โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Inside แผนย้าย "มหาดไทย" จากคลองหลอดไปปากเกร็ด ยึดสนามกอล์ฟชลประทาน

มติชนสุดสัปดาห์

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2561 เวลา 14.34 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นที่ฮือฮาไปทั้งกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ใช่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการไปเป็น “พ่อเมือง” ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อายุเพียง 44 ปี

แต่เป็นแผนการ “ย้ายกระทรวง” จากใจกลางเมืองหลวง ไปยังพื้นที่กรมชลประทาน จ.นนทบุรี

เมื่อ “ฉัตรชัย พรหมเลิศ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ทำหนังสือไปถึง “เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ” ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ขอใช้พื้นที่ที่ดินราชพัสดุ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แปลงสนามกอล์ฟชลประทาน มาทำเป็น “ศูนย์ราชการมหาดไทย” แห่งใหม่

หวังรวมเอา 6 กรม ประกอบด้วย กรมที่ดิน กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงสำนักงานปลัดกระทรวง มารวมไว้อยู่ในที่เดียวกัน

โดยในหนังสือที่ “ปลัด มท.” ส่งถึง “ปลัด กษ.” มีใจความว่า ปัจจุบันพื้นที่เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ประกอบกับความแออัดคับแคบของสภาพพื้นที่โดยรอบ ทำให้ส่วนราชการหลายแห่งย้ายสถานที่ปฏิบัติงานออกไปจากเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

“ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็ประสบปัญหา ส่งผลให้การอำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการ และการปฏิบัติราชการมีจำกัด ประกอบกับอาคารสิ่งก่อสร้างบางส่วนบดบังทัศนียภาพอันงดงามของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จึงจำเป็นต้องจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการของกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ และพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ดินราชพัสดุในพื้นที่ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แปลงสนามกอล์ฟชลประทานเหมาะสมในการก่อสร้าง จึงขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงเกษตรฯ อนุเคราะห์ที่ดิน 100 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่”

 

ต้นตอไอเดียการย้ายกระทรวงมีมานานนม แต่มีการคิกออฟกันจริงจังในยุค “กฤษฎา บุญราช” เป็นปลัดกระทรวง มีการตั้งคณะกรรมการศึกษา-หาทำเลกันชัดเจน จากแนวคิดผู้บริหารลามไปถึงหูข้าราชการ และถูกพูดสู่ปากต่อปากกันในมหาดไทย ย่านคลองหลอด ข่าวการขอพื้นที่สนามกอล์ฟ กรมชลฯ ย่านปากเกร็ด มาเป็นที่ตั้งกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแค่มีความชัดเจนเพิ่มขึ้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทยระบุว่า “ต้องเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรม เพราะขณะนี้วัดราชบพิธฯ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งอาคารของกรมการปกครองที่ตั้งอยู่ในกระทรวงบดบังวัดราชบพิธฯ หากกระทรวงย้ายไป ศาลาว่าการมหาดไทยอาจปรับเปลี่ยนไปเป็นอาคารอนุรักษ์และพิพิธภัณฑ์”

ช่วงต้นปี 2560 ผู้บริหารจึงได้นำแปลงที่ดินมากางในที่ประชุม เพื่อหาพื้นที่ทดแทนจำนวน 4 แปลง ประกอบด้วย แปลงที่ 1 ที่ดินของเรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพมหานคร ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท.1007 และ 1008 เนื้อที่ 496-3-27 ไร่ ของกรมราชทัณฑ์ ตั้งอยู่บนถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พื้นที่ 496 ไร่ หากเลือกพื้นที่ตรงนี้ต้องย้ายเรือนจำไปสร้างใหม่ในพื้นที่อื่น ใช้เงินดำเนินการทั้งหมด 1.4 หมื่นล้านบาท

แปลงที่ 2 ที่ดินราชพัสดุคลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พื้นที่ 640 ไร่ ของกรมประชาสัมพันธ์ มูลค่าที่ดินจากการประเมิน 1.2 พันล้านบาท

แปลงที่ 3 ที่ดินราชพัสดุ ต.บางปิ้ง จ.สมุทรปราการ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ สป.588-611 และ 1518 พื้นที่ 640 ไร่ อยู่ในความครอบครองกรมการขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคม ที่ตั้งมีพื้นที่ขนาดใหญ่รวมประมาณ 1,420 ไร่

แปลงที่ 4 เป็นที่ดินราชพัสดุ บริเวณพระราม 9 พื้นที่ 1,000 ไร่ พื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ตั้งอยู่ย่านพระราม 9 ห้วยขวาง ติดกับกรมโยธาธิการและผังเมือง มูลค่าที่ดินนับแสนล้านบาท

แต่ในที่สุดก็กลายเป็นสนามกอล์ฟ กรมชลฯ เป็นแปลงที่ 5 งอกออกมาในปี 2561 เป็นที่มาของปลัด มท.ทำหนังสือถึงปลัด กษ.ขอใช้พื้นที่ตั้งกระทรวงแห่งใหม่

 

“นิสิต จันทร์สมวงศ์” รองปลัดกระทรวง มท. ในฐานะโฆษก มท. กล่าวถึงเหตุผลเลือกใช้พื้นที่ดังกล่าวว่า เป็นพื้นที่ที่มีความสง่างาม มีความกว้างขวาง เหมาะสมต่อการสร้างศูนย์ราชการของกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งไม่อยู่ห่างจาก กทม. มาก มีรถไฟฟ้าเข้าถึง ข้าราชการเดินทางสะดวก ประชาชนก็ไม่ลำบากในการติดต่อราชการ

“แม้ที่ดินของกรมชลประทานผืนดังกล่าวจะเป็นทางเลือกแรก โดยบางส่วนจะติดกับสนามกอล์ฟ แต่ทางกระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมพื้นที่สำรองไว้ เช่น พื้นที่ย่านมีนบุรี กับพื้นที่ของ รฟม. บริเวณแยกผังเมือง โดยยังไม่มีการตัด 2 ตัวเลือกนี้ทิ้งไป”

อย่างไรก็ตาม ตามประวัติศาสตร์ กระทรวงมหาดไทยที่ถนนอัษฎางค์ เป็นศูนย์กลางการบัญชาการผู้ว่าราชการจังหวัดมาตั้งแต่ พ.ศ.2435 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยปรับปรุงมาจากวังใต้ ตามศูนย์ข้อมูลเกาะรัตนโกสินทร์ บันทึกไว้ว่า

“เดิมเป็นวังที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเนียม ต้นราชสกุลนิยมิศร เมื่อพระองค์เจ้าเนียมสิ้นพระชนม์ จึงเป็นที่ประทับของพระองค์เจ้าอุทัย พระองค์เจ้าสว่าง พระองค์เจ้าแฉ่ง พระราชโอรสร่วมเจ้าจอมเดียวกันในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ เมื่อพระองค์เจ้าสว่างสิ้นพระชนม์เป็นพระองค์สุดท้ายในรัชกาลที่ 4 ไม่ปรากฏว่ามีเจ้านายพระองค์ใดมาประทับที่วังนี้อีก และได้รื้อวังนี้สร้างเป็นกระทรวงนครบาลในรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันคือกระทรวงมหาดไทย”

เมื่อมีแผนการย้ายกระทรวง “ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล” อดีต รมช.ศึกษาธิการ อดีตลูกหม้อสิงห์คลองหลอด และมีศักดิ์เป็นเหลนของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามคณะผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ณ วังวรดิศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในช่วง “Q & A” ถึงการย้ายกระทรวง ทำนองกึ่งแนะนำ กึ่งเตือนสติผู้ที่เกี่ยวข้อง

ตอนหนึ่งว่า

 

ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และเป็นผู้บริหารระดับสูงของกรณีมีข่าวการย้ายกระทรวงไปยังที่ตั้งแห่งใหม่นั้น ต้องไม่ลืมว่า ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยปัจจุบันได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นล้นพ้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมและทรงเปิดพระอนุสาวรีย์องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย อันนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อม และยึดถือเป็นความรักความผูกพันทางจิตใจสูงสุดแก่ชีวิตข้าราชการฝ่ายปกครองทุกผู้ทุกคนมาโดยตลอดระยะเวลาอันยาวนาน

“สำนักงานปลัดกระทรวง ควรต้องดำรงรักษาอาคารหลังเดิมที่ถนนอัษฎางค์ เหมือนกับที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม และอาคารศาลฎีกา ซึ่งทั้งสองแห่งตั้งอยู่บนเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน ของจริงของแท้ ต่างก็ยังหวงแหนดำรงรักษาไว้ตราบจนทุกวันนี้

หรือแม้แต่กองบัญชาการกองทัพบก บนถนนราชดำเนินนอก ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเป็นโรงเรียนนายร้อยทหารบก กระทั่งได้รับพระราชทานนามว่า “โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า” ในเวลาต่อมา รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต ไม่ห่างไกลจากพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต”

พร้อมให้ข้อคิดด้วยว่า

“ยังมีอีกหลายเรื่องหลายประการ ที่สมควรคิดถึงการใช้งบประมาณที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดก่อนเรื่องนี้ ตามหลักพระราชปรัชญาแห่งความพอเพียงตามพระราชปณิธาน พี่น้องเพื่อนข้าราชการต้องช่วยกันขบคิดให้รอบคอบในเรื่องการย้ายกระทรวงมหาดไทย”

นี่คือเบื้องลึกของการย้ายกระทรวงมหาดไทย และกระแสที่มีทั้ง ตอบรับ/เห็นต่าง อยู่ในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...