โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจ้ง 5 ข้อหาหนัก เยาวชน 14 ก่อเหตุยิงในห้าง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 ต.ค. 2566 เวลา 12.24 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2566 เวลา 03.59 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 4 ต.ค. – ตร.แจ้ง 5 ข้อหาหนัก เยาวชน 14 ปี ก่อเหตุยิงในห้างดัง จ่อสอบพ่อแม่ว่ามีความผิด เข้าข่าย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก หรือไม่

พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีเยาวชนวัย 14 ปี ก่อเหตุยิงภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย เมื่อวานนี้ว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งดำเนินคดีกับเยาวชนวัย 14 ปี ทั้งหมด 5 ข้อหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่า, มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจะมีข้อหาอื่น ๆ หรือไม่ อยู่ในระหว่างการหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม นอกจากนี้อยู่ระหว่างสอบสวนด้วยว่า ผู้ปกครองจะเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเป็นการจับกุม ซึ่งขณะนี้ยังควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สน.ปทุมวัน และจะควบคุมตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในวันนี้ เพื่อทำการไต่สวน การจับกุม และนำเข้าสู่กระบวนการรักษาเพื่อให้อาการสภาพจิตใจดีขึ้นก่อน จากนั้นถึงเริ่มกระบวนการสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพได้

ส่วนการตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา ในพื้นที่ สน.หลักสอง เมื่อคืน พบเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก จะมีการแยกดำเนินคดีเป็นอีก 1 คดี นอกจากนี้ยังมีตัวแทนเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนและสถานทูตเมียนมา เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อพูดคุย ติดตามคดี และประสานงานเรื่องการช่วยเหลือพลเมืองที่เสียชีวิต

ด้าน ร.ต.อ.ธัญอมร หนูนารถ รอง สวป.สน.ปทุมวัน หัวหน้าชุดระงับเหตุเยาวชนชายอายุ 14 ปี กราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เล่าว่า เมื่อวานนี้ได้รับคำสั่งให้เข้าไประงับเหตุในพื้นที่ห้างสรรพสินค้า ซึ่งภารกิจของตนจะต้องเข้าไประงับเหตุ ไม่ให้คนร้ายก่อเหตุเพิ่ม โดยมีการแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่เป็นหลายชุดจาก สน.ปทุมวัน และ สน.ใกล้เคียง ในพื้นที่ บก.น.6 และเนื่องจากห้างมีขนาดใหญ่ จึงมีการแบ่งกำลัง 1 ชุดดูกล้องวงจรปิด และกระจายกำลังค้นหาคนร้าย โดยชุดของตนเองได้รับข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุปรากฏตัวที่ชั้น 3 ทิศใต้ของห้าง บริเวณใกล้ร้านเฟอร์นิเจอร์ จึงขึ้นไปตรวจสอบ โดยมีกำลังเสริมจาก สน.สำราญราษฎร์ ไปด้วย ตอนที่ไปถึงพบว่าเด็กชายวัย 14 ปี กำลังคุยโทรศัพท์กับตำรวจชุดไกล่เกลี่ยอีกชุดที่พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่เด็กตอบว่า “เห็นคนถืออาวุธปืนเยอะมาก ต้องสู้ ถ้าสู้ไม่ได้ก็จะฆ่าตัวตาย”

จากนั้นตนเองจึงประเมินสถานการณ์ว่า ผู้ก่อเหตุกำลังวัดใจ จึงแสดงอาวุธให้เห็นว่าตำรวจมีอาวุธปืนยาว ซึ่งเป็นอาวุธที่เหนือกว่า เป็นจิตวิทยาให้ผู้ก่อเหตุรู้ว่า ถึงสู้ไปก็สู้ไม่ได้ สุดท้ายฝ่ายผู้ก่อเหตุจึงยอมวางอาวุธปืน และมอบตัวกับตำรวจ โดยขณะที่เข้าไปจับกุมและแจ้งรายละเอียดว่าการกระทำความผิดจะถูกแจ้งข้อหาอะไรบ้าง และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยขณะนั้นผู้ก่อเหตุมีท่าทีนิ่ง ไม่ตอบโต้อะไร แต่ดูมีสติดี จากนั้นผู้บังคับบัญชาจึงมาสอบปากคำต่อ

ร.ต.อ.ธัญอมร ตั้งข้ออีกว่า ระหว่างที่เข้าไประงับเหตุ ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน เพราะมีอุปกรณ์สำหรับเหน็บปืน และลักษณะการใช้อาวุธเหมือนผ่านการฝึกมาก่อน. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...