“LTF” 8 เดือนแรก AUM ลดเหลือ “2.3 แสนลบ.” ติดลบ -12.02%... ปีนี้ผลงานฟื้น กว่า 83% ผลตอบแทนเป็น “บวก” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +3.24% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องผลงานกลุ่ม “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) กันบ้าง ซึ่งปัจจุบันไม่มีประโยชน์ทางภาษีแล้ว ทำให้ภาพรวมเม็ดเงินลงทุนมีแนวโน้มทยอยลดลงต่อเนื่อง
ช่วง 8 เดือนแรกปี24 กองทุน “LTF” มีสินทรัพย์สุทธิลดลงเหลือ 233,484.03 ล้านบาท ลดลง -12.02%จากสิ้นปีก่อน (ที่มา: aimc.or.th, วันที่31 ส.ค. 24) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ตลาดหุ้นไทยเองฟื้นตัว นักลงทุนบางส่วนก็อาจจะถือเป็นจังหวะขายออกมานั่นเอง
ส่วนใครที่สนใจจะลงทุน “กองหุ้นไทย” แบบไม่มีประโยชน์ทางภาษี กลุ่มกองทุน “LTF” ก็ยังเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
โดยปีนี้ในแง่ของผลการดำเนินงานของกลุ่มกองทุน “LTF” นั้น มีสัญญาณฟื้นตัว ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +3.24% แต่ก็ยัง“แพ้ตลาด” (SET TRI) ที่ทำได้ +6.57% โดยกว่า 83% ของกอง LTF นั้น มีผลตอบแทนเป็น “บวก”
กองทุน “LTF” ปีนี้เป็นยังไงบ้าง ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลมาอัพเดทให้ฟังกัน
“LTF” ปีนี้ผลงานฟื้น บวกเฉลี่ย +3.24% แต่ยัง “แพ้ตลาด”…“ KFLTFDNM-D” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +10.92% ส่วน “TMSLTF-A” ดิ่งหนักสุด -9.77%
สำหรับกองทุน“LTF” เป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการจะลงทุนใน “หุ้นไทย” แม้จะไม่มีประโยชน์ทางภาษีแล้วก็ตาม โดยมีนโยบายให้เลือกลงทุนที่หลากหลาย ได้แก่ กองหุ้นแบบ Active, กองทุนหุ้นแบบ Passive, กองหุ้นแบบ 70/30 (มีตราสารหนี้ 25 – 30%), กองหุ้นใหญ่ หรือกองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก เป็นต้น
ปัจจุบัน มี “LTF” 93กอง ที่มีผลงานตั้งแต่ต้นปี (ณ วันที่ 25ก.ย. 24) ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +3.24% ทั้งนี้มีถึง 77กอง คิดเป็น 83% ที่มีผลตอบแทนเป็น “บวก” มีเพียงส่วนน้อย 17% เท่านั้น ที่ยัง “ติดลบ” โดยกองที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำผลตอบแทนได้ +10.92% ส่วนกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ทำได้ -9.77% หรือต่างกันอยู่ 20.69%
สำหรับ 5 กองทุน “LTF” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ปีนี้ ได้แก่
1) “KFLTFDNM-D” ของบลจ.กรุงศรี+92%
2) “PRINCIPAL ELTF-T” ของบลจ.พรินซิเพิล+4%
3) “ES-BIGCAPLTF” ของบลจ.อีสท์สปริง+97%
4) “BIG CAP-D LTF” ของบลจ.ยูโอบี+96%
5) “ES-JB25LTFD” ของบลจ.อีสท์สปริง+81%
ส่วน 5กองทุน “LTF” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ปีนี้ ประกอบด้วย
1) “TMSLTF-A” ของบลจ.ทิสโก้ −77%
2) “TLLTFEQ” ของบลจ.ทาลิส −57%
3) “ASP-SMELTF-T” ของบลจ.แอสเซท พลัส−50%
4) “ES-SMCAPLTF” ของบลจ.อีสท์สปริง−37%
5) “ASP-GLTF-T” ของบลจ.แอสเซท พลัส −00%
ปัจจุบัน “ตลาดหุ้นไทย” แม้จะปรับตัวขึ้นมาแล้ว แต่มูลค่าถือว่ายัง “ไม่แพง” มี Forward 12 M P/E 14.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 15.4 เท่า ในขณะที่คาดการณ์กำไรบจ.ยังโต 12% และ 13% ในปี24 และ25 ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีสำหรับนักลงทุนที่สนใจเช่นเดียวกัน และกอง “LTF” เองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ไม่มากก็น้อย
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต