โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม YouTube ลงสนาม E-Commerce สู้ศึกที่ไม่ถนัด? จับมือ Shopee ดัน Affiliate กดซื้อของจากคลิปได้

Thairath Money

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 11.31 น.
ภาพไฮไลต์

YouTube ประกาศเดินหน้ารุกตลาด E-Commerce ดันฟีเจอร์ “YouTube Shopping” ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 ให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทำเงินได้มากขึ้นจากวิดีโอของตัวเอง โดยผู้ชมสามารถกดซื้อสินค้าได้จากคลิปสั้น, ไลฟ์ และวิดีโอบน YouTube ได้เลย

นอกจากนี้ยังเปิดโปรแกรม Affiliate ที่ครีเอเตอร์สามารถร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มได้ ซึ่ง Alphabet Inc. บริษัทแม่ของ Google และ YouTube มองว่า โปรแกรม Affiliate จะช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถแข่งขันกับเจ้าอื่นในวงการ Social Commerce ได้

ก่อนหน้านี้ YouTube ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่ออัปเดตคุณภาพของฟีเจอร์ Shopping โดยเปิด “Affiliate Hub” เป็นศูนย์กลางสำหรับครีเอเตอร์และแบรนด์สินค้า ร้านค้า ไปจนถึงผู้ให้บริการมาร์เก็ตเพลส มาเป็นพาร์ทเนอร์ทำเงินร่วมกัน โดยแบรนด์จะมอบโค้ดส่วนลด โปรโมชั่น ในขณะที่ครีเอเตอร์จะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากแบรนด์นั่นเอง

ทำไมถึงจับมือ Shopee รุกตลาด e-Commerce อาเซียน

ล่าสุด จากรายงานของ Reuters ชี้ว่า YouTube ได้ตกลงจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับ Shopee แพลตฟอร์ม E-Commerce เจ้าใหญ่เบอร์ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมมือกันขยายบริการผ่าน YouTube Shopping โดยที่ครีเอเตอร์จะสามารถแปะลิงก์สินค้าได้บนคลิปสั้น วิดีโอ และไลฟ์ เพื่อให้ผู้ชมสามารถคลิกสั่งสินค้าได้ โดยจะมีการเชื่อมต่อไปที่ Shopee ในทันที

ต้องยอมรับว่าเม็ดเงินที่ไหลเวียนในอุตสาหกรรมดึงดูดให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ คว้าโอกาสนี้ โดยในปี 2023 ตลาด E-Commerce อาเซียนมีมูลค่ายอดขายของแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมอยู่ที่ 114,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือโตขึ้น 15% จากปี 2022

ซึ่งการเปิดบริการนี้นับเป็นครั้งแรกที่ YouTube Shopping เข้าสู่ตลาดอาเซียนอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มต้นให้บริการในอินโดนีเซียเป็นประเทศแรก ซึ่งคาดว่าจะช่วยดันให้มียอดขายบนแพลตฟอร์ม YouTube Shopping เพิ่มขึ้นแตะ 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 และหลังจากนั้น YouTube จะเร่งขยายตลาดไปสู่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน รวมไปถึงประเทศไทย

แผนครั้งนี้ ทั้ง YouTube และ Shopee มองว่าการผนึกกำลังร่วมกันจะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของการขายสินค้าผ่านวิดีโอ เพื่อสู้ศึก “TikTok Shop” ที่ในปี 2023 มีรายได้จากการขายสินค้ากว่า 16,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอาเซียน ซึ่งโตขึ้นกว่า 5 เท่าจากปีก่อนหน้า ตีตื้นขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แพลตฟอร์ม E-Commerce ของภูมิภาค เป็นรองแค่เพียง Shopee เท่านั้น

นอกจากนี้เหตุผลที่ YouTube Shopping เลือกที่จะเปิดตลาดในอินโดนีเซียก่อนเป็นที่แรก เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ YouTube และยังพบอีกว่า 96% ของผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดียในอินโดนีเซียจะใช้เวลาเพื่อรีเสิร์ชสินค้าผ่านวิดีโอก่อนตัดสินใจซื้ออีกด้วย

ในขณะเดียวกัน ด้าน E-Commerce ของตลาดอินโดนีเซีย Shopee ยังคงเป็นอันดับหนึ่งมีส่วนแบ่งที่ 40% แต่ก็กำลังถูก Tokopedia ที่ TikTok เข้าซื้อหุ้นกว่า 75% เบียดขึ้นมาทำส่วนแบ่งต่างกันเล็กน้อยที่ 39%

บทความที่เกี่ยวข้อง:

การจับมือกับ Shopee ในครั้งนี้จะช่วยเสริมบริการของทั้ง 2 แบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดย Shopee จะได้ขยายโปรแกรม Affiliate ไปสู่แพลตฟอร์ม YouTube เพื่อดึงลูกค้ามาใช้งาน ในขณะที่ YouTube ก็จะสามารถผลักดันฟีเจอร์ Shopping เพื่อสู้ศึกในตลาดอาเซียนต่อไปหลังจากนี้

ที่มา: Reuters, Campaign, ModernRetail

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...