โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UOB คาดดีลซื้อ “ซิตี้กรุ๊ปไทย” จบไตรมาส 2/66 ส่วนหุ้น UOBKH ราคาหุ้นทะยานชนซิลลิ่ง

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 01.53 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2565 เวลา 06.51 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

ข่าวการซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปกลับมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดหุ้นอีกครั้ง เมื่อกลุ่มธนาคารยูโอบี ประกาศว่าเป็นผู้ผ่านการพิจารณาได้ทำข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ป ในไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ทำให้เปิดตลาดวันนี้ (14 ม.ค. 2565) ขณะเดียวกันราคาหุ้นของ UOBKHหรือ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) พุ่งแรง 29.71% โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 8.95 บาท เพิ่มขึ้น 2.05 บาท และมีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ราว 174.10 ล้านบาท
โดย นาย วี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปทั้ง 4 ประเทศในครั้งนี้ มีมูลค่ารวม 1.2 แสนล้านบาท โดยเป็นพรีเมียมรวมอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาทซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของยูโอบีในภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่ากลุ่มลูกค้าบุคคลจะเติบโตเป็น 2 เท่า ภายในปี 2569
เมื่อรวมฐานลูกค้าของยูโอบีและซิตี้กรุ๊ป ในไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม จะทำให้ฐานลูกค้าของยูโอบีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.3 ล้านราย และกลายเป็นกลุ่มธนาคารที่มีฐานลูกค้ารายย่อยใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ใหญ่ขึ้น และยังมีบริการลูกค้าที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย
ส่วนฐานะการเงิน ยูโอบีมีความพร้อมและงบการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในการเข้าซื้อกิจการซิตี้กรุ๊ปครั้งนี้ ภายหลังการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น หากไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมครั้งเดียวนี้ จะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้กับยูโอบีทันที
นอกจากนี้ หากการควบรวมเสร็จสิ้นยูโอบีจะมีรายได้ในส่วนของธนาคารเพิ่มขึ้น 1 พันล้านสิงคโปร์ดอลลาร์ และมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 1.2 เท่า ของ 4 พันล้านสิงคโปร์ดอลลาร์
การเสนอซื้อกิจการนี้ธนาคารยูโอบีจะใช้ทุนส่วนเกินของธนาคารเพื่อการเสนอซื้อกิจการครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะลดอัตราส่วนของเงินกองทุนขั้นที่ 1(Common Equity Tier 1 หรือ CET1) ของธนาคารลง 0.7% เป็น 12.8% ตามสถานะเงินทุน ณ วันที่ 30กันยายน 2564 ผลกระทบต่ออัตราส่วน CET1คาดว่าจะมีไม่มากและจะยังอยู่ภายในข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล
ทั้งนี้ ยูโอบีตั้งเป้าหมาย CET1 ไว้มากกว่า 13% ในปี 2569 โดยการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้ ROE (ไม่รวมต้นทุนการทำธุรกรรมครั้งเดียว)เติบโตเกิน 13% ได้ในปี 2569 ขณะที่นโยบายจ่ายเงินปันผลยังคงไม่ต่ำกว่า 50%ของกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเข้าซื้อกิจการซิตี้กรุ๊ปในไทยและมาเลเซียแล้วแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/66 ส่วนอินโดนีเซียและเวียดนามคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/67
สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจรายย่อยของยูโอบี ได้แก่ การเจาะกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การรุกกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่าน UOB TMRW แพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคาร และให้บริการด้านการเงินผ่านช่องทางที่หลากหลาย (Omni-channel) เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง การเสนอซื้อกิจการนี้จะขยายเครือข่ายพันธมิตรของยูโอบีและเพิ่มขนาดธุรกิจลูกค้ารายย่อยในทั้งสี่ประเทศขึ้นเป็นสองเท่า เร่งให้บรรลุเป้าขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคเร็วขึ้นถึงห้าปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...