โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'อดีตดาราสาว' บุกกองปราบ โวย 'โดนพลตรีข่มขืนนับปี!!' ถูกขู่ห้ามบอกใคร!

Khaosod

อัพเดต 07 เม.ย. 2561 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2561 เวลา 09.49 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 7 เม.ย. นางนัท (นามสมมติ) อายุ 55 ปี อดีตดารานักแสดงชื่อดัง เข้าร้องเรียนกับพ.ต.ท.ภิรมย์ เมืองไสย สารวัตร(สอบสวน) กก.1บก.ป. กรณีถูกนายทหาร ยศ พล.ต.รายหนึ่ง ซึ่งยังรับราชการอยู่ที่มณฑลทหารบกแห่งหนึ่ง ข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง อีกทั้งเคยไปแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมาก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่คดีกลับไม่คืบหน้า จึงอยากขอให้กองปราบปรามโอนคดีจากสน.หัวหมาก มาดำเนินการ โดยได้มีการนำเอกสารหลักฐานการแจ้งความ หลักฐานสนทนาทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และหลักฐานอื่นๆมาประกอบการร้องเรียน

นางนัท เปิดเผยว่า เมื่อประมาณปี 58 ที่ผ่านมา ตนเองมีปัญหาเรื่องที่ดินกับเครือญาติ เนื่องจาก น้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ขายที่ดินแปลงหนึ่งในบ้านเกิด จ.ขอนแก่น กับตนเอง ในราคา 3 ล้านบาท แต่กลับมีญาติบางคนต้องการที่ดินผืนนี้ ทำให้น้องสาวซึ่งเป็นญาติของตนถูกผู้มีอิทธิพล อุ้มหายไปพร้อมลูกสาว 2 คน เป็นเวลานานกว่า 8-9 เดือน หลังจากนั้นตนก็เกือบจะถูกผู้มีอิทธิพลอุ้มไปอีกเช่นเดียวกันกับน้องสาว จนมีคนแนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือจากนายทหารคนดังกล่าว ตนจึงไปขอความช่วยเหลือ ก็มีการโทรศัพท์เคลียร์กับผู้มีอิทธิพลคนดังกล่าว จนเรื่องราวจบไป

ต่อมาช่วงปี 2559 ตนต้องการที่จะกู้เงินไปใช้เนื่องจากมีคดีเกี่ยวกับที่ดินในจ.ขอนแก่น ซึ่งพล.ต.คนดังกล่าว ได้ทราบเรื่องก็อาสาที่ช่วยเหลือโดยแนะนำให้ว่า ให้ไปกู้กับนายทุนเงินกู้คนหนึ่งในภาคอีสาน โดยขณะนั้นตนอยู่ที่พัทยา ซึ่งนายทหารคนดังกล่าวก็ให้ตนขับรถเดินทางไปหาที่บ้านพักในค่ายทหารแห่งหนึ่งที่เจ้าตัวทำงานอยู่ เพื่อพูดคุยกับนายทุนในวันนั้นเลย ซึ่งตอนแรกก็ได้ปฏิเสธเพราะเห็นว่าดึกแล้ว จะขอไปพบตอนเช้า แต่พล.ต.คนดังกล่าว ก็บอกให้ไปหาที่บ้านพักได้เลยเพราะนอนดึก แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่า พล.ต.คนดังกล่าว อยู่บ้านคนเดียว ส่วนภรรยากับลูกไม่อยู่บ้าน และนายทุนเงินกู้ที่บอกว่านัดจะมาคุยก็ไม่มีแต่อย่างใด

ต่อมาพลตรีคนดังกล่าวก็ให้ตนนอนพักห้องเดียวกัน โดยอ้างว่าไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากว่ากำลังป่วยอยู่ ซึ่งในช่วงกลางคืนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ช่วงเช้าตนกลับถูกขืนใจ ทั้งที่พยายามปัดป้องแล้วแต่สู้แรงไม่ไหว ซึ่งเจ้าตัวพยายามถูกไถด้านนอกจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง ก่อนจะออกไปทำงาน ทิ้งตนเองให้อยู่ในบ้านพัก

นางนัท ให้การต่อว่า วินาทีนั้นตนรู้สึกกลัวไม่กล้าหนีออกมา เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะมีลูกน้องของ พล.ต.คนดังกล่าว อยู่นอกบ้านเต็มไปหมด ช่วงเย็นหลังเลิกงาน เมื่อ พล.ต.รายดังกล่าวกลับมาบ้าน ก็ข่มขืนกระทำชำเราตนเองอีก 1 รอบ จึงได้ต่อว่าไปว่า ไม่น่าทำกับตนเองแบบนี้ ก่อนจะกลับออกมาโดยไม่พยายามติดต่อหรือข้องเกี่ยวอะไรอีก และไม่ได้แจ้งความ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ถัดมาอีก 1 ปี พล.ต.คนดังกล่าว ติดต่อมาหาตนเอง หลังทราบเรื่องว่าตนจะต่อเติมบ้านพัก ก่อนจะเดินทางมากรุงเทพฯ หลังจากนั้นก็ออกอุบายลวงให้ตนเองไปพบที่คอนโดฯย่านพัฒนาการ โดยอ้างว่า จะให้ช่วยพาไปส่งที่สนามบินดอนเมือง เมื่อตนเองหลงเชื่อ แต่กลับถูกนายพลคนดังกล่าวหว่านล้อมให้ขึ้นไปรอบนห้อง ก่อนที่จะข่มขืนตน อย่างไรก็ตามหลังเกิดเรื่องตนได้ต่อว่าทำไมทำกับตนแบบนี้ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่า ทำไปเพราะรัก และต้องการช่วยเหลือจริงๆ พร้อมข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกใคร ให้รู้เพียงแค่สองคน และขู่ห้ามไม่ให้ตนมีใคร

และจากนั้นก็ได้ลงมือข่มขืนตนอีกหลายครั้ง จนทนไม่ไหวไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก อยู่หลายครั้ง แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ระหว่างนั้นก็มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยศนายพลอ้างว่าเป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ชื่อเล็ก พยายามโทรศัพท์มาขอไกล่เกลี่ยคดี แต่ตนเองไม่ยอมเพราะต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนกระทั่งผ่านไป 3 เดือน ถึงมีตำรวจในโรงพักยอมรับแจ้งความไปเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตรวจที่เกิดเหตุแต่อย่างใด ตนเองต้องโทรศัพท์ไปตามให้ตำรวจ สน.หัวหมาก มาตรวจที่เกิดเหตุ เพราะจะทำความสะอาดห้องแล้ว ซึ่งตอนนั้นพนักงานสอบสวนก็เดินทางมาเก็บหลักฐาน ทั้งเส้นผม ขวดน้ำไปเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นก็บอกตำรวจสน.หัวหมากไปว่า จะไปร้องเรียนกองปราบฯ เพราะคดีไม่คืบหน้า ทำให้มีการส่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ในวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่พฐ.ก็บอกว่า ไม่มีหลักฐานอะไรจะให้เก็บแล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอีกฝ่ายเป็นนายทหารมียศสูง รวมทั้งกลัวว่าจะไม่รับความปลอดภัย อาจถูกอุ้มทำไปอันตรายได้ เนื่องจากหลังเกิดเรื่อง มีรถตู้ขับมาวนเวียนหน้าบ้านอยู่บ่อยครั้ง หนำซ้ำเคยนำเรื่องไปร้องเรียนที่กองทัพบก แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร จึงตัดสินใจมาที่กองปราบปรามเพื่อขอให้โอนคดีมารับผิดชอบ

ด้าน พ.ต.ท.ภิรมย์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ ก่อนทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อประมวลเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป อย่างไรก็ตามได้แนะนำผู้เสียหายไปยื่นเรื่องร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกทางหนึ่ง เนื่องจากว่าการโอนสำนวนคดีนั้นจะต้องให้ระดับตร.เพื่อให้พิจารณาสั่งการเพิ่มเติมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...