รฟท. ร่วมมือ รถไฟความเร็วสูงสามสนามบิน ช่วยการแพทย์สู้โควิด
การรถไฟแห่งประเทศไทย จับมือ บริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน ทำการมอบหน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้นช่วยแพทย์และประชาชน นำร่องที่โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร
ประเทศไทยเริ่มมีปัญหาเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) เพิ่มสูงอีกครั้ง หลังจากที่มีกลุ่มคนไทยที่ทำงานในสถานบันเทิงใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กว่า 10 ราย ลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนโดยไม่ผ่านการคัดกรองและกักกันโรค และได้มีการเดินทางไปในหลายจังหวัด ส่งผลให้ต้องมีการกักตัวผู้เสี่ยงสัมผัสนับร้อยคน การระบาดของโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลกระทบทางด้านการแพทย์ เพราะหน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งขาดแคลน และผู้ขายบางคนถือโอกาสขึ้นราคาในช่วงนี้
“อวิรุทธ์ ทองเนตร” รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หน้ากากอนามัย คือหนึ่งในอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย เพราะพวกเขาคือหน้าด่านในการคัดกรอง ตรวจ และรักษาผู้ป่วย จึงเสี่ยงต่อการสัมผัส และรับเชื้อโรคสูง
“หน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้นเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้นำไปใช้ในการปฏิบัติงาน และสามารถนำหน้ากากอนามัยดังกล่าวแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19”
“ธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด กล่าวว่า การมอบหน้ากากอนามัยให้แก่โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร และชุมชนในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสนับสนุนการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
“บริษัทมีนโยบายช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลกรทางแพทย์ ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายช่วงที่โควิด-19 ระบาด เพราะหน้ากากอนามัยเริ่มขาดแคลนอีกครั้ง”
ในขณะที่ “นพ.องอาจ จริยาสถาพร” หัวหน้าสำนักงานแพทย์ โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร กล่าวว่า โรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากรเป็นโรงพยาบาลขนาด 120 เตียง เปิดดำเนินการตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2495 เพื่อให้บริการพนักงาน และครอบครัว สังกัดการรถไฟแห่งประเทศไทย ตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบนิคมมักกะสัน
ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการประมาณ 300 – 400 คน รับรักษาโรคทั่วไป และโรคเฉพาะทาง อาทิ โรคทางศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรคทางตา โรคทางระบบลำไส้ บุคลากรทางการแพทย์และพนักงานของเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้หน้ากากอนามัยในการให้บริการผู้ป่วย
“การให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะบุคลากรเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยประเทศไทยสู้กับวิกฤตโควิด-19 ได้”