โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

แอร์อินเวอร์เตอร์ กับแอร์ธรรมดา ต่างกันอย่างไร ? (Inverter vs Non-Inverter Air Conditioners)

Thaiware

อัพเดต 30 มิ.ย. 2564 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 14.00 น. • Talil
แอร์อินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner) กับแอร์ธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner) ต่างกันอย่างไร ? ควรใช้ในสถานการณ์ไหนบ้าง และมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร ?

แอร์อินเวอร์เตอร์ กับแอร์ธรรมดา ต่างกันอย่างไร ?

(Inverter vs Non-Inverter Air Conditioners)

ถ้าคุณกำลังจะซื้อเครื่องปรับอากาศ (Air Conditioner) อาจเคยเห็นตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าว่า มันมี เครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner) และ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner) สงสัยไหมว่า มันแตกต่างกันอย่างไร ? และที่สำคัญแบบที่มีระบบอินเวอร์เตอร์ ราคามักจะสูงกว่าด้วยสิ !

โดยหากมองเผิน ๆ ก็พบว่าทั้ง 2 ประเภทก็สามารถใช้งานได้เหมือนกัน แต่ลึก ๆ แน่นอนว่า การทำงานของมันแตกต่างกันในหลายด้าน ซึ่งบทความนี้เราจะมาแยกความแตกต่างระหว่างเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ และ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดากันครับ 

มีอะไรบ้างที่เราควรรู้ แล้วจะเลือกซื้ออย่างไร ให้ถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งาน ลองอ่านกันดูได้เลย …

เนื้อหาภายในบทความ

  • เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner) คืออะไร ?
  • เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner) คืออะไร ?
  • สรุปข้อดี-ข้อเสียของเครื่องปรับอากาศทั้ง 2 ระบบ
  • ความเห็นจาก Thaiware เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศทั้ง 2 ระบบ

เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner) คืออะไร ?

เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner) เป็นระบบที่ใช้การควบคุมอุณหภูมิห้อง ด้วยวิธีการ เปิด-ปิด การทำงานของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์ (Compressor) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ทำความเย็นปรับอากาศให้เรานั่นเอง โดยระบบภายในคอมเพรสเซอร์แอร์ ชนิดนี้ จะไม่สามารถควบคุมการปรับระดับกำลังไฟได้ 

เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner)

ภาพประกอบจาก https://ritepriceheatingcooling.com.au/rite-price-carrier-split-system-air-conditioner-pearl-range/

ดังนั้นเวลาเปิดแอร์ มันจึงทำได้แค่ปล่อยความเย็นคงที่ เพื่อปรับอากาศให้อุณหภูมิลดไปถึงจุดที่กำหนด จากนั้นจึงค่อยตัดไฟการทำงาน เพื่อพักรอบให้อุณหภูมิในห้องกลับเป็นปกติ และพอเริ่มสูงขึ้น ก็จะจ่ายไฟเปิดคอมเพรสเซอร์กลับมาทำงานปรับอุณหภูมิอีกครั้ง ทำงานวนไปเรื่อย ๆ เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิให้ตรงตามที่เราตั้งค่าไว้

ดังนั้น หมายความว่าตัว 'คอมเพรสเซอร์' จะมีการเปิด และ ปิดทำงานเป็นรอบ ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่คุณเปิดแอร์ ทำให้ต้องมีการตัดไฟบ่อย ๆ กินไฟมากขึ้น และ เป็นสาเหตุที่ค่าไฟบ้านคุณแพงครับ 

และนอกจากจะกินไฟสูงแล้ว ทั้งหมดนี้คือลักษณะพิเศษของ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner) ที่เราพบได้ ประกอบไปด้วย

มีเสียงดัง จากการตัดไฟ และจ่ายไฟ เป็นพัก ๆ

เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner)

เพราะมีการเปิด คอมเพรสเซอร์แอร์แรงสุดเพื่อทำความเย็นให้เร็ว และ มีการตัดไฟเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ดังนั้น จึงสังเกตว่าลักษณะของ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา จะมีการทำงานเสียงดัง เพราะจะมีเสียงตัดไฟ และ จ่ายไฟเปิดเครื่องคอมเพรสเซอร์ ดังออกมาเป็นระยะ ๆ 

ความรวดเร็วในการทำความเย็นแบบคงที่ (Fix Speed)

การทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา จะปล่อยความเย็นสูงสุดตามหน่วย BTU ไม่สามารถเพิ่มหรือลดลงได้ ดังนั้นถ้าใครอยากให้แอร์เย็นเร็ว ๆ แล้วคิดว่าปรับองศาต่ำ ๆ ไว้ก่อนจะมีผล คำตอบคือ ผิดครับ เพราะถึงแม้จะเปิด ความเย็นที่ 18 องศา หรือ 24 องศา การปรับระดับอุณหภูมิก็อยู่ในความเร็วคงที่ตามความสามารถ ไม่มีผลให้ห้องเย็นเร็วขึ้น

การควบคุมอุณหภูมิแกว่ง ไม่สม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ

ถ้าคุณเคยสงสัยว่า เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา ทำไมบางทีก็ร้อน บางทีก็หนาว นั่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เกิดจากผลของระบบคอมเพรสเซอร์ที่ไม่สามารถปรับระดับการทำงานได้ นอกเสียจากมันจะพัง หรือ คุณเพิ่งเติมน้ำยาใหม่ 

ดังนั้นมันก็เลยจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิในระยะที่กว้างพอที่จะไม่ต้องเปิด - ปิดการทำงานบ่อย ๆ และ รักษาระดับอุณหภูมิให้ใกล้เคียงตามที่กำหนด

เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner)

https://101appliance.com/inverter-vs-non-inverter-aircon-is-it-worth-it/

จากภาพ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา จะมีการปล่อยความเย็นให้อุณหภูมิไปแตะในจุดต่ำกว่ากำหนดประมาณ 2 องศา หรือ มากกว่านั้น จากนั้นมันก็จะรออุณหภูมิกลับขึ้นมาสูงกว่าที่ตั้งไว้ 2 องศา และเปิดตัวคอมเพรสเซอร์ทำงานอีกครั้ง เป็นการรักษาระดับองศาให้ใกล้เคียงตามกำหนด โดยไม่ต้องเปิดปิดการทำงานบ่อย ๆ 

กล่าวคือ หากคุณเปิดแอร์ที่ 24 องศา อุณหภูมิของห้องจะวิ่งอยู่ที่ 22 - 26 องศา หรืออาจกว้างกว่านั้น ดังนั้นสรุปก็คือการควบคุมอุณหภูมิของแอร์ธรรมดาจะแกว่ง ไม่คงที่ ทำให้บางครั้ง คุณจะรู้สึกเย็นฉ่ำกว่าปกติ หรือ บางทีก็ร้อน ๆ เหมือนพังเสียอย่างนั้น 

คอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพเร็ว

เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner)

ภาพประกอบจาก https://www.pippinbrothers.com/blog/article/can-i-replace-only-the-compressor-or-do-i-need-a-whole-new-air-conditioner

นอกจากการตัดไฟบ่อย ๆ จะกินไฟมากแล้ว การเค้นให้ตัวคอมเพรสเซอร์ทำงาน และ ปิดตัวเอง ก็ทำให้มันเสียหายได้เร็วกว่าด้วย โดยสังเกตได้จากเวลาซื้อแอร์ระบบธรรมดา กับ แอร์อินเวอร์เตอร์ คุณจะเห็นว่าระยะเวลาการรับประกันคอมเพรสเซอร์ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา จะน้อยกว่า

ราคาถูกกว่า

อย่างไรก็ตามเครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา ก็เป็นแอร์ที่มีราคามิตรภาพ มากกว่า ถ้าคุณรู้ว่าซื้อมาจะไม่ได้ใช้บ่อยในระยะยาว มันก็จะตอบโจทย์แน่นอน

เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner) คืออะไร ?

เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner)

ภาพจาก https://www.thespruce.com/air-conditioning-chart-1152654

สำหรับ เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner) นั้นแตกต่างกับอีกแบบ (แบบธรรมดา) เพราะถูกพัฒนาขึ้นมาทีหลัง ทำให้ระบบคอมเพรสเซอร์มีความสามารถในการควบคุมกำลังไฟได้ มันจึงสามารถปรับระดับ หรือ เร่ง รวมไปถึง ชะลอการทำงานได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้อง ตัดไฟ หรือ จ่ายไฟเปิดคอมเพรสเซอร์ เพื่อควบคุมอุณหภูมิห้องเลย ดังนั้นข้อได้เปรียบของแอร์ชนิดนี้อย่างแรกก็คือ การประหยัดไฟที่มากกว่า โดยลักษณะพิเศษของ เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ประกอบไปด้วย

ทำงานเงียบ

ด้วยความที่มันสามารถควบคุมกำลังไฟที่ตัว คอมเพรสเซอร์ได้ ดังนั้นการทำงานจึงแตกต่างจากอีกประเภท คือมันสามารถเร่งระดับการทำความเย็นได้สูงสุดเพื่อให้ อุณหภูมิไปแตะถึงจุดที่กำหนด จากนั้นก็ปรับกำลังไฟที่ตัวคอมเพรสเซอร์ เพื่อ ปรับระดับการทำงานให้เบาลงและรักษาระดับอุณหภูมิไว้ การทำงานจึงค่อนข้างมีเสียงเบากว่า

เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner)

ภาพจาก https://www.inventorairconditioner.com/blog/faq/what-is-the-low-noise-level-indication-and-what-is-silent-mode-which-is-the-difference-of-those-two

ทำความเย็น ได้รวดเร็วกว่า

เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) มีประสิทธิภาพในการทำความเย็นได้เร็วกว่าเครื่องระบบธรรมดา ที่มีค่า 'BTU' หรือ หน่วยทำความเย็นเท่ากัน นอกจากนี้การทำให้ห้องเย็นเร็วขึ้น ก็ยังขึ้นอยู่กับองศาที่เราเปิดด้วยเช่นกัน สมมติว่าเราเปิดแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ที่ 18 องศาเท่ากับแอร์ธรรมดา ห้องที่จะเย็นเร็วกว่า คือห้องที่ใช้ ระบบอินเวอร์เตอร์เพราะคอมเพรสเซอร์จะปรับระดับการทำงานสูงสุดเพื่อให้อุณหภูมิไปแตะองศาที่กำหนดได้เร็วขึ้น  

อุณหภูมิใกล้เคียงกับค่าที่กำหนดมากกว่า

เพราะความสามารถในการควบคุมระดับการทำงานของคอมเพรสเซอร์ได้นั่นเอง ทำให้ เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่กำหนดมากกว่า ซึ่งอาจจะต่ำหรือสูงกว่า 1 องศา เท่านั้น

เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner)

ภาพจาก https://101appliance.com/inverter-vs-non-inverter-aircon-is-it-worth-it/

จากภาพ คือ มันจะเร่งการทำงานสูงสุด และค่อยชะลอตัวเมื่ออุณหภูมิถึงตามที่กำหนด และจะมีการเลี้ยงไฟรักษาระดับการทำความเย็นให้ใกล้เคียงกับที่ตั้งค่า ซึ่งจะทำให้ระดับอุณหภูมิคงที่และทำให้คุณรู้สึกสบายตัวมากกว่า

คอมเพรสเซอร์ มีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น

แน่นอนพอไม่ต้องตัดไฟบ่อย ๆ คอมเพรสเซอร์ก็จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไป คอมเพรสเซอร์แอร์ ระบบอินเวอร์เตอร์จะมีระยะเวลารับประกันถึง 10 ปีเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามค่าซ่อมบำรุงก็จะสูงกว่าเล็กน้อย

ราคาแพงกว่า

อย่างไรก็ตามแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ มีราคาที่แพงกว่าอย่างชัดเจน เพราะด้วยเรื่องของฟังก์ชันต่าง ๆ ที่กล่าวมาแต่ถ้าเทียบความคุ้มค่า หากใช้งานบ่อย ๆ แล้ว ก็คุ้มที่จะเลือกใช้ครับ

สรุปข้อดี-ข้อเสียของเครื่องปรับอากาศทั้ง 2 ระบบ

เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner)

ข้อดี 

  • ราคาถูกกว่า
  • ค่าบำรุงไม่แพง

ข้อสังเกต

  • อุณหภูมิ คลาดเคลื่อน
  • ทำงานเสียงดัง ได้ยินเสียงตัดแอร์
  • คอมมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพเร็ว
  • เปลืองไฟ

 

เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner)

ข้อดี

  • ทำงานเงียบ
  • ทำความเย็นได้เร็วกว่า
  • รักษาอุณหภูมิใกล้เคียงกับที่กำหนดมากกว่า
  • อายุการใช้งานคอมเพรสเซอร์ดีกว่า
  • ประหยัดไฟกว่า

ข้อสังเกต

  • ราคาแพงกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นธรรมดาที่สเปกใกล้เคียงกัน
  • ค่าบำรุงแพง

 

ความเห็นจาก Thaiware เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศทั้ง 2 ระบบ

แน่นอนว่าหากเป็นการใช้งานก็ต้องเลือกตามความเหมาะสม ถึงแม้ว่า ดูภายนอกแล้วเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์จะค่อยข้างมีประสิทธิภาพกว่าในทุกด้าน แต่หากคิดถึงต้นทุนด้านราคา และ ลักษณะการใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ก็วิเคราะห์ได้ดังนี้

สรุปเกี่ยวกับ เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter Air Conditioner)

นั้นสรุปว่าเหมาะกับห้องที่ต้องการรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่ ทำให้สบายตัว และ ต้องการเปิดใช้งานต่อเนื่องยาวนาน และเป็นห้องที่ไม่ควรมีการเข้าออกบ่อย ๆ เพื่อให้เครื่องได้รักษาระดับอุณหภูมิไว้ต่อเนื่อง เช่น ห้องนอน, ห้องทำงาน หรือใน ออฟฟิศสำนักงาน เป็นต้น เพราะมีราคาที่สูงกว่า แต่ประหยัดไฟมากกว่า เมื่อคิดถึงระยะยาว ก็น่าจะคุ้มค่าที่สุด

สรุปเกี่ยวกับ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา (Non-Inverter Air Conditioner)

เหมาะกับห้องที่ โล่งกว้าง มีการเข้าออกบ่อย ๆ เช่น ห้องทานข้าว, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ใน ห้องรับแขก เป็นต้น เพราะเป็นห้องที่เปิดใช้งานเฉพาะกิจ ใช้ไม่กี่ชั่วโมง และการที่ระบบปรับอุณหภูมิไม่คงที่อยู่แล้ว คนเข้าออกบ่อย ก็ไม่ส่งผลมากนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...