โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคขาดสารไอโอดีน ยังคงมีอยู่ในประเทศไทย

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 12 มี.ค. 2563 เวลา 07.01 น. • Motherhood.co.th Blog

โรคขาดสารไอโอดีน ยังคงมีอยู่ในประเทศไทย

สมัยก่อนเราอาจจะเคยได้ยินกันว่ามีคนจากบางภาคที่ไม่ค่อยได้กินอาหารทะเลจะมีอาการของ "โรคขาดสารไอโอดีน" หรือที่เรียกกันจากสภาพที่เห็นว่าโรคคอหอยพอก หลายปีให้หลังมานี้กลับไม่ค่อยมีสื่อพูดถึงกันสักเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคนี้ก็ยังคงพบได้ในประไทยตลอดมา วันนี้ Motherhood จะพาไปทำความรู้จักกับอาการของโรคนี้เพิ่มเติมกันค่ะ

โรคขาดสารไอโอดีน (Iodine deficiency disorders - IDD) หรือที่นิยมเรียกกันอีกชื่อตามสภาพของโรคที่แสดงอาการว่า โรคคอพอก (simple goiter) คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ซึ่งเกิดจากภาวะการขาดสารไอโอดีนของร่างกายทำให้มีลักษณะโคโตหรือคอพอกตามมา

ในปัจจุบันภาวะการขาดสารไอโอดีนของประชากรไทยได้ลดลงไปมากจนเกือบไม่พบแล้ว แต่ยังมีพบได้บ้างในพื้นที่บางส่วนที่การคมนาคมเข้าไม่ถึง พื้นที่ที่มีความทุรกันดานมาก เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งสินค้าสามารถทำได้เกือบครอบคลุมทั้งประเทศแล้ว ทำให้มีการขนส่งเกลือและอาหารทะเลได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของภาคการผลิต ที่ปัจจุบันมีการผลิตเกลือสินเธาว์ที่ไม่มีไอโอดีน แต่ก็มีการเติมไอโอดีนเพิ่มลงไป ก่อนส่งจำหน่ายไปยังผู้บริโภค

เด็กที่อยู่ตามพื้นที่ธุรกันดารก็ยังคงขาดสารไอโอดีนอยู่

สาเหตุของโรคขาดสารไอโอดีน

ต่อมไทรอนด์ (Thyroid gland) ถือเป็นต่อมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย มีลักษณะเป็นกลีบ 2 กลีบ รูปทรงคล้ายปีกผีเสื้อ ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร หนักประมาณ 30 กรัม อยู่ด้านหน้าของหลอดลม บริเวณใต้ลูกกระเดือกลงมาเล็กน้อย ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวขึ้นลงได้ตามท่าทางการกลืนของหลอดอาหาร

ต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของระบบประสาท ระบบสมอง และระบบเนื้อเยื่อของร่างกายด้วยฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroxine) โดยอาศัยสารไอโอดีนช่วยในการสร้างฮอร์โมนตัวนี้ ต่อมไทรอยด์เองสามารถดึงเอาไอโอดีนมาจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อมาเก็บกักไว้ภายในตัวมันเองได้ ทำให้มีปริมาณไอโอดีนในต่อมสูงมากกว่าที่มีในเลือดกว่า 30 เท่า

หากร่างกายขาดสารไอโอดีนจะทำให้ระบบประสาท ระบบสมอง และระบบกล้ามเนื้อไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ อัตราการเผาผลาญพลังงานจะมีน้อยลง ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตช้า สมองทึบ ไม่มีเรี่ยวแรง เหนื่อยง่าย นอกจากนั้นอาการที่เด่นชัดคือ เกิดภาวะต่อมไทรอยด์บวมโต 4-5 เท่า ของขนาดปกติ หรือที่เรียกกันว่าคอพอก หากเกิดในแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของทารกในครรภ์ หากขาดไอโอดีนรุนแรง อาจทำให้แท้ง ทารกพิการแต่กำเนิด ปัญญาอ่อน ร่างกายแคระแกร็น

สารไอโอดีนคืออะไร

ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่พบมากในทะเล รวมถึงพบในพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้ทะเล จากการละลายและชะล้างจากพื้นดินลงไปสู่ทะเล แต่จะพบได้น้อยในดินและแหล่งน้ำจืด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่หุบเขาและห่างไกลจากทะเล จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชากรในพื้นที่เหล่านี้มักเกิดภาวะร่างกายขาดสารไอโอดีน

การได้รับสารที่ยับยั้งการดูดซึมไอโอดีนก็เป็นสาเหตุในวัยผู้ใหญ่ได้

ปัจจัยเสี่ยงต่อการขาดสารไอโอดีน

  • สภาพภูมิประเทศ มักพบได้ในประชากรที่อาศัยในพื้นที่ที่ห่างไกลจากทะเล จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดสารไอโอดีนมากกว่าพื้นที่ที่อยู่ใกล้ทะเล เนื่องมาจากการคมนาคมที่ไม่สะดวก ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ความรู้ และการศึกษาที่เข้าไปไม่ถึง
  • สภาพเศรษฐกิจ สาเหตุหลักมาจากปัจจัยความยากจนที่ไม่สามารถซื้ออาหารทะเลมารับประทานได้
  • การคมนาคม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ทุรกันดานที่การคมนาคมเข้าไปไม่ถึงทั้งทางบกหรือทางน้ำ ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะได้รับสารไอโอดีน
  • พฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบรับประทานอาหารทะเล ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการขาดสารไอโอดีนได้ง่าย
  • ร่างกายได้รับสารบางชนิด มักเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อกระบวนการดูดซึมไอโอดีนของร่างกายเข้าสู่กระแสเลือด และที่ออกฤทธิ์ต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ เช่น กำมะถัน ไธโอชัยแอนเนท ที่ส่งผลต่อการดูดซึมไอโอดีนของต่อมไทรอยด์

อาการของโรค

อาการของโรคขาดสารไอโอดีนั้นสามารถแบ่งออกได้ตามช่วงอายุต่าง ๆ ดังนี้

1. มารดาและทารกในครรภ์

แม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะการขาดสารไอโอดีนหรือได้รับปริมาณไอโอดีนไม่เพียงพอ จะมีผลทำให้เกิดอาการแท้งหรือทารกเสียชีวิตในครรภ์ รวมถึงตัวแม่เองก็มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ง่าย

2. ทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิดในช่วง 0-2 ปี หลังจากการคลอดที่เกิดจากภาวะการขาดสารไอโอดีนขณะอยู่ในครรภ์ และการขาดสารไอโอดีนหลังการคลอดในช่วงระยะเวลาดังกล่าว มักมีร่างกายผิดปกติหลังคลอด เกิดอาการคอพอก ภาวะฮอร์โมนไทรอกซินต่ำ จะเกิดความผิดปกติของระบบประสาท สมอง และทางร่างกาย ปัญญาอ่อน หูหนวก แขนขากระตุก ตาเหล่ เป็นต้น

3. เด็กและวัยรุ่น

หากเกิดภาวะการขาดสารไอโอดีนในช่วงที่กำลังมีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาทางด้านร่างกาย เด็กมักมีอาการคอพอก ฮอร์โมนไทรอกซินต่ำ ร่างกายแคระแกร็น ซูบผอม สติปัญญาไม่พัฒนาเท่าที่ควร

4. ผู้ใหญ่

ภาวะขาดสารไอโอดีนในวัยผู้ใหญ่ทำให้มีอาการคอพอก ฮอร์โมนไทรอกซินต่ำ อ่อนแรง เหนื่อยง่าย เชื่องซึม ไม่กระฉับกระเฉง ผิวหนังแห้ง เสียงแหบ ท้องผูก ทนหนาวไม่ได้ และเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ ได้ง่าย

ทางรัฐก็จัดเกลือเสริมไอโอดีนให้พื้นที่ห่างไกลเสมอ

วิธีตรวจลำคอเพื่อหาภาวะขาดสารไอโอดีน

1. สังเกตตำแหน่งต่อมไทรอยด์ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง จากนั้นให้กลืนน้ำลายเพื่อสังเกตการเคลื่อนไหวของต่อมไทรอยด์ โดยให้ผู้เข้ารับการตรวจนั่งท่าปกติ หันหน้าไปข้างหน้าและเงยคางเล็กน้อย

  1. แพทย์จะหันหน้าเข้าหาผู้รับการตรวจ ใช้นิ้วหัวแม่มือจับกลีบไทรอยด์ กดนิ้วหัวแม่มือและค่อย ๆ ดันไปด้านขวา กดเบา ๆ แล้วผลักต่อมไทรอยด์เล็กน้อย ในช่วงนี้ถ้าให้กลืนน้ำลายร่วมด้วยจะเห็นอาการได้ชัดเจนขึ้น
  2. ใช้นิ้วคลำกลีบต่อมไทรอยด์ โดยใช้นิ้วมือสัมผัสกับต่อมด้านใน นิ้วที่เหลือสัมผัสด้านนอกต่อมที่ด้านข้างลำตัวผู้เข้ารับการตรวจ
  3. แพทย์อาจใช้วิธีอ้อมไปอยู่ด้านหลังผู้ตรวจ และใช้วิธีคลำกลีบไทรอยด์ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วมืออื่น ๆคลำกลีบของต่อมทีละข้าง

นอกจากการตรวจสอบด้วยวิธีการคลำต่อมไทรอยด์แล้ว แพทย์ยังสามารถตรวจด้วยวิธีอื่น ได้แก่

  • การตรวจหาไอโอดีนที่ขับออกมาในปัสสาวะที่ 24 ชั่วโมง
  • การวัดการดักจับไอโอดีนด้วยสารกัมมันตรังสี
  • การตรวจหาระดับฮอร์โมนในเลือด
  • การหาปริมาณไทรอยด์สติมูเลทติ้งฮอร์โมน (TSH)

การแบ่งระดับอาการคอพอก

ระดับอาการคอพอกที่พบได้จากการคลำตรวจ

การรักษาภาวะขาดสารไอโอดีน

1. ให้สารไอโอดีนร่วมกับอาหารและน้ำดื่ม โดยให้สารไอโอดีนทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ในรูปของเกลือที่ปรุงอาหาร และเครื่องดื่มต่าง ๆ

2. การให้สารไอโอดีนที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ

  • การกิน โดยให้กินสารไอโอดีนที่มีความเข้มข้นสูงที่อยู่ในรูปแคปซูลขนาด 200 มิลลิกรัม เป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งสารไอโอดีนจะถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าสู่ต่อมไทรอยด์ต่อไป โดยจะช่วยป้องกันการขาดสารไอโอดีนได้หลายปี
  • การฉีด เป็นการฉีดสารไอโอดีนที่มีความเข้มข้นสูงเข้าบริเวณกล้ามเนื้อขาหรือแขน ซึ่งจะสะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อและไขมันในร่างกาย ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดและเข้าสู่ต่อมไทรอยด์

3. การรับประทานอาหารทะเล ทั้งอาหารทะเลที่เป็นพืชและสัตว์ เช่น สาหร่ายทะเล 100 กรัม จะพบสารไอโอดีนประมาณ 200 ไมโครกรัม ปลาทะเล 100 กรัม จะมีสารไอโอดีนประมาณ 50 ไมโครกรัม

4. การผ่าตัด ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการคอพอกมาก ลักษณะคอบวมโตจนมีผลต่อระบบทางเดินอาหารและการกลืนกินอาหาร รวมถึงมีผลต่อระบบทางเดินหายใจทำให้หายใจลำบาก แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น และทำการให้สารไอโอดีนเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ

ปริมาณไอโอดีนที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

  • แม่ในช่วงให้นม ประมาณ 200 ไมโครกรัม
  • แม่ท้อง ประมาณ 175 ไมโครกรัม
  • ผู้ใหญ่ ประมาณ 150 ไมโครกรัม
  • เด็กวัยเรียน ประมาณ 120 ไมโครกรัม
  • เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 6 ปี ประมาณ 50-100 ไมโครกรัม
  • เด็กแรกเกิด ถึง 6เดือน ประมาณ 40 ไมโครกรัม
เด็กวัยเรียนต้องได้รับไอโอดีน 120 ไมโครกรัม

อาหารที่อุดมด้วยไอโอดีน

  • อาหารทะเล เช่น ปลาทะเล สาหร่ายทะเล กุ้ง หอย ปู
  • ผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน เช่น เกลือเสริมไอโอดีน น้ำปลาเสริมไอโอดีน
  • ผัก เช่น ผักโขม ผักกาดเขียว บร็อคโคลี่
  • โยเกิร์ต
  • เมล็ดงา ถั่วเมล็ดแบน
  • ไข่
  • น้ำมันตับปลา

เมื่อต้องการซื้อเกลือเสริมไอโอดีนให้สังเกตฉลากที่มี คำว่า "เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน" อยู่บนบรรจุภัณฑ์ และตรวจสอบว่ามีเลขอย.กำกับด้วยทุกครั้ง หากปรุงอาหารด้วยเกลือเสริมไอโอดีน และรับประทานอาหารทะเลเป็นครั้งคราว โอกาสก็จะเกิดภาวะขาดสารไอโอดีนก็แทบไม่มีเลยค่ะ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...