โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัตว์ : "สุนัขไร้ขนเปรู" จากตูบโบราณใกล้สูญพันธุ์สู่ผู้พิทักษ์พีระมิด

Khaosod

อัพเดต 04 ก.ย 2562 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2562 เวลา 03.24 น.
BBC เมื่อหลายพันปีก่อน สุนัขไร้ขนถือเป็นสิ่งสำคัญอันจะขาดเสียมิได้ในสังคมชนพื้นเมืองแถบอเมริกากลาง

สัตว์ : “สุนัขไร้ขนเปรู” จากตูบโบราณใกล้สูญพันธุ์สู่ผู้พิทักษ์พีระมิด – BBCไทย

หมาน้อย “ซูแม็ก” มีชื่อในภาษาพื้นเมืองของเปรูที่แปลว่า “สวยงาม” ซึ่งออกจะตรงข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกของมันที่มีขนบางหร็อมแหร็ม ผิวหนังยับย่นเต็มไปด้วยปุ่มปม

ในทุกวันซูแม็กกับเพื่อนสี่ขาอีกตัวชื่อ “มูนาย” หรือ “ที่รักของทุกคน” จะออกลาดตระเวนไปรอบพีระมิดฮัวคา ปุกจานา (Huaca Pucllana) โบราณสถานใจกลางกรุงลิมาของเปรู เพื่อทำหน้าที่ผู้พิทักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์

เมื่อไม่กี่สิบปีก่อน “สุนัขไร้ขนเปรู”(perro peruano sin pelo) อย่างซูแม็กและมูนาย เป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณที่กำลังใกล้จะสูญพันธุ์ ทำให้รัฐบาลเปรูประกาศยกฐานะของพวกมันให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติในปี 2000 และในปีต่อมายังได้กำหนดให้โบราณสถานที่เปิดให้เข้าชมทุกแห่ง ต้องเลี้ยงสุนัขไร้ขนเปรูไว้อย่างน้อยหนึ่งตัว เช่นเดียวกับสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศอย่างตัวลามา

“การที่เรามีพวกมันไว้ตามโบราณสถาน เท่ากับได้เรียกคืนบางส่วนของวัฒนธรรมเปรูที่กำลังเลือนหายไป เราได้มีบางอย่างเป็นของตนเองและได้แสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ของเรา” มีเรลลา กอนโนซา นักโบราณคดีประจำพีระมิดฮัวคา ปุกจานากล่าว

สุนัขไร้ขนเปรูมีขนบางหร็อมแหร็ม ผิวหนังยับย่นเต็มไปด้วยปุ่มปม

สัตว์เลี้ยงของซาตาน

เมื่อหลายพันปีก่อน สุนัขไร้ขนถือเป็นสิ่งสำคัญอันจะขาดเสียมิได้ในสังคมชนพื้นเมืองแถบอเมริกากลาง ภาพวาด เครื่องปั้นดินเผา และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่เป็นรูปสุนัขไร้ขนปรากฏให้เห็นอยู่ในอารยธรรมโบราณต่าง ๆ ทั้งอินคา (Inca) โมเช (Moche) วาริ (Wari) และชิมู (Chimu) โดยถือเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจของมนุษย์ในยุคก่อนการมาเยือนของนักสำรวจชาวตะวันตก

สุนัขโบราณสายพันธุ์นี้มีรูปร่างและลักษณะนิสัยที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อยในรอบหลายพันปีที่ผ่านมา แต่เมื่อบรรดานักล่าอาณานิคมชาวสเปนมาถึงเปรูในปี 1532 โดยมีเป้าหมายจะกอบโกยความมั่งคั่งจากอาณาจักรของชนพื้นเมือง และเปลี่ยน “คนเถื่อน” ให้หันมานับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ชาวตะวันตกกลับมองว่าสุนัขไร้ขนเปรูที่น่าเกลียดเป็นสัญลักษณ์ของซาตาน

ซูแม็กและมูนายขณะทำหน้าที่ “ผู้พิทักษ์” พีระมิดโบราณ

การที่ผิวล้านเลี่ยนของมันมักเป็นสีดำยับย่นไม่น่าดู ทั้งยังมีฟันเหยินยื่นและมีลิ้นที่ห้อยออกมาอยู่ด้านข้างของปากเสมอ ทำให้นักล่าอาณานิคมชาวสเปนมองว่ามันคือสิ่งชั่วร้ายที่จะต้องกำจัด ซึ่งเป็นเหตุให้หลายร้อยปีต่อมาประชากรสุนัขไร้ขนที่เลี้ยงกันตามครัวเรือนเริ่มลดลงเรื่อย ๆ จนเลือนหายไปจากความทรงจำของชาวเปรู

สุนัขไร้ขนจำนวนหนึ่งกลายเป็นหมาจรจัดที่อยู่ตามข้างถนน แถมยังถูกเรียกว่า “หมาจีน” ด้วยความเข้าใจผิด เนื่องจากชาวเปรูสมัยใหม่คิดว่ามันคือสุนัขที่มากับผู้อพยพในช่วงศตวรรษที่ 19-20

จุดเปลี่ยน

อย่างไรก็ดี นับแต่ช่วงทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา เริ่มมีการรณรงค์ให้นำสุนัขไร้ขนเปรูกลับมาเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้านกันอีกครั้ง รัฐบาลยังให้การรับรองสายพันธุ์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการ และจัดตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์สุนัขพันธุ์นี้ขึ้นโดยเฉพาะ รวมทั้งกำหนดให้วันที่ 12 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันสุนัขไร้ขนแห่งชาติ

ซูแม็กกลายเป็นขวัญใจของเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

สำหรับซูแม็กและมูนายแล้ว พีระมิดฮัวคา ปุกจานา ซึ่งสร้างจากโคลนและอิฐดินดิบก่อนยุคอารยธรรมอินคาเมื่อราวปีค.ศ. 500 คือบ้านหลังใหม่ที่พวกมันเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมโบราณ โดยจะออกวิ่งเล่นโชว์ตัวและทักทายนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจำนวนมาก

เรื่องราวของซูแม็กและมูนายเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายโดยมัคคุเทศก์ประจำพีระมิด

พวกมันมีพี่เลี้ยงคอยดูแลเรื่องอาหารการกินและที่หลับนอนเป็นอย่างดี “แม้พวกมันออกจะซนและชอบทำท่าวางก้ามใหญ่โตอยู่บ้าง แต่พวกมันรักฉันมากและคอยเดินตามต้อย ๆ อยู่ตลอด”

“แค่พวกมันอยู่ที่นี่… แค่มีผู้คนได้มาเห็น ก็ถือว่าเราได้ส่งต่อเรื่องราวที่เป็นความทรงจำทางประวัติศาสตร์ไปสู่คนรุ่นใหม่แล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...