โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อน ปวศ. 'ซ่าหริ่ม' ของหวานการเมือง ในแฮชแท็กฮิต น.ศ.ไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 ก.พ. 2563 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 04.47 น.

ย้อน ปวศ. ‘ซ่าหริ่ม’ ของหวานการเมือง ในแฮชแท็กฮิต น.ศ.ไทย

เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจยิ่ง เมื่อนักศึกษาไทยแลนด์แดนเรียกร้องประชาธิปไตยในวันนี้ ร่วมกันติดแฮชแท็กของแต่ละมหาวิทยาลัยที่ตนสังกัด เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกและจุดยืนของตนบนหนทางแห่งสิทธิ เสรีภาพ

หนึ่งในคำที่ถูกใช้มากมายในแฮชแท็กเหล่านั้น ไม่น่าแปลกใจว่ามี “สลิ่ม” เป็นส่วนประกอบ อาทิ #มหาวิทยาลัยปลูกกัญชานักศึกษาไม่กินสลิ่ม ของคณะคันนา ม.แม่โจ้ ที่เพิ่งตั้งหมาดๆ โดยออกประกาศในเช้าวันนี้ หรือ #KUไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ ของนิสิต ม.เกษตร ที่รวมตัวพรึบวานนี้ ไหนจะ#BUกูไม่ใช่สลิ่ม ของนักศึกษา ม.กรุงเทพ และอีกมากมาย

ย้อนอ่าน : ส่องแฮชแท็กดัง มหา’ลัยทั่วประเทศ เมื่อเหล่านิสิตนักศึกษาออกมาแสดงพลัง
‘น.ศ.แม่โจ้’ ประกาศจัดตั้ง ‘คณะคันนา’ ติดแฮชแท็ก ‘ปลูกกัญชาไม่กินสลิ่ม’ รวมตัวเย็นนี้

ต่อไปนี้คือที่มาของ“ซ่าหริ่ม” หรือ สลิ่ม ในภาษาปาก จากงานเขียนส่วนหนึ่งของนักโบราณคดีชื่อดัง เพ็ญสุภา สุขคตะ ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ความตอนหนึ่งว่า

“สลิ่ม” เป็นสำนวนหรือศัพท์สแลงที่นำมาใช้ทางการเมืองไทยร่วมสมัย ดัดแปลงมาจาก “ซ่าหริ่ม” ตามความนิยมที่คนไทยมักเรียกแบบลำลองว่า “สลิ่ม” (สะ-หลิ่ม) มากกว่าที่จะเรียกตรงตัวว่า “ซ่า-หริ่ม”

เมื่อวิเคราะห์จากรูปภาษา “ซ่าหริ่ม” เป็นคำยืมจากชวา จำต้องไปสืบหาขนมหวานของเพื่อนบ้านแถบอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ดูว่ามีขนมในทำนอง “ซ่าหริ่ม” บ้างหรือไม่

ในที่สุดก็พบว่า มีทั้งซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ และลอดช่องสิงคโปร์ ทั้งหมดเป็นขนมแป้งเหนียวใสคล้ายวุ้นเส้นผสมสี ตระกูล Rice Vermicelli ใส่น้ำเชื่อม+กะทิสด ไม่เจือเกลือผสมน้ำตาลปึกแบบขนมมอญ-ไทย

นักนิรุกติศาสตร์ชวาอธิบายว่า Sa-Rim คำนี้พวกเขาเคยใช้ในอดีตนานโขแล้ว เป็นคำยืมจากอินเดียใช้เรียกขนมวุ้นใสเป็นเส้นๆ ที่ใส่กะทิ แต่ปัจจุบันชาวชวา-มลายูเรียกขนมนั้นว่า Dawet ดาเวต เรียกตัวแป้งวุ้นว่าเชนดอล Cendol (Chen-dul/Jendol)

ถึงบางอ้อกันเสียทีว่ากรุงรัตนโกสินทร์รับเอาขนมซ่าหริ่มนี้มาจากชวา ซึ่งก็สอดคล้องกับความสนพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 2 ที่มีต่อวรรณกรรมเรื่องอิเหนา

สำหรับยุคกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าอาจมีซ่าหริ่มมาก่อนแล้วก็เป็นได้ น่าจะเริ่มในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (ครองราชย์ต่อจากพระเจ้าท้ายสระ) เหตุเพราะในยุคของพระองค์มีนางข้าหลวงชาวมลายูผู้เป็นเชลยจากปัตตานีหลายนางเข้ามาถวายงานรับใช้ในราชสำนัก ภายใต้การกำกับดูแลของพระราชธิดาสองพระองค์ คือเจ้าฟ้ากุณฑลและเจ้าฟ้ามงกุฎ ขัตติยนารีทั้งสองโปรดปรานในวัฒนธรรมชวามาก ถึงกับทรงพระนิพนธ์บทละครเรื่องดาหลังและอิเหนาให้พระราชบิดาทอดพระเนตรอยู่เนืองๆ

จึงเชื่อว่า “ซ่าหริ่ม” ขนมนำเข้าจากชวา เข้ามาสู่สยามตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลายแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...