ็งในตอนนี้ จะมีลูกค้าเยอะเป็นช่วงๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นร้านกิ๊ฟต์ช็อป อาร์ตทอย เสียมากกว่า
จากที่ได้ฟังเหล่าผู้ประกอบการมา อาจสรุปได้ว่า ทุนจีนเข้ามามีบทบาท และเข้ามาลงทุนในประเทศไทยง่ายเกินไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยเป็นอย่างมาก บางรายถึงขั้นต้องปิดตัวลง ดังนั้น จึงอยากให้ทางภาครัฐเข้ามาช่วยดูแล ตรวจสอบ และตั้งข้อกำหนดให้ทุนจีนเหล่านี้ เข้ามาได้ยากขึ้น และเข้ามาอย่างถูกต้อง เพราะตอนนี้ในตลาดสำเพ็ง 90% เป็นทุนจีน ส่วนคนไทยที่ยังคงอยู่ 10% ต้องมีความแข็งแกร่ง หรือไม่ก็รอแค่เวลาให้ธุรกิจมอดดับลงเท่านั้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สำรวจสำเพ็ง! ในวันที่ ผปก.ไทย นั่งเหงา ทุนจีนล้น ค่าเช่าที่พุ่งกระฉูด 2 แสนต่อเดือน เจ๊งระนาว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com