โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Temu บุกไทย โอกาสครั้งใหญ่ โอกาสสร้างมาตรการร่วมปกป้องธุรกิจในประเทศ

Thairath Money

อัพเดต 23 ส.ค. 2567 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2567 เวลา 11.25 น.
ภาพไฮไลต์

Temu (เทมู) หนึ่งในยักษ์ใหญ่ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน แต่ไปเปิดตัวธุรกิจอีคอมเมิร์ซและสำนักงานใหญ่ที่สหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาปักธงในประเทศไทยอย่างเงียบๆ เมื่อ 29 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา นับเป็นประเทศที่สามต่อจากฟิลิปปินส์ และมาเลเซียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็มชื่อของ Temu ได้รับความสนใจอย่างมาก ได้นำมาซึ่งความสงสัยและมีประเด็นถกเถียงกันหลายประการ ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มช็อปปิ้งออนไลน์ที่มีสินค้าหลากหลายจำนวนมาก ตั้งแต่เรื่องคุณภาพสินค้า ราคาดูดีเกินจริง ไปจนถึงความปลอดภัยในการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มนี้

ทำไม Temu จึงกลายเป็นที่น่าจับตามอง และเป็นประเด็นร้อน รวมถึงข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้บริโภคควรรู้ รวมไปถึงผลกระทบต่อตลาดช็อปปิ้งออนไลน์และอีโคซิสเต็ม

จดทะเบียนกับ ETDA เพื่อรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ

Temu ได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการกับทางสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ภายใต้ชื่อ บริษัท Elementary Innovation PTE จากสิงคโปร์ เพื่อดำเนินการประกอบธุรกิจ บริการตลาดออนไลน์สำหรับตลาดประเทศไทย

จุดเด่นที่ทำให้ Temu ประสบความสำเร็จในการตีตลาดอีคอมเมิร์ซในหลายๆ ประเทศมาแล้วก็คือ การมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ และการหาแหล่งผลิตสินค้าราคาถูกที่มาจากโรงงานผลิตโดยตรง สินค้าหลากหลาย โปรโมชันอาจให้ส่วนลดสูงสุดถึง 90% การจัดส่งสินค้าจากจีนใช้เวลา 4-9 วัน ที่สำคัญหากลูกค้าไม่พึงพอใจสามารถคืนเงินภายใน 90 วัน

การเปิดตัวดังกล่าวได้สร้างกระแสตื่นตัวให้กับผู้ประกอบการธุรกิจคนไทย และภาครัฐได้ร่วมกันหามาตรการเพื่อป้องกันรับแรงกระแทก โดยกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเสนอให้ตั้งคณะทำงานระดับประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าราคาถูกและไร้มาตรฐานจากต่างประเทศที่กำลังส่งผลกระทบต่อสินค้าภายในประเทศอย่างหนัก

โดยเฉพาะด้านการผลิต การบริการ การลงทุน และผู้บริโภค ส่วนหนึ่งมาจากภาคเอกชนที่รวมกันถึง 30 กลุ่มธุรกิจ ได้ระดมข้อมูลปัญหาต่างๆ เพื่อเสนอให้รัฐอย่างครบถ้วน

ความน่ากลัวของ Temu อยู่ที่โมเดลธุรกิจที่เน้นขายสินค้าจากแหล่งผลิตโดยตรงในราคาที่ถูกมาก ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ รวมถึงคู่แข่งยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซโดยตรง หรือโรงงานผลิตสินค้าให้ Temu บริษัทโลจิสติกส์ หรือแม้แต่ตัวลูกค้าเองแม้จะได้ดีลสินค้าที่ราคาถูกแต่ก็มีความความเสี่ยงกับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ

ตัวอย่างผลกระทบผู้ค้าในจีน

ยกตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศจีน บรรดาพ่อค้า แม่ค้าชาวจีนจำนวนมากได้แสดงความไม่พอใจผ่านการประท้วงทั้งออนไลน์ ในที่สาธารณะ และบุกไปประท้วงหน้าสำนักงานยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซแห่งนี้ ที่เมืองกวางโจว บรรดาพ่อค้า แม่ค้าจำนวนหลายร้อยคนได้แสดงความโกรธกริ้ว และประณาม Temu ถึงการเรียบเก็บค่าปรับจำนวนมหาศาลว่าเป็นการฉ้อโกงทางอีคอมเมิร์ซเลยทีเดียว

พ่อค้า แม่ค้า โรงงานผู้ผลิตรายย่อยบางคนบอกว่าถูกปรับเป็นเงินถึง 5 ล้านหยวน บางคนโดนไป 1 ล้านหยวน เรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาในจุดนี้

เมื่อล้วงลึกเข้าไปดูในโมเดลธุรกิจที่การตั้งราคาต่ำ เป็นจุดขายสำคัญที่สุดสำหรับการบุกยึดตลาดที่รวดเร็ว แต่กลยุทธ์นี้ เป็นการบริหารที่เกิดขึ้นจาก “เทมู” เพียงฝ่ายเดียว ตั้งแต่การตั้งราคา การบริหารโลจิสติกส์ การบริหารการตลาด และบริการหลังการขาย

โดยบรรดาพ่อค้า แม่ค้า โรงงานผลิต มีหน้าที่จัดหาสินค้าพูดง่ายๆ เป็นเพียงซัพพลายเออร์เท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเต็มรูปแบบเหมือนอีคอมเมิร์ซทั่วไป

นอกจากนี้ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นกับลูกค้านั้นฝ่ายบริการลูกค้าของ Temu มักจะเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้า นโยบายส่วนใหญ่คือการเงินให้ลูกค้าเพื่อแน่ใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีสำหรับการช็อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มนี้ แต่บรรดาพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นรวมทั้งค่าปรับด้วย

เมื่อเร็วๆ มีการอัปเดตในสินค้าบางประเภทหากมีปัญหาด้านคุณภาพ Temu สามารถกำหนดค่าปรับสูงสุดถึง 5 เท่า ของปริมาณสินค้า หากมีการส่งคืนสินค้าเดียวให้กันจำนวน 5 ครั้งใน 15 วัน จะมีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมอีก 1,000 หยวนต่อรายการ

หากมองเรื่องปัญหาคุณภาพสินค้า นับเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่บรรดาผู้ค้ามองว่า ค่าปรับ 5 เท่านั้นเป็นจำนวนที่สูงเกินไป เนื่องจากการขายสินค้าราคาต่ำ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของแพลตฟอร์ม ซึ่งปกติจะหมายถึงสินค้าคุณภาพต่ำ และสำหรับสินค้าที่ถูกส่งคืนบางรายการมาจากเหตุผลอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำบริการใหม่ที่อนุญาตให้คืนเงินได้ โดยไม่ต้องส่งคืนสินค้า ทำให้ผู้ขายบางรายต้องเผชิญกับค่าปรับและความไม่ยุติธรรม

พวกเขายังระบุด้วยว่า บางครั้งการถูกปรับจากการรีวิวสินค้าของลูกค้าไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของเขา แต่มาจากความผิดพลาดของ Temu เอง เช่นลูกค้าสั่งซื้อกระเป๋าเดินทางเด็ก แต่ทางพนักงานลืมใส่ล้อและฝาปิด แม้ว่าจะมีการบรรจุหีบห่ออย่างดี และผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้วก็ตาม หรือการสั่งซื้อที่ผิดขนาดแต่ถูกระบุว่าการส่งคืนสินค้าเป็นปัญหาจากคุณภาพสินค้า

บทลงโทษของการจัดสต๊อกสินค้า จากข้อตกลงบริการคลังสินค้าที่กำหนดผู้ขายต้องลงนาม บางรายได้เห็นบทลงโทษ หากสินค้าขายไม่ได้และถูกจัดเก็บในคลังสินค้าเกินเวลาที่กำหนดจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 500 หยวนต่อวัน หากเกิน 7 วัน ทางแพลตฟอร์มมีสิทธิทำลายหรือกำจัดได้

ขณะนี้ทางการจีนยังคงพยายามหาวิธีจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยการเจรจากับแพลตฟอร์มและผู้ประกอบการต่างๆ แต่ยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน สถานการณ์นี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือการบริหารจัดการใดๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการชาวจีนในอนาคต

ทำความรู้จัก PDD ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจีน

Pinduoduo (ปินดูโดว) หรือ PDD เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ก่อตั้งขึ้นในเซี่ยงไฮ้ในปี 2558 โดยเน้นการช็อปปิ้ง Social Shopping ซื้อแบบกลุ่มเพื่อรับส่วนลด ภายในสามปีหลังจากเปิดตัวมียอดผู้ใช้มากกว่า 200 ล้านคน และมียอดขายรวมกว่า 100,000 ล้านหยวน ซึ่งทำให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีปริมาณการสั่งซื้อรายวันสูงเป็นอันดับสองในประเทศจีน รองจากเถาเป่าของอาลีบาบาเท่านั้น

ในรายงานประจำปี 2560 ของอาลีบาบา ระบุว่ามีการเปลี่ยนแพลตฟอร์มสำหรับการขายสินค้าปลอมและสินค้าคุณภาพต่ำไปยัง WeChat และ Pinduoduo ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อในตลาดว่าการเติบโตของ Pinduoduo เป็นสัญญาณของการบริโภคที่ลดลงในจีน บางคนถึงกับโต้แย้งว่าสินค้าลอกเลียนแบบที่เคยถูก Alibaba ต่อสู้มานานกำลังกลับมาบนแพลตฟอร์มใหม่เหล่านี้

ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาสินค้าลอกเลียนแบบแพร่หลายในจีน ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงซื้อสินค้าราคาถูก แม้บางครั้งจะรู้ว่าเป็นของปลอม เนื่องจากความไม่เท่าเทียมกันของรายได้

อย่างไรก็ตาม การแพร่หลายของสินค้าปลอมไม่ได้หยุดการปรับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ และแพลตฟอร์มยังมีสิทธิ์ในการกำหนดมาตรฐานคุณภาพเอง ซึ่งทำให้ผู้ขายอยู่ในจุดที่เสียเปรียบ

สื่อจีนรายงานว่าผู้ขายบางรายรู้สึกว่าตนเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าร่วมกับแพลตฟอร์ม เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด Pinduoduo ใช้นโยบายที่เข้มงวดในการกำหนดราคาและการปรับเพื่อบังคับให้ผู้ขายลดราคาลง หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกลดปริมาณการเข้าชมหรือการสั่งซื้อ และอาจถูกถอดสินค้าจากแพลตฟอร์ม

ในตลาดต่างประเทศ Pinduoduo ได้ใช้ชื่อแพลตฟอร์ม Temu ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วและดึงดูดผู้ใช้จำนวนมาก จนขณะนี้เปิดไปแล้วกว่า 53 ประเทศ

บทเรียนนำมาสู่ประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากการเข้ามาของ Temu ได้ส่งผลบ้างแล้ว ทั้งจากผู้ค้าออนไลน์ โรงงานผลิตและบริษัทขนส่งสินค้า และได้มีการเรียกร้องให้รัฐช่วยแก้ปัญหา โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกกระทรวง ทบวง กรมและเอกชนทั้งระบบ ซึ่งทางภาครัฐเองก็ได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการให้กระทรวงพาณิชย์เป็นแม่งาน ร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและเอกชนจากสภาอุตสาหกรรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เรียกว่าระดมสรรพกำลังเพื่อรับคลื่นสินค้าที่ถาโถมเข้ามา

เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ Temu แต่สินค้าจากจีนราคาถูกเข้ามายึดตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง จนพ่อค้า แม้ค้าออนไลน์ ผู้ผลิตเอสเอ็มอีอยู่ไม่ได้ ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาปิดกิจการไปแล้วถึง 667 แห่ง

การเข้ามาของ Temu ในตลาดประเทศไทยไม่เพียงแต่สร้างโอกาสให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างมาตรการปกป้องและสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น เพื่อให้ตลาดการค้าของไทยเติบโตไปในทางที่ยั่งยืนและเป็นธรรม

ติดตามข่าวสารอัปเดต อ่านการตลาด และธุรกิจ กับ Thairath Money ที่จะทำให้ "การเงินดีชีวิตดี" ล่าสุด ได้ที่นี่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...