ครั้งแรกในไทย-เอเชียแปซิฟิก ภาพถ่ายสงครามของ "เจมส์ นาคท์เวย์" ช่างภาพสารคดีระดับโลก
ครั้งแรกในไทย-เอเชียแปซิฟิก ภาพถ่ายสงครามของ “เจมส์ นาคท์เวย์” ช่างภาพสารคดีระดับโลก
เพื่อสะท้อนถึงผลกระทบต่างๆ ของสงครามที่สร้างความเสียหาย แก่บ้านเมือง ชีวิตผู้คนที่ยากลำบาก และการมีชีวิตหลังการสูญเสีย ซึ่งเป็นผลพวงที่เกิดกับ มนุษยชาติทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่มุมต่างๆ รวมทั้งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ช่างภาพ และคนที่รักการถ่ายภาพอีกด้วย
“เจมส์ นาคท์เวย์” หนึ่งในช่างภาพสารคดีสงครามที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก เขาเปรียบเสมือนผู้สังเกตการณ์ และพยานของสงครามซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้ง รวมทั้งโศกนาฎกรรมภัยพิบัติทั่วโลก ได้จัดแสดงนิทรรศการรวมผลงานภาพถ่ายสงคราม James Nachtwey: Memoria Exhibition จำนวน 126 ภาพ จัดโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ด้วยการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
James Nachtwey: Memoria Exhibition คือ นิทรรศการรวมผลงานภาพถ่ายสงคราม และโศกนาฎกรรมภัยพิบัติตลอดอาชีพการเป็นช่างภาพสงครามกว่า 42 ปี ของ “เจมส์ นาคท์เวย์” ที่จะมาจัดแสดงครั้งแรกในไทยและเอเชียแปซิฟิก โดยนำภาพชุดเดียวกันกับที่นำไปจัดแสดง ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส, มิลาน ประเทศอิตาลี สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และ มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งจะเผยให้เห็นถึงชีวิตในขณะเกิดสงคราม และชีวิตหลังสงครามที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ของผู้คนและการพยายามใช้ชีวิตหลังจากการสูญเสีย
พิเศษสำหรับประเทศไทย เจมส์ นาคท์เวย์ นำภาพถ่ายเซ็ตพิเศษมาเผยสู่สาธารณะเป็นที่แรกของโลก กับภาพประวัติศาสตร์ของชีวิตในสงครามยูเครนที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนให้คนไทยได้ชมด้วย
นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมฉายภาพยนตร์ War Photographer สารคดีที่เล่าถึงชีวิตและการทำงานเป็นช่างภาพสารคดีสงคราม และโศกนาฎกรรมภัยพิบัติ กำกับโดย “คริสเตียน เฟรย์” ได้ติดตามการทำงานของเจมส์ นาคท์เวย์ 2 ปีในสงครามประเทศต่างๆ โดยใช้กล้องขนาดเล็กพิเศษแนบไปกับกล้องถ่ายภาพของ James Nachtwey ทำให้ได้เห็นมุมมองของช่างภาพชื่อดังของโลก ได้ยินเสียงลมหายใจ ที่สะท้อนถึงแรงจูงใจและการทำงานในฐานะช่างภาพสงคราม
เจมส์ นาคท์เวย์ เคยกล่าวไว้ในงานเปิดนิทรรศการ “Memoria” ที่ Fotografiska Tallinn ว่า สำหรับผมแล้ว การถ่ายภาพไม่ใช่การยัดเยียดสิ่งที่ผมคิดว่าผมรู้ให้เป็นความจริง มันคือการสำรวจด้วยตาหนึ่งคู่ หนึ่งความคิด หนึ่งหัวใจ เคลื่อนผ่านโลกแห่งความเป็นจริงตามเวลาจริง พยายามบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้คนทีละคน ณ จุดที่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง เรื่องราวที่สังคมต้องการเพื่อดำเนินไปอย่างถูกต้อง เพื่อประเมินเหตุการณ์ ตัดสินใจอย่างรอบรู้ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเราอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดภาพถ่ายงานของผมก็ขยายออกไปนอกสงคราม รวมไปถึงสถานการณ์อื่นๆ ที่มีความอยุติธรรม นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการแก้ไข ทั้งด้านมนุษยธรรมและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ตลอดจนปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับความสนใจมากขึ้น
ชมนิทรรศการ ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2566 – 26 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย