โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฟผ. ก้าวสู่ปีที่ 51 พร้อมอยู่เคียงข้าง ยืนหยัดพัฒนาสรรสร้างความสุขให้คนไทย

77kaoded

เผยแพร่ 01 พ.ค. 2563 เวลา 09.10 น. • 77 ข่าวเด็ด

ทุกย่างก้าวที่ กฟผ. เดินเคียงข้างคนไทยและสังคมไทย กฟผ. ได้สั่งสมประสบการณ์จากความสำเร็จ รวมทั้งจากปัญหาและอุปสรรคที่เคยเผชิญ ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันและจุดประกายให้การก้าวต่อจาก 5 ทศวรรษ เราต้องคิดและทำให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้รักษาจุดมุ่งหมายและความตั้งใจที่มีมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี นั่นคือความมั่นคงทางพลังงาน และความยั่งยืนในสังคมไทย
 
มั่นคงด้วยขุมพลังจากเทคโนโลยีในการผลิตที่หลากหลาย
หนึ่งในภารกิจสำคัญของ กฟผ. คือ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ กฟผ. จึงวางแผนเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าให้เป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือแผนPDP 2018 เพื่อรองรับความต้องการใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ในภาคการผลิตไฟฟ้า การสร้างโรงไฟฟ้าแต่ละโรงนั้นนอกจากการมีโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลซึ่งถือเป็นฐานหลักของขุมพลังที่แข็งแกร่งแล้ว กฟผ. ยังคำนึงถึงรูปแบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะมาใช้ร่วมกับโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนและเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย ดังเช่นการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานีซึ่งนับเป็นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ พร้อมกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในปีนี้ และนั่นจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของประเทศ เพื่อลดข้อจำกัดความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และช่วยให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด

มั่นคงในระบบส่งด้วยโครงข่ายที่ครอบคลุมพร้อมพัฒนาสู่ศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้าของอาเซียน

การพัฒนาระบบส่งรองรับ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำคู่ขนานกันไปหากต้องการให้ทุกคนทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึงและเกิดความมั่นคงทางพลังงาน นั่นคือที่มาของการพัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงแข็งแรง พร้อมจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยมาเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายไฟฟ้ารองรับการผลิตไฟฟ้าใช้เองที่เพิ่มมากขึ้นด้วยรวมทั้งมีการเตรียมนำระบบกักเก็บพลังงานมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขยายขอบเขตการแลกเปลี่ยนซื้อขายพลังงานในระดับภูมิภาคและสร้างโอกาสในการพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้เกิดการบูรณาการการใช้ทรัพยากรภายในภูมิภาคร่วมกัน สามารถส่งจ่ายพลังงานไปยังแหล่งที่มีความต้องการใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่สมดุล 3 ประการ คือ ความมั่นคง ราคาเหมาะสม และความยั่งยืน

มั่นคงด้วยการพัฒนานวัตกรรมและธุรกิจใหม่ที่สร้างการเติบโตไปด้วยกัน
การขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ก้าวไปข้างหน้าในยุคของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนั้น กฟผ.ได้ติดตามและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม เพื่อนำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์การ เช่น ด้านพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้สอดรับกับทิศทางพลังงานโลก โดยที่ผ่านมาได้พัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้า มาใช้พัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือที่เรียกว่า Grid Modernization ทั้งการปรับปรุงโรงไฟฟ้าหลักให้มีความยืดหยุ่น การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน การปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูงเป็นระบบดิจิทัล การสร้างแพลตฟอร์มการซื้อขายไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาระบบพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และศูนย์ควบคุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีการดูแลบริหารจัดการความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเปิดกว้างให้กับพนักงานนักคิดรุ่นใหม่ โดยสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจในแบบที่ กฟผ. ยังไม่เคยทำมาก่อน เช่น“โครงการนำร่องติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับพนักงาน กฟผ.” ภายใต้แบรนด์ loops อีกหนึ่งโอกาสที่น่าสนใจในการแสวงหาและพัฒนาต่อยอดธุรกิจจากนวัตกรรมทางพลังงานไฟฟ้า เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยเป็นโครงการที่จะส่งมอบบริการด้าน Solar Rooftop แบบครบวงจร พร้อมบูรณาการกับธุรกิจอื่น ๆ ของ กฟผ. ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น EGAT EV Charging Station การให้บริการร้านกาแฟและบ้านพักตามเขตเขื่อนผ่านแคมเปญทางการตลาด เพื่อให้เกิดการหล่อหลอมธุรกิจที่หลากหลายให้เดินไปด้วยกันด้วยเป้าหมายเดียวกัน และคาดว่าต้นปี 2564 จะได้มีการเริ่มต้นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอย่างเป็นทางการให้แก่ประชาชนต่อไป

ยั่งยืนในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ด้วยศาสตร์พระราชา

อีกหนึ่งภารกิจหน้าที่ของ กฟผ. ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องและมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้า คือการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนไทยด้วยการพัฒนาชีวิตความอยู่ที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและชุมชน ผ่านการน้อมนำศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมาเป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำในบริเวณ“เขื่อน 7 พระนาม 3 โรงไฟฟ้า” ได้แก่

เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง โรงไฟฟ้าวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และโรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อพัฒนาชุมชนรอบเขตเขื่อนโรงไฟฟ้าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถยืดหยัดพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ จะได้นำไปปรับใช้กับการดำเนินโครงการใหม่ ๆ ของ กฟผ. เพื่อให้เกิดการยอมรับและความเข้าใจที่ตรงกันระหว่าง กฟผ. กับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย อย่างโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งใช้วัสดุทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิง โดยชุมชนจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานในพื้นที่ และเป็นเจ้าของพลังงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชุมชนมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โมเดลโรงไฟฟ้าชุมชนนั้นจะน้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่าด้วยเรื่องของ โคก หนอง นา มาผสมผสานเพื่อเป้าหมายที่ต้องการให้ชุมชนพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนใน 3 เรื่องหลัก คือ อาหาร น้ำ และพลังงาน ทั้งยังสามารถฉายภาพของนโยบายพลังงานเพื่อทุกคน หรือ Energy For All ได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย โดยโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กำลังการผลิต 2-3 เมกะวัตต์ ใช้เชื้อเพลิงชีวมวล จะเป็นโรงไฟฟ้าชุมชนแห่งแรกของ กฟผ. และของประเทศ

ยั่งยืนบนพื้นฐานของการแบ่งปันความรู้

กฟผ. ร่วมสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญา ด้วยการส่งเสริมและส่งต่อความรู้ผ่านศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. และ โครงการห้องเรียนสีเขียว โดยศูนย์การเรียนรู้นั้น ปัจจุบันได้เปิดทำการและกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศแล้ว 6 แห่ง คือ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรีศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ) เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จ.ลำปาง ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก (พลังคิด ดี) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์การเรียนรู้ราชานุรักษ์ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. จะนะ (พลังคิด) จ.สงขลา ซึ่งทุกแห่งพร้อมต้อนรับเยาวชนและประชาชนให้ได้รับความรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้ากันอย่างทั่วถึงควบคู่ไปกับความสนุกสนานผ่านการนำเสนอด้วยสื่อสมัยใหม่แบบผสมผสาน นอกจากนี้ยังมีอีก 2 แห่งที่กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการอย่างศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. แม่ออน จ.เชียงใหม่ และศูนย์การเรียนรู้โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ กฟผ. แม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ที่มุ่งหวังให้ความรู้ด้านการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน

ยิ่งไปกว่านั้น ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ยังเตรียมความพร้อมยกระดับสู่การเป็น EGAT Energy Excellence Center แหล่งเรียนรู้พลังงานสะอาดและยั่งยืนที่สามารถบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าได้ในพื้นที่ของตัวเอง โดยตั้งเป้าหมายให้เป็น ZERO Building ลดการใช้พลังงานจากระบบไฟฟ้า ด้วยการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนจากแหล่งต่าง ๆ ที่จะติดตั้งภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ มีการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะขนาดเล็กเพื่อนำร่องทดสอบการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานจากพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องยนต์ก๊าซที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพจากการหมักขยะและก๊าซธรรมชาติ ทำงานควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานและเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ร่วมด้วยระบบอินเวอร์เตอร์ของ กฟผ. โดย EGAT Energy Excellence Center จะเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากที่สุดที่มีอยู่ในตลาดพลังงานไฟฟ้ามาใช้ด้วยกัน ประสานพลังความร่วมมือกับหน่วยงานชั้นนำทางด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ได้ต้นแบบของการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและมีเสถียรภาพและจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานในภาคประชาชนต่อไป

สำหรับโครงการห้องเรียนสีเขียว กฟผ. ได้มีการดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2541 ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ด้านพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่ต้องปลูกฝังแต่วัยเยาว์ และ กฟผ. ตั้งใจต่อยอดไปสู่การสนับสนุนให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่และแบ่งปันความรู้สู่สังคม รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ก้าวทันโลก พร้อมส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม ในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในระดับโรงเรียนตามแนวคิดศาสตร์พระราชาผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้การดำเนินโครงการฯ

 

ยั่งยืนจากความห่วงใยและรับผิดชอบต่อสังคม

กฟผ. ไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง โดยรอบข้างนั้นมีสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ที่ต้องเติบโตไปด้วยกัน จึงทำให้มีโครงการที่เกิดขึ้นจากความห่วงใยและความรับผิดชอบต่อสังคมนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่มุ่งหวังให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ โครงการปลูกป่า กฟผ. ที่ช่วยสร้างออกซิเจนคืนสู่ธรรมชาติ โครงการแว่นแก้ว ที่มอบความสดใสให้กับดวงตาแก่ผู้ยากไร้ โครงการ Move World Together เพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนให้เยาวชนคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนทางด้านกีฬาประเภทต่างๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของนักกีฬาไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก และโครงการสาธารณประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ในทุกๆการดำเนินงาน พนักงาน กฟผ. มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน จึงมีการปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกพนักงานให้มีจิตอาสาในการทำงานด้วยหัวใจ ทำให้แม้จุดเล็ก ๆ ของความเดือดร้อนของสังคมและชุมชนก็ยังได้รับความใส่ใจอยู่เสมอ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือบรรเทาและอยู่ร่วมในทุกวิกฤตสถานการณ์ เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างความสุขให้กับคนไทย

ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ กฟผ. ทำ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงทิศทางที่จะเดินหน้าก้าวต่อไป สิ่งดี ๆ ที่เราตั้งใจจะสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น ทำให้เรามั่นใจที่จะก้าวต่ออย่างมั่นคง และนับจากนี้ถือเป็นความท้าทายของคน กฟผ. ทุกคนที่จะร่วมกันขับเคลื่อน ด้วยพลังความสามารถ ศักยภาพ และด้วยหัวใจที่มี ซึ่งเป็นของขวัญที่เราตั้งใจมอบให้กับคนไทยเสมอมาไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ๆ เพื่อให้เราทุกคนมีความสุขไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...