โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อะมีบากินสมอง : สหรัฐฯ ออกคำเตือนลงเล่นแหล่งน้ำจืด หลังพบผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบา

Khaosod

อัพเดต 06 ก.ค. 2563 เวลา 11.51 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 11.51 น.

อะมีบากินสมอง : สหรัฐฯ ออกคำเตือนลงเล่นแหล่งน้ำจืด หลังพบผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบา - BBCไทย

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ ยืนยันพบผู้ติดเชื้ออะมีบากินสมอง หรือ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบา ซึ่งเป็นโรคที่พบเห็นได้ยาก แต่หากติดเชื้อมักเสียชีวิตภายในหนึ่งสัปดาห์

สำนักงานสาธารณสุขรัฐฟลอริดา (DOH) ระบุว่า พบผู้ป่วยหนึ่งรายในเขตฮิลส์โบโรห์ที่ติดเชื้ออะมีบาชนิดนีเกลอเรีย (Naegleria fowleri) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวเหมือนอะมีบาอื่น ๆ ในธรรมชาติ โดยมักจะอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำจืดที่มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง หรือแหล่งน้ำขังในเขตอุตสาหกรรมและในดินเขตร้อนหรือเขตอบอุ่นเกือบทั่วโลก

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบาชนิดนีเกลอเรีย เป็นโรคที่พบเห็นได้ยาก แต่หากติดเชื้อมักเสียชีวิตภายในหนึ่งสัปดาห์

เชื้ออะมีบาชนิดนี้เป็นเชื้อที่ชอบอยู่อิสระมากกว่าอยู่ในคนหรือสัตว์ แต่หากเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านทางจมูก ก็จะทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบรุนแรงและเฉียบพลัน

DOH ไม่ได้เปิดเผยว่าการติดเชื้อรายล่าสุดเกิดขึ้นที่ใด หรือเปิดเผยถึงอาการของคนไข้รายนี้ อย่างไรก็ตาม ชี้ว่า โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบา ไม่ใช่โรคระบาดที่แพร่จากคนสู่คน โดยในสหรัฐฯ มักพบผู้ติดเชื้อในรัฐทางภาคใต้ และพบได้น้อยมากในรัฐฟลอริดา โดยพบเพียง 37 ราย นับตั้งแต่ปี 1962

แต่เนื่องจากการติดเชื้ออาจรุนแรงถึงชีวิตได้ DOH จึงออกประกาศเตือนครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแนะให้ประชาชนหลีกเลี่ยงไม่ให้จมูกสัมผัสกับน้ำประปา หรือแหล่งน้ำจืดอื่น ๆ เช่น ทะเลสาบ แม่น้ำ บ่อน้ำ และลำคลอง ซึ่งมักพบการติดเชื้อในช่วงฤดูร้อนในเดือน ก.ค.- ก.ย.

ข้อมูลจากเว็บไซต์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า การติดเชื้อเกิดขึ้นโดย "สำลักน้ำที่มีเชื้ออะมีบานั้นเข้าจมูก" โดยการว่ายน้ำหรือดำน้ำแล้วเกิดการสำลักน้ำเข้าจมูกอย่างรุนแรง เชื้อที่ปนอยู่ในน้ำ จะผ่านเข้าทางประสาทรับรู้กลิ่นในจมูก (Olfactory nerve) และเข้าสู่สมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักเสียชีวิต ก่อนได้รับ การวินิจฉัย เนื่องจากอาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วทำให้ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดเสียชีวิต ภายใน 10 วัน

การติดเชื้ออะมีบากินสมอง เกิดขึ้นโดย “สำลักน้ำที่มีเชื้ออะมีบานั้นเข้าจมูก”

อาการ

ผู้ติดเชื้ออะมีบาชนิดนีเกลอเรียมีอาการเหมือนโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้ออื่น ๆ คือ มีไข้ ปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็งตึง แต่อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว ซึมชัก ไม่รู้สึกตัว

น่ากังวลเพียงใดสำหรับคนไทย

ข้อมูลจากเว็บไซต์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ระบุว่า โอกาสที่คนเราจะติดเชื้ออะมีบาจนถึงขั้นสมองอักเสบ และเสียชีวิตนั้นมีน้อยมาก ดังนั้น คนไทยจึงไม่ควรตระหนก

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบา มีรายงานครั้งแรกจากประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 1965 โดยทั่วโลกมีรายงานพบผู้ป่วยโรคนี้ราว 400-500 ราย

ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมควบคุมโรค ของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในประเทศไทย มีพบผู้ป่วยน้อยมาก ตั้งแต่ พ.ศ.2526 ถึงปัจจุบัน มีรายงานจำนวน 13 ราย เกิดจากการติดเชื้ออะมีบาชนิดนีเกลอเรีย 8 ราย และเชื้ออะแคนทามีบา(Acanthamoeba spp.) 5 ราย พบผู้ป่วยที่จังหวัดศรีษะเกษ สมุทรปราการ นครปฐม ตราด สุพรรณบุรี และกรุงเทพมหานคร เสียชีวิต 12 ราย

คำแนะนำสำหรับประชาชน

เนื่องจากโรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนก ข้อแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อนี้ มีดังนี้

  • ผู้ที่มีแผลตามผิวหนัง ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ติดเชื้อเอชไอวี เป็นโรคตับ โรคเบาหวาน และผู้ที่ได้รับยากดภูมิต้านทานโรค ควรเลี่ยงการลงว่ายน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งน้ำที่น้ำไม่ไหลเวียนหรือน้ำขุ่นดูสกปรก ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ ควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างเลนส์ตามวิธีที่จักษุแพทย์แนะนำ
  • บุคคลทั่วไป หากว่ายน้ำหรือดำน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ควรระมัดระวังไม่ให้สำลักน้ำเข้าโพรงจมูก (ถ้าสำลักให้รีบสั่งน้ำออกแรงๆ) ในเทศกาลสงกรานต์ไม่ควรใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดสาดเล่นกัน
  • ผู้ที่มีอาการป่วยน่าสงสัยหลังจากลงในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • สำหรับสระว่ายน้ำ ควรรักษาความสะอาดตามมาตรฐานและคำแนะนำของกรมอนามัย โดยมีการตรวจวัด และเติมสารประกอบคลอรีน ให้มีปริมาณคลอรีนตกค้างอิสระ 1-2 มิลลิกรัมต่อลิตร
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...