โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มองวงการ เคป๊อป ช่วงขาลง วิกฤตนี้เกิดจากอะไรกันแน่?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 30 ต.ค. 2567 เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 02.33 น.
ฮันนิ วง NewJeans ขณะขึ้นให้การ

ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 1-7 กันยายน ปี 2566 บทความ “Hallyu Wave ทำเงินสะพัดมหาศาล ในไตรมาสที่ 2 ของปี” แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในอุตสาหกรรมดนตรีเคป๊อป ระดับปรากฏการณ์ในหลากหลายมิติ

แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าภายในระยะเวลาเพียงปีเศษๆ เท่านั้น กระแสความนิยมในวงการเพลงเคป๊อปจะเสื่อมความนิยมลงมาจนเป็นที่มาของบทความชิ้นนี้

แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่อง เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิด ต้องขอบอกก่อนว่าบทความนี้มุ่งเน้นไปยังข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเหตุปัจจัยที่ทำให้วงการเคป๊อปในปัจจุบันไม่ป๊อปเหมือนชื่อ ไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถของกลุ่มศิลปินเคป๊อปโดยตรง แต่อาจจะมีส่วนเชื่อมโยงทางอ้อมบ้าง

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บังชีฮยอก ประธานกรรมการของบริษัท HYBE ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่มีมูลค่าบริษัทสูงสุดในวงการเคป๊อป เขาเป็นผู้ปลุกปั้นให้ BTS เป็น บอย กรุ๊ป ที่ทำเงินให้กับทางค่ายเป็นจำนวนมหาศาล และทำเงินให้กับรายได้มวลรวมของเกาหลีใต้ (GDP) ได้ถึง 0.5% ในปี 2019 ได้เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่าธุรกิจเคป๊อปที่เคยเติบโตแบบก้าวกระโดด ในตอนนี้เติบโตช้ามาก และในตลาดต่างประเทศบางแห่งผลตอบรับอยู่ในขั้นย่ำแย่

บังชีฮยอก ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า กระแสตอบรับของกลุ่มศิลปินเคป๊อปที่เคยพุ่งทะลุกราฟสุดสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2021 และ 2022 ไม่ว่าจะเป็นยอดขายบัตรคอนเสิร์ต, ยอดขายซีดี ไปจนถึงสินค้าที่ระลึก (Merch) มียอดขายตกลงมาก

ซึ่งก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ในทุกประเทศ เพราะบางประเทศก็ยังคงขายดีอยู่ แต่ถ้าหากวัดเม็ดเงินที่ได้จากทั่วโลกแล้วรายรับที่เน้นไปยังยอดขายซีดีและสตรีมมิ่งอยู่ที่แค่ 2% เท่านั้น

โดยยอดขายโดยรวมทั่วโลกนี้ไม่ได้วัดจาก HYBE บริษัทเดียวเท่านั้น แต่เป็นการคิดโดยเฉลี่ยจากค่ายเพลงทั้งหมดในวงการ

เคป๊อปในช่วงขาลงไม่ใช่ข่าวใหม่ เพราะมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว เพียงแต่ว่ามันเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาที่กลุ่มศิลปินระดับท็อปของวงการหยุดกิจกรรมไปจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตของศิลปินบางคน หรือว่าการทำผิดกฎหมายของศิลปิน

ที่ชัดเจนที่สุดคือกรณีของ ซึงรี แห่งวง BIGBANG กับคดี Burning Sun อันลือลั่น

แต่ในปี 2024 ต้องบอกว่า เคป๊อปได้กลายเป็น K Flop ไปแล้วจริงๆ โดย คิมจินอู หัวหน้าฝ่ายวิจัยของทาง Circle Chart ซึ่งเป็นบริษัทที่ตรวจสอบความนิยมของเคป๊อปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลีเผยว่าธุรกิจในวงการนี้ถดถอยลงจริงๆ

คิมจินอู เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่าเมื่อปีที่แล้วผลงานเพลงไม่ว่าจะเป็นอีพีหรืออัลบั้มก็ตามที่ขายได้ในตลาดต่างประเทศทั่วโลกของกลุ่มศิลปินเคป๊อปโดยรวมอยู่ที่ 230 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งโตขึ้นกว่าปี 2022 แค่ 4.8% เท่านั้น

ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับรายได้จากปี 2021 ที่โตกว่าปี 2020 ถึง 62.1% แล้วปี 2020 ที่โตกว่าปี 2019 ถึง 86.6%

จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตลาดของวงการเคป๊อปในช่วงเวลานี้นั้นตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย โดยส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดเคป๊อปที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากญี่ปุ่นและจีนอยู่ที่ 17% มา 2 ปีแล้ว และมีทีท่าว่าจะลดลง

ส่วนยอดขายงานเพลงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เคยดีมาตลอดกลับตกลงอย่างต่อเนื่องในทุกประเทศ

ด้านยอดขายบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินไอดอลชื่อดังบางวงที่บัตรเคยขายหมด มาในตอนนี้บัตรกลับขายไม่หมดอย่างไม่น่าเชื่อด้วย

คิมจินอู แสดงทัศนะส่วนตัวว่าการเข้ากรมทหารรับใช้ชาติของสมาชิกวง BTS ที่ทำให้ต้องพักวงไปโดยปริยายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระแสเคป๊อปจางลง

แต่ บังชีฮยอก มองว่าการถดถอยของอุตสาหกรรมดนตรีโดยรวมของเกาหลีใต้มีปัจจัยที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

“อิทธิพลที่สูงมากๆ ของวง BTS ส่งผลดีคือการประสบความสำเร็จในตลาดโลกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทั้งแฟนเพลงรวมถึงนักลงทุนต่างก็ฝากความหวังไว้กับวง BTS ซึ่งนั่นเป็นดาบ 2 คม”

อีกยูแท็ก ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย George Mason University Korea ที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจวงการเคป๊อป แสดงความเห็น ความสำเร็จที่ BTS ได้วางเอาไว้ ได้สร้างทั้งมาตรฐานและบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการเคป๊อปโดยรวม ส่งผลให้ศิลปินรุ่นหลังๆ ต้องแบกรับความกดดันที่หนักเอามากๆ ทั้งๆ ที่ศิลปินฝึกหัดรุ่นก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะอยู่ใน Gen ไหนก็ตามต่างก็ต่อสู้เพื่อสร้างพื้นที่ให้กับตัวเองในวงการอย่างหนักอยู่แล้ว

การที่สมาชิกวง BLACKPINK ที่ถือเป็นวงเคป๊อปที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกไม่ต่อสัญญากิจกรรมเดี่ยวกับค่าย YG Entertainment แต่ยังมีสัญญากิจกรรมกลุ่มเอาไว้ สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อทางค่ายอย่างมาก เพราะรายได้ถึง 80% ของทาง YG มาจากกิจกรรมของวง BLACKPINK

และการพักวงของทั้ง BTS และ BLACKPINK ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักให้กับอุตสาหกรรมดนตรีเคป๊อปโดยรวมอย่างมีนัยยะสำคัญทีเดียว

เคป๊อปเป็นวัฒนธรรมป๊อปที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก “หน่วยงานส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์” (KOCCA) จากทางรัฐบาลเกาหลีใต้อย่างเต็มที่ แต่หากลงลึกในรายละเอียดแล้วอุตสาหกรรมนี้ขาดการวางพื้นฐานของโครงสร้างอย่างเป็นระบบเพื่อที่จะสานต่อความสำเร็จของเคป๊อปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระบวนการหยุดชะงักลงอย่างช่วยไม่ได้

ที่ผ่านมาค่ายเพลงแต่ละค่ายพยายามสร้างกลุ่มศิลปินไอดอลออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายวงก็ดังจริง แต่ด้วยมาตรฐานที่ทางวง BTS, BLACKPINK รวมถึงศิลปินจากหลาย Gen อย่าง BIGBANG, EXO, TWICE, NCT มาจนถึง Gen 4 อย่าง NewJeans, IVE, LE SSERAFIM, StrayKids, ITZY, (G)I-DLE ทำให้ศิลปินในยุคปัจจุบันอย่าง Gen 5 ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อสร้างพื้นที่ให้กับตัวเอง

แต่ในขณะนี้ก็ยังไม่มีวงไหนที่สามารถสร้างชื่อเสียงไปยืนอยู่ในจุดที่วงอย่างรุ่นพี่อย่าง BTS เคยทำได้เลย

ด้วยมาตรฐานที่สูงลิ่วของเคป๊อปที่วางเอาไว้มาตั้งแต่แรกทำให้ค่ายเพลงพยายามผลักดันให้ศิลปินในสังกัดมุ่งมั่นผลักดันความสามารถของตัวเอง ซึ่งถ้าหากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วละก็ มีเด็กฝึกหัดที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์เป็นจำนวนที่น้อยมากๆ จากจำนวนเด็กฝึกหัดทั้งหมดในวงการ

“สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กฝึกหัดหรือแม้กระทั่งศิลปินที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เพราะค่ายเพลงทุกค่ายต่างก็ต้องการกลุ่มศิลปินที่จะเข้ามาสร้างความสำเร็จในระดับปรากฏการณ์ ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่มีวงที่สร้างชื่อในระดับโลกจริงๆ มานานพอสมควรแล้ว สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อทั้งค่ายเพลงและตัวศิลปินเองในอนาคตอย่างแน่นอน” คิมจินอู แสดงความเห็น

ผลกระทบดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อบริษัทและค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในวงการมีความขัดแย้งกันเอง

ไม่ว่าจะเป็นคู่กรณีระหว่าง HYBE กับ Kakao ที่แย่งกันชิงหุ้นค่าย SM หรือว่า HYBE ที่สั่งปลด มินฮีจิน ประธานค่าย ADOR ที่ปั้นวง NewJeans จนประสบความสำเร็จแต่กลับถูก HYBE ปลดแบบฟ้าผ่า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับวง NewJeans

และเมื่อไม่นานมานี้ ฮันนิ สมาชิกสาวแห่งวง NewJeans ได้ให้การกับทางฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้ โดยเธอมีความเชื่อมั่นว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งพยายามบ่อนทำลายชื่อเสียงวง และมีผู้จัดการรุ่นใหญ่คนหนึ่งสั่งให้สมาชิกวงอื่น “เมินเฉยใส่เธอ” ในออฟฟิศของค่ายเพลง

ซึ่ง ฮันนิ มองว่าบริษัทนี้จงใจสร้างภาพลักษณ์ที่เลวร้ายและสร้างความเกลียดชังให้กับวง NewJeans โดยการให้การนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการถูกคุกคามในที่ทำงาน

ต้องยอมรับว่าศิลปินเคป๊อปยุคใหม่คุณภาพทั้งในเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์และการสร้างงานเพลงอยู่ในระดับสากลและอาจจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเพลงป๊อปโลกไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่หากมองผ่านแว่นตาการตลาด ก็ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งไม่ลงรอยหลายอย่างได้สร้างรอบร้าวที่ยากจะผสานให้กลับมาดีดังเดิมได้

แต่ในอนาคตวงการก็มีสิทธิฟื้นตัวได้ ถ้าหากความขัดแย้งภายในคลี่คลายลงได้และภาครัฐและเอกชนยังคงจับมือกันแก้ไขปัญหาพื้นฐานเชิงโครงสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรงมากกว่าเดิม

ไม่แน่เหมือนกันว่าเมื่อเคป๊อปคัมแบ๊กกลับมาอีกครั้งในอนาคต อุตสาหกรรมนี้อาจจะยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็ได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มองวงการ เคป๊อป ช่วงขาลง วิกฤตนี้เกิดจากอะไรกันแน่?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...