UOB คาดดีลซื้อ “ซิตี้กรุ๊ปไทย” จบไตรมาส 2/66 ส่วนหุ้น UOBKH ราคาหุ้นทะยานชนซิลลิ่ง
ข่าวการซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปกลับมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดหุ้นอีกครั้ง เมื่อกลุ่มธนาคารยูโอบี ประกาศว่าเป็นผู้ผ่านการพิจารณาได้ทำข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ป ในไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ทำให้เปิดตลาดวันนี้ (14 ม.ค. 2565) ขณะเดียวกันราคาหุ้นของ UOBKHหรือ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) พุ่งแรง 29.71% โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 8.95 บาท เพิ่มขึ้น 2.05 บาท และมีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ราว 174.10 ล้านบาท
โดย นาย วี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปทั้ง 4 ประเทศในครั้งนี้ มีมูลค่ารวม 1.2 แสนล้านบาท โดยเป็นพรีเมียมรวมอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาทซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของยูโอบีในภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่ากลุ่มลูกค้าบุคคลจะเติบโตเป็น 2 เท่า ภายในปี 2569
เมื่อรวมฐานลูกค้าของยูโอบีและซิตี้กรุ๊ป ในไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม จะทำให้ฐานลูกค้าของยูโอบีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.3 ล้านราย และกลายเป็นกลุ่มธนาคารที่มีฐานลูกค้ารายย่อยใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ใหญ่ขึ้น และยังมีบริการลูกค้าที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย
ส่วนฐานะการเงิน ยูโอบีมีความพร้อมและงบการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในการเข้าซื้อกิจการซิตี้กรุ๊ปครั้งนี้ ภายหลังการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น หากไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมครั้งเดียวนี้ จะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้กับยูโอบีทันที
นอกจากนี้ หากการควบรวมเสร็จสิ้นยูโอบีจะมีรายได้ในส่วนของธนาคารเพิ่มขึ้น 1 พันล้านสิงคโปร์ดอลลาร์ และมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 1.2 เท่า ของ 4 พันล้านสิงคโปร์ดอลลาร์
การเสนอซื้อกิจการนี้ธนาคารยูโอบีจะใช้ทุนส่วนเกินของธนาคารเพื่อการเสนอซื้อกิจการครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะลดอัตราส่วนของเงินกองทุนขั้นที่ 1(Common Equity Tier 1 หรือ CET1) ของธนาคารลง 0.7% เป็น 12.8% ตามสถานะเงินทุน ณ วันที่ 30กันยายน 2564 ผลกระทบต่ออัตราส่วน CET1คาดว่าจะมีไม่มากและจะยังอยู่ภายในข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล
ทั้งนี้ ยูโอบีตั้งเป้าหมาย CET1 ไว้มากกว่า 13% ในปี 2569 โดยการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้ ROE (ไม่รวมต้นทุนการทำธุรกรรมครั้งเดียว)เติบโตเกิน 13% ได้ในปี 2569 ขณะที่นโยบายจ่ายเงินปันผลยังคงไม่ต่ำกว่า 50%ของกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเข้าซื้อกิจการซิตี้กรุ๊ปในไทยและมาเลเซียแล้วแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/66 ส่วนอินโดนีเซียและเวียดนามคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/67
สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจรายย่อยของยูโอบี ได้แก่ การเจาะกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การรุกกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่าน UOB TMRW แพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคาร และให้บริการด้านการเงินผ่านช่องทางที่หลากหลาย (Omni-channel) เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง การเสนอซื้อกิจการนี้จะขยายเครือข่ายพันธมิตรของยูโอบีและเพิ่มขนาดธุรกิจลูกค้ารายย่อยในทั้งสี่ประเทศขึ้นเป็นสองเท่า เร่งให้บรรลุเป้าขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคเร็วขึ้นถึงห้าปี