‘Shannon Abloh’ ภรรยา แม่ของลูก และลมใต้ปีกของดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ Virgil Abloh กับความพยายามสานต่อแรงบันดาลใจ หลังการจากไปของสามี
เมื่อปี 2021 เวอร์จิล แอบโลห์ (Virgil Abloh) อดีตดีไซเนอร์คนสำคัญของ Louis Vuitton และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White ผู้เปลี่ยนนิยามใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไฮ สตรีท แฟชั่น ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีใครคาดคิดในวัยเพียง 41 ด้วยโรคมะเร็งหัวใจ (Cardiac Angiosarcoma) มะเร็งที่พบได้ยาก และน้อยคนนักจะรู้ว่าเขาต่อสู้กับมันมาตั้งแต่ปี 2019
การสูญเสียดีไซเนอร์อย่างเวอร์จิล แอบโลห์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสร้างความรู้สึก ‘เสียดาย’ ไม่เพียงแค่กับโลกแฟชั่น แต่ยังรวมถึงแวดวงครีเอทีฟอื่นๆ ที่เขาเคยสร้างความสดใหม่ ความเป็นไปได้ และส่งต่อแรงบันดาลใจนั้นให้กับคนรุ่นใหม่มามากมาย จนบางคนถึงขนาดบอกว่าการสูญเสียเวอร์จิล ไม่ใช่การสูญเสียแค่ดีไซเนอร์หนึ่งคน แต่เป็นการสูญเสีย ‘ศิลปิน’ คนสำคัญพอๆ กับ แอนดี้ วอร์ฮอล์ (Andy Warhol) ศิลปินในตำนานแห่งยุค 80s เลยทีเดียว
ทว่าท่ามกลางการสรรเสริญและความสนใจที่ฉายมายังเวอร์จิล แอบโลห์ ตลอดชีวิตการทำงานของเขา ยังมีผู้หญิงอีกคนซึ่งเป็นทั้งภรรยา ทั้งแม่ของลูกๆ และเป็นทั้งลมใต้ปีกผู้ยืนอยู่เงียบๆ และถ่อมตัวอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสามีเสมอมา และคนคนนั้นก็คือ ‘เเชนนอน อาโบลห์’ (Shannon Abloh)
มีผู้คนมากมายเข้ามาบอกแชนนอนว่าสามีของเธอเป็น ‘ที่รัก’ ของพวกเขาอย่างไรบ้าง ไม่แค่เฉพาะคนในแวดวงแฟชั่น ยังรวมถึงวงการเพลง ยันวงการคนทำงานสร้างสรรค์อื่นๆ ด้วย และแทบจะทุกคนที่แชนนอนได้พบเจอ ต่างมีความตั้งใจแน่วแน่ไม่ต่างกันตรงที่พวกเขาอยากช่วยรักษา ‘ตำนาน’ ของเวอร์จิลเอาไว้ไม่ให้มันหายไปพร้อมกับเขา
“ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็ว 500 ไมล์ต่อชั่วโมงอย่างนั้นเลย แล้วฉันก็คิดว่า สุดท้ายแล้วฉันต้องอยู่บนรถไฟขบวนนี้นี่แหละ เพราะถ้าไม่ ฉันไม่รู้เลยว่ามันจะวิ่งไปทางไหน นี่คือที่ของฉัน และมันเป็นของฉัน เป็นของลูกๆ เรา” แชนนอน อาโบลห์ ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times เป็นครั้งแรกในปี 2022 หลังการจากไปของสามี-เวอร์จิล
แชนนอนและเวอร์จิลมาจากเมือง Rockford รัฐอิลลินอยส์เหมือนกัน ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปช่วงเรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งกลับมาเจอกันอีกครั้ง ตัดสินใจแต่งงาน และแชนนอนก็ลาออกจากงานด้านไอทีในบริษัทใหญ่อย่าง Yahoo มาเป็นแม่บ้านเต็มตัวหลังจากให้กำเนิดลูกสาวคนแรกของพวกเขา แชนนอนบอกว่าเวอร์จิลเป็น ‘ชีวิต’ ของเธอมาตั้งแต่อายุ 17 การสูญเสียเขาก็เหมือนกับการสูญเสียอีกครึ่งหนึ่งของตัวเธอเองไปด้วย
แม้ก่อนหน้านั้น โลกอาจไม่เคยเห็นหน้าค่าตา หรือได้ยินชื่อของแชนนอน แอบโลห์ มาก่อนเลย ภรรยาอย่างเธอยังคงทำงานอยู่เงียบๆ เบื้องหลัง เพื่อรักษาให้รถไฟขบวนนี้วิ่งต่อไปบนรางอย่างราบรื่นเสมอมา (เธอให้สัมภาษณ์กับสื่อเพียง 2 ครั้ง กับ The New York Time และ Vogue Australia ทั้งยังปิดแอคเคานต์อินสตาแกรมเป็นส่วนตัวด้วย) ไม่ว่าจะเป็นการสานต่อบริษัทครีเอทีฟ Virgil Abloh Securities เพื่อดูแลลิขสิทธิ์ผลงานที่เวอร์จิลเคยทำทั้งหมด และอื่นๆ อีกมากมายหลายโปรเจ็กต์ที่เธอลงมือสานต่อ และเป็นแชนนอนคนนี้เองที่รับรู้และเห็นทุกขั้นตอนการทำงานของดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ ตั้งแต่วิธีคิดงาน จนถึงกระบวนการ เรียกว่าเป็น ‘สมองที่สอง’ ของเวอร์จิล ก็ไม่ผิดนัก
“เราคุยกันทุกเรื่อง เขาจะโชว์ภาพสเก็ตช์ของงานแต่ละคอลเล็กชั่นให้ฉันดูเสมอ หรือบางทีก็เปิดเพลย์ลิสต์ DJ ที่เขาชอบและเป็นแรงบันดาลใจของแต่ละงานให้ฉันฟัง” แชนนอนเล่า “เราไม่เคยพูดกันเลยว่า สิ่งที่เขาทำอยู่มันคือตำนานนะ หรือเขาอยากให้ฉันดูแลมันต่อ หรืออะไรแบบนั้นเลย แต่คงเป็นเพราะฉันอยู่กับเขามานาน ฉันรู้จักทุกกระเบียดนิ้วของเขา รู้จักทุกตารางนิ้วในสมองของเขา”
แชนนอนบอกว่ายังมีโปรเจ็กต์อีกเป็นร้อยๆ ที่สามีของเธอคิดเอาไว้ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ปล่อยมันออกไปให้ใครเห็น ซึ่งเธออยากทำมันให้สำเร็จ
ดังนั้น นอกจากการทำหน้าที่ CEO ของบริษัทครีเอทีฟ Virgil Abloh Securities ที่ตั้งใจให้เป็นฮับของคนรุ่นใหม่ได้ทำงานในสายงานศิลปะและงานออกแบบแขนงต่างๆ แล้ว ทุกวันนี้แชนนอนยังคงสานต่อโครงการระดมทุนการศึกษาชื่อว่า Post-Modern ที่เวอร์จิลก่อตั้งขึ้นก่อนเขาเสียชีวิตได้ไม่นาน เพื่อสนับสนุนเยาวชน โดยเฉพาะคนผิวสีที่มีความฝันอยากทำงานสายแฟชั่น ได้มีโอกาสเรียนและเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นด้วย
และอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ของแชนนอน แอบโลห์ ก็คือการเก็บรวบรวมผลงานทั้งหมดทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบหรืองานศิลปะที่เวอร์จิลเคยสร้างสรรค์ ไล่มาตั้งแต่ตอนเขาอายุ 22 จากโกดังหลายแห่งทั้งลอนดอน นิวยอร์ก ชิคาโก ปารีส รวมถึงภาพถ่ายในโทรศัพท์อีกนับไม่ถ้วนที่เวอร์จิลเคยถ่ายเอาไว้ขณะมีชีวิตอยู่ เพื่อนำเอาอาไคฟ์สุดแรร์เหล่านั้นมาอยู่ในมิวเซียมขนาด 20,000-30,000 ฟุต เปิดเป็นพื้นที่แห่งการส่งต่อแรงบันดาลใจต่อไป ซึ่งคาดว่าโปรเจ็กต์ทั้งหมดนี้น่าจะเกิดขึ้นภายในอีก 5 ปี ตามที่แชนนอนเคยให้สัมภาณ์กับ Vogue Australia เมื่อปีก่อน
นอกจากงานด้านแฟชั่นและดนตรี ความหลงใหลอีกอย่างหนึ่งของดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับก็คือกีฬาบาสเก็ตบอล นั่นทำให้แชนนอนไม่ลังเลที่จะก่อตั้งมูลนิธิ Virgil Abloh Foundation เพื่อสนับสนุนให้เด็กๆ อายุตั้งแต่ 12-17 ปี ที่ไร้โอกาสได้เข้าถึงกีฬาบาสเก็ตบอล ถือเป็นการส่งต่อพลังให้กับคนเจเนอเรชั่นใหม่ที่มีความฝันและความสามารถ เหมือนกับที่เวอร์จิล สามีของเธอเคยทำมาตลอดชีวิตการทำงาน
แชนนอน แอบโลห์ บอกว่าทุกวันนี้ความโศกเศร้าของการสูญเสียสามีและพ่อของลูกๆ ยังคงอยู่ ในบางวันเธอไม่สามารถแม้แต่จะโฟกัสกับงานอะไรได้เลย แต่เธอก็เชื่อว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะผ่านไปได้
“มันสำคัญมากที่ในอีก 20 ข้างหน้า ลูกๆ จะได้เห็นว่าพ่อของเขาเคยทำอะไรมาบ้าง และแม่ของเขามีส่วนร่วมกับมันแค่ไหน ท่ามกลางทุกอย่างนี่ ท่ามกลางความโศกเศร้า ลูกๆ จะได้เห็นว่าแม่ของเขาสามารถฮึบขึ้นมา แล้วเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร”
หมายเหตุ : ทุกวันนี้แชนนอน แอบโลห์ ไม่ได้เป็นผู้ดูแลแบรนด์ Off-White ที่สามีของเธอก่อตั้งแล้ว เพราะพร้อมๆ กับการจากไปของเวอร์จิลในเวลานั้น New Guards Group บริษัทผู้ผลิตแบรนด์ Off-White ต้องเจอกับวิกฤติทางการเงินอย่างหนัก จนเกือบเอาตัวไม่รอดจากการล้มละลายเมื่อปีที่ผ่านมา
ซึ่งหลังจากการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นมากมายในบริษัท ตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Off-White คนล่าสุดก็ได้ถูกส่งไม้ต่อไปยัง อิบราฮิม คามารา (Ibrahim Kamara) สไตลิสต์และบรรณาธิการเชื้อสายอัฟริกัน-อเมริกัน แห่ง Dazed Magazine ผู้เคยทำงานกับเวอร์จิลมาแล้วทั้ง Off-White และ Louis Vuitton Menswear ซึ่งแม้จะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าตำแหน่งเดิมของเวอร์จิลนี้จะถูกส่งต่อให้คามารา เนื่องจากเขาไม่ใช่ดีไซเนอร์โดยอาชีพเสียทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามจิตวิญญาณของเวอร์จิลคือสิ่งคามารากลับเข้าใจอย่างลึกซึ้งไม่น้อยไปกว่ากันว่า Off-White ไม่ใช่แฟชั่น แต่มันคือ ‘วิธีคิด’ และเราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับวิธีคิดนั้นได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ซึ่งการมารับช่วงต่อของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่นี้ก็ทำได้อย่างสวยงามไม่เบา เพราะหลังรอดพ้นจากวิกฤติล้มละลาย แบรนด์อเมริกันสตรีทแวร์ Off-White ได้พาตัวเองกลับบ้านมาทวงคืนตำนานใน New York Fashion Week อย่างสง่างามเรียบร้อยแล้วในปีนี้
อ้างอิง
https://www.nytimes.com/2022/11/29/style/shannon-abloh-virgil-abloh.html
https://www.nytimes.com/2024/09/08/style/ib-kamara-off-white-vigil-abloh-nyfw.html
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘Shannon Abloh’ ภรรยา แม่ของลูก และลมใต้ปีกของดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ Virgil Abloh กับความพยายามสานต่อแรงบันดาลใจ หลังการจากไปของสามี
- Malia Obama กับการฉีกกฏที่ว่าพรมแดงต้องแกลม ด้วยชุดลายผ้าขาวม้าจาก Vivienne Westwood
- Wearing My Scar ซีรีส์ภาพถ่ายที่เปลี่ยน ‘แผลเป็น’ และความเจ็บปวด ให้กลายเป็นเครื่องนุ่งห่มแสนงดงาม
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com