5 หนังซูเปอร์ฮีโร่ แนวจิตวิทยา สายดาร์ก
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • HELLO! Magazine Thailandใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบ หนังซูเปอร์ฮีโร่ ได้เฝ้าดูเหล่ายอดมนุษย์ทั้งหลายปล่อยพลัง ฟาดฟันกับเหล่าร้าย กอบกู้โลกจากวิกฤติที่กำลังโดนคุกคาม ทั้งความแข็งแกร่ง และพลังพิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจ ฉากแอคชั่นดุเดือดสุดมันส์ ทำให้หนังแนวฮีโร่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ในขณะเดียวกัน เราอาจลืมไปแล้วว่าพวกเขาเหล่านั้นก็มีพื้นเพที่เป็นคนคนหนึ่ง มีอารมณ์ มีปัญหาชีวิต สภาพแวดล้อมสังคมที่ต้องเผชิญเช่นกัน มาดู 5 หนังซูเปอร์ฮีโร่ แนวจิตวิทยา ที่ตีแผ่อีกด้านหนึ่งของซูเปอร์ฮีโร่ที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง นอกเหนือไปจากการใช้พลังพิเศษเพื่อช่วยเหลือชาวประชาหรือกำราบเหล่าร้าย จะมีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง
The Batman
ในแบทแมนเวอร์ชั่นนี้เราจะได้เห็น Robert Pattinson กับบทบาทแบทแมนสมัยวัยละอ่อน ที่เขาเพิ่งเริ่มเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้เพียง 2 ปี พร้อมเรื่องราวการสืบสวนสอบสวนแสนเข้มข้น เมื่อ Bruce Wayne และ James Gordon ต้องร่วมมือกันตามล่า The Riddler ระหว่างทางที่ค่อย ๆ ไขปริศนาไปทีละนิด เราจะได้เห็นอีกด้านหนึ่งในความเป็นมนุษย์ของบรูซ ถูกแง้มออกมาทีละน้อยเช่นกัน ผ่านการกำกับของ Matt Reeves และงานภาพ ดนตรีประกอบ การเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่ผสมผสานออกมาอย่างกลมกล่อมลงตัวในเวลา 3 ชม.นี้
Watchmen
ผลงานชิ้นเอกของผู้กำกับ Zack Snyder หนังซูเปอร์ฮีโร่ สุดคัลท์ที่ตีแผ่ด้านมืดในจิตใจมนุษย์ มีทั้งเวอร์ชั่นหนังและซีรี่ส์ซึ่งอิงจากในคอมิคเป็นหลัก เรื่องเริ่มต้นขึ้นในปี 1985 เปิดมาด้วยการสืบสวนคดีการตายของฮีโร่ แต่ความจริงที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลับค่อย ๆ เผยให้เห็นสัญชาตญาณดิบมากมายที่อยู่เบื้องลึกข้างใน ทั้งการแก่งแย่งชิงดี ความอิจฉาริษยา ความอ่อนไหวทางอารมณ์ มีความเสียดสีและดราม่าสูง หลายอย่างทำให้เราตั้งคำถามว่าสุดท้ายแล้วความถูกต้องควรยึดถือจากอะไรกันแน่ เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาเหล่านี้ก็ยังเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งนั่นเอง
The Boys
ซีรี่ส์ฮีโร่สุดดุเดือดที่นำเสนออีกมุมหนึ่งของโลกซูเปอร์ฮีโร่ เมื่อการปราบเหล่าร้าย ดูแลความสงบ กลายเป็นเหมือนธุรกิจอย่างหนึ่งในระบบทุนนิยม การเป็นฮีโร่จึงไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนดีเสมอไป ต่างคนต่างมีปมที่ขับเคลื่อนเป้าหมายของตนเอง รวมถึงกลุ่มตัวเอกคนธรรมดาที่พยายามต่อกรกับพลังอำนาจนี้เช่นกัน โชว์ความดิบเถื่อนจัดเต็มความรุนแรงทั้งภาพและเสียงชนิดที่ไม่แนะนำให้เด็ก ๆ ดู ด้วยพลอตเรื่องเข้มข้น การเดินเรื่องฉับไว การนำเสนอที่มีเสน่ห์ และการปูสตอรี่ของตัวละครที่ต้องยกนิ้วให้ ทำให้นี่เป็นซีรี่ส์อีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง
Split
หนังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง ทำความรู้จักกับโรคหลายบุคลิก (Dissociative Identity Disorder - DID) ผ่านการแสดงของ James McAvoy และการกำกับของ M. Night Shyamalan ว่าด้วยปูมหลังของ 'The Beast' ฮีโร่ที่อยู่ในจักรวาลเดียวกับ Unbreakable และ Glass ผู้เป็นโรค DID ที่มีบุคลิกแยกถึง 23 บุคลิก ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาสังคมและครอบครัว เป็นอีกหนึ่งหนังแนวจิตวิทยาระทึกขวัญที่มีมุมมองน่าสนใจ และฝีไม้ลายมือการแสดง การกำกับอันยอดเยี่ยมที่แบกหนังได้อยู่หมัด
Invicible
ปิดท้ายกันด้วยแอนิเมชั่นซีรี่ส์ออริจินัลของ Amazon ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูน เดินเรื่องผ่านตัวเอกที่เป็นเด็กหนุ่ม Mark ลูกชายของ Omni-Man ซูเปอร์ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่แล้ววันหนึ่งความจริงก็เปิดเผยว่าแท้จริงแล้วพ่อของขาวเป็นชาวดาวอื่นที่มีเป้าหมายจะยึดครองจักรวาลและพยายามทำลายล้างโลก เด็กหนุ่มที่ไม่เห็นด้วยจึงต้องทำทุกวิถึทางเพื่อหยุดยั้งเขา นอกจากต่อสู้กับเหล่าร้ายแล้ว พระเอกของเรายังต้องต่อสู้กับปมในใจตัวเองที่มีในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องควอบครัวหรือความรัก เห็นเป็น หนังซูเปอร์ฮีโร่ ภาพการ์ตูนสดใสแบบนี้ แต่เรตติ้งความรุนแรงในเรื่องนั้นติด 18+ เลยทีเดียว
อ่านเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับราชวงศ์ ทั้งไทย และ ต่างประเทศ เซเลบริตี้ ข่าวสารใหม่ ๆ และ เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น สุขภาพ และความงามได้ที่ HELLO!