พิษรีเจ็กต์เรต ‘อสังหาฉะเชิงเทรา’ เฉา กำลังซื้อร่วง50% อ้อนรัฐเลิกภาษีที่ดิน LTV ลดดอกเบี้ย
พิษรีเจ็กต์เรต ‘อสังหาฉะเชิงเทรา’ เฉา กำลังซื้อร่วง50% อ้อนรัฐเลิกภาษีที่ดิน LTV ลดดอกเบี้ย
วันที่ 17 กันยายน นายสืบวงษ์ สุขะมงคล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจากการขยายตัวของโครงการอีอีซี เช่น รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ ถนน เป็นต้น ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น เกิดการขยายตัวโครงการที่อยู่อาศัยบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในกรุงเทพฯที่เข้ามาพัฒนาโครงการ อาทิ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) ขณะที่ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว การเลิกกิจการมีมากขึ้น การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆในฉะเชิงเทรายังน้อย ธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ทำให้ยอดถูกปฏิเสธสินเชื่อหรือรีเจ็กต์เรตสูง 30-50% บวกกับอัตราดอกเบี้ยที่สูง ทำให้ลูกค้าบางกลุ่มยกเลิกและชะลอการตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลต่อกำลังซื้อในตลาดลดลง 30-50% ขณะที่ซัพพลายในตลาดยังสูง 4,000-5,000 ยูนิต มากกว่าดีมานด์ที่เฉลี่ยต่อปีจะมียอดขายที่ 2,000 ยูนิต คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีกว่าจะขายหมด
นายสืบวงษ์กล่าวว่า สะท้อนจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ปี 2566 เฉพาะอ.เมือง อ.บ้านโพธิ์ และอ.บางปะกง มียอดโอน 1,834 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,715 ล้านบาท โดยทาวน์โฮมมียอดโอนมากที่สุด 577 ยูนิต คิดเป็น 31.46% แต่เมื่อดูจากจำนวนมูลค่าแล้ว บ้านเดี่ยวมีมูลค่าสูงที่สุดที่ 2,226.06 ล้านบาท คิดเป็น 38.95% ล่าสุดยอดโอนไตรมาส 1/2567 เฉพาะอ.เมือง อ.บ้านโพธิ์ และอ.บางปะกง มียอดโอน 303 ยูนิตคิดเป็นมูลค่ากว่า 951 ล้านบาท โดยบ้านแฝดมียอดโอนมากสุด 365 ล้านบาท คิดเป็น 38.38% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2566 การโอนไตรมาสแรกปี2567 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นายสืบวงษ์กล่าวว่า ดังนั้นในฐานะนายกสมาคมฯ จึงอยากให้รัฐบาลมีการผลักดันมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ เพิ่มเติม ได้แก่ 1.เลิกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเนื่องจากเป็นภาระต่อประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่หากไม่ทำประโยชน์ ใน 3 ปี จะเสียภาษีเพิ่ม 0.3% และยกเว้นภาษีที่ดินประเภทเกษตรกรรม 2.ลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองต่อไปอีก รวมถึงภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% 3.ปลดล็อกมาตรการ LTV สำหรับซื้อบ้านหลังที่2และหลังที่3 4.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งระบบทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้าน 5.เร่งผลักดันโครงการพัฒนาในอีอีซี ทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ให้เป็นตามแผน
6.ปรับปรุงผังเมืองรวมอีอีซีใหม่ โดยเฉพาะโครงข่ายถนนที่มีการกำหนดไว้ในผังเมืองกว่า 200 สาย โดยระบุว่าจะมีการเวนคืนและก่อสร้าง แต่ในขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีการเดินหน้าโครงการแต่อย่างใด ทำให้ผู้มีที่ดินในบริเวณนั้นๆ ไม่สามารถพัฒนาหรือซื้อขายได้ ดังนั้นจึงอยากให้คณะกรรมการ(บอร์ด)อีอีซี ได้มีการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญในการก่อสร้างใหม่ว่าสายไหนยังมีความจำเป็นหรือควรยกเลิก รวมถึงให้พิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินของผังเมืองชุมชนให้สอดคลัองกับสภาพปัจจุบันด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองได้มากขึ้น
“ลูกค้าซื้อบ้านในฉะเชิงเทราส่วนใหญ่เป็นเรียลดีมานด์ ซื้อบ้านหลังแรก ไม่มีเก็งกำไร เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ราคาบ้านไม่แพง อากาศดี เพราะเป็นเมืองแม่น้ำ และน้ำไม่ท่วมเพราะอยู่ในพื้นที่สูง ต่อไปเมื่อรถไฟความเร็วสูงเปิดบริการ จะยกระดับฉะเชิงเทราจากเมืองผ่านเป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยวและน่าลงทุนมากขึ้น และเป็นประตูสู่อีอีซี และเห็นด้วยที่รัฐบาลจะมีการผลักดันโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและมองว่าฉะเชิงเทราก็เป็นพื้นที่มีความเหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟความเร็วสูง”นายสืบวงษ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิษรีเจ็กต์เรต ‘อสังหาฉะเชิงเทรา’ เฉา กำลังซื้อร่วง50% อ้อนรัฐเลิกภาษีที่ดิน LTV ลดดอกเบี้ย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th