โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'แบงก์รัฐ-เอกชน' ขานรับ ธปท. แก้หนี้เรื้อรัง เล็งจีบสหกรณ์-เช่าซื้อ ร่วมโครงการ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ค. 2566 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2566 เวลา 07.38 น.

‘แบงก์รัฐ-เอกชน’ ขานรับ ธปท. แก้หนี้เรื้อรัง เล็งจีบสหกรณ์-เช่าซื้อ ร่วมโครงการ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธปท.ได้ออกมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ตลอดวงจรหนี้ โดยมาตรการที่จะเร่งบังคับใช้ก่อน คือ การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (responsible lending) ที่รวมถึงการดูแลหนี้เรื้อรัง (persistent debt) โดยเกณฑ์จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เว้นแต่ส่วนของการดูแลหนี้เรื้อรังที่จะเริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

“ระยะถัดไป ธปท.เตรียมหารือแนวทางการแก้ไขหนี้ครัวเรือนกับหน่วยงานที่อยู่นอกการกำกับดูแลราว 30% ของหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์ และกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ ให้เข้ามาอยู่ในมาตรการดังกล่าว เพื่อแก้หนี้ครัวเรือนยั่งยืน” นายรณดลกล่าว

เปิด 5 แผนเน้นแก้หนี้

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนในระบบธนาคารพาณิชย์คิดเป็นสัดส่วน 36% ของจีดีพี จากหนี้ครัวเรือนทั้งหมด 90.6% ของจีดีพี แต่ยังไม่นับรวมหนี้นอกระบบ ซึ่งสาเหตุแตกต่างกันลูกหนี้ขาดความรู้การใช้เงิน การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลราคาแพงที่มีดอกเบี้ยสูง และบางกลุ่มขาดกลไกที่จะมองเห็นภาพรวมทั้งระบบของตนเอง

นายผยงกล่าวว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนมาตรการดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมธนาคารไทยด้านความยั่งยืน ตามหลักการ 5 ข้อ ได้แก่ 1.การมีความรู้ความเข้าใจในการกู้ยืม (healthy borrowing) ให้ข้อมูลเพื่อกระตุ้นพฤติกรรมลูกหนี้ให้มีวินัยทางการเงิน และใช้สินเชื่อที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 2.การแข่งขันแบบเสรีไม่ผูกขาด (open competition) ลูกหนี้ใช้บริการสินเชื่อและเปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจ

3.ความโปร่งใสและเท่าเทียมระหว่างผู้ให้สินเชื่อ (level playing) ทุกกลุ่มเจ้าหนี้ทั้งธนาคาร นอนแบงก์ และสหกรณ์อยู่บนกฎกติกาที่เท่าเทียมกัน 4.ความยุติธรรม (fairness) อัตราดอกเบี้ยต้องสะท้อนความเสี่ยงที่เป็นจริง ลดภาระลูกหนี้ดีที่ต้องแบกภาระลูกหนี้ที่ไม่ดี 5.ความครอบคลุมและเข้าถึง (inclusion) สามารถนำข้อมูลมาส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ทุกฝ่ายมองเห็นประโยชน์ร่วมกันทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้กำกับและรัฐ ไม่ทำให้ใครต้องตกไปอยู่นอกระบบ และทุกภาคส่วนร่วมแชร์ความเสี่ยงอย่างเป็นธรรมในการแก้ปัญหาหนี้

“นอกจากนี้ ธนาคารสมาชิกฯยังร่วมกิจกรรมช่วยเหลือลูกหนี้อื่นๆ รวมไปถึงมาตรการที่ธนาคารได้ออกมาเพื่อประคับประคองลูกหนี้กลุ่มเปราะบางของตนเอง แบบตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น” นายผยงกล่าว

ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมาสมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ร่วมกับ ธปท.แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ข้อมูลสิ้นเดือนเมษายน 2566 มีลูกหนี้ที่ยังอยู่ภายใต้การช่วยเหลือของธนาคารพาณิชย์ จำนวน 2 ล้านบัญชี ยอดหนี้ 1.88 ล้านล้านบาท จากยอดหนี้ที่เคยสูงสุด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2563 จำนวน 6.12 ล้านบัญชี ยอดหนี้ 4.2 ล้านล้านบาท

คาดกดหนี้ลดต่ำเข้ากรอบ 80%

นายวิทัย รัตนากร ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า มาตรการต่างๆ ที่ออกมากับสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น เชื่อว่าจะทำให้สามารถแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ระยะยาว ตามที่ ธปท.วางไว้ว่าจะลดหนี้ครัวเรือนให้อยู่ระดับต่ำกว่า 80% ต่อจีดีพี ภายใน 5 ปี เชื่อว่ามาตรการนี้และมาตรการที่จะออกมาในอนาคตจะบรรลุเป้าหมายแน่นอน ซึ่งสมาคมสถาบันการเงินของรัฐพร้อมสนับสนุนมาตรการดังกล่าว

“โดยเฉพาะมาตรการแก้หนี้เรื้อรังที่ช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อ ในการลดอัตราดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 15% ต่อปี จะช่วยให้ลูกหนี้จ่ายเงินต้นได้มากขึ้น และมีโอกาสสูงขึ้นในการปิดจบหนี้ได้โดยเร็ว ซึ่งเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารออมสินในการสร้างแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำและเป็นธรรมที่ได้ดำเนินการอยู่ในช่วงเวลานี้” นายวิทัยกล่าว

ธ.ก.ส.ออกโครงการ “แทนคุณ” อุ้มลูกหนี้สูงวัย

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส.ดูแลลูกค้าทั้งหมด 4.3 ล้านราย หรือ 10 ล้านสัญญา เกือบทั้งหมดเป็นลูกค้าเกษตรที่มีทั้งรายกลางและรายย่อย ซึ่งเป็นเกษตรกรบุคคล 6 ล้านสัญญา หรือ 3 ล้านคน ซึ่งมีความเปราะบาง และมีความพิเศษ นอกจากจะมีปัญหาเป็นหนี้เรื้อรัง โดยกลุ่มนี้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีราว 1.2 ล้านคน

ขณะเดียวกัน ลูกค้ามีหนี้ที่แตกต่างกัน ธ.ก.ส.จึงมีแนวทางดูแลหนี้เกษตรกรที่สอดคล้องกับศักยภาพของเกษตรกรแต่ละกลุ่ม สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่เป็นหนี้เรื้อรังและสูงอายุ ธ.ก.ส.ได้จัดทำโครงการสินเชื่อแทนคุณ วงเงิน 20,000 ล้านบาท หรือ 42,000 คน ภายในปีงบประมาณ 2567 เพื่อจูงใจให้ทายาทมารับภาระหนี้ต่อและเป็นการรักษาทรัพย์สินให้คงอยู่กับครอบครัว และมาตรการลดภาระหนี้และดอกเบี้ยในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยให้เกษตรกรกลุ่มนี้สามารถปิดจบหนี้ได้

“หนี้เกษตรเป็นปัญหาสะสม แม้ ธ.ก.ส.ออกมาตรการช่วยเหลือ แต่ด้วยปัญหาด้านรายได้ส่งผลต่อการชำระหนี้ โดยเฉพาะหนี้เรื้อรังที่แม้จะเป็นสินเชื่อที่มีงวดจ่ายชำระชัดเจน (term loan) แต่การพักชำระเงินต้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ผลผลิตได้รับผลกระทบช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลูกหนี้จ่ายชำระเฉพาะดอกเบี้ยและไม่สามารถจ่ายคืนเงินต้นเพื่อปิดจบหนี้ได้” นายฉัตรชัยกล่าว

นอนแบงก์ชี้ลูกค้ายังเปราะบาง

นายอธิป ศิลป์พจีการ รองประธานชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ของผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) เป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อยและเปราะบางกว่าลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งลูกหนี้กลุ่มนี้มีความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือนค่อนข้างจำกัด ทำให้สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหมุนเวียนเป็นสินเชื่อที่เหมาะกับความต้องการ แต่ผลกระทบในระยะยาวของการผ่อนชำระขั้นต่ำที่จำกัด ทำให้ลูกหนี้กลุ่มนี้เป็นหนี้เรื้อรังค่อนข้างสูง

“ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคลและบริษัทสมาชิก เห็นถึงความจำเป็นและพร้อมนำเสนอทางเลือกเพื่อช่วยเหลือให้ลูกหนี้ที่มีความตั้งใจสามารถปิดจบหนี้ โดยเริ่มจากลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน และสนับสนุนให้เกิดการเสริมความรู้พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสร้างวินัยทางการเงินที่ดีควบคู่กันไป” นายอธิปกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...