โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงิน CESS ถูกนำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 15 ก.พ. 2562 เวลา 10.57 น.

ปัจจุบันการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมส่งออก (CESS) ที่เก็บในอัตราตายตัวที่ กก.ละ 2 บาทได้ปีละประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท โดยเงินที่เก็บได้นี้จะแบ่งออกเป็น 6 กองด้วยกันคือ กองที่ 1 ค่าบริหารจัดการของ กยท.ตามมาตรา 49 (1) พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยไม่เกินร้อยละ 10 หลังจากมีการตั้ง กยท.ที่รวม 3 องค์กรเข้าด้วยกันคือ สถาบันวิจัยยาง, กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และองค์การสวนยาง ปรากฏมีเงินประเดิมตั้งต้นในการบริหารจัดการประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่ในอนาคตอันใกล้อาจเกิดปัญหาเพราะเงิน CESS ที่เก็บได้ในแต่ละปีจะแบ่งมาอยู่ในกองนี้ปีละประมาณ 600-700 ล้านบาทเท่านั้น

เมื่อรวมกับเงินประเดิมตั้งต้น 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะไม่เพียงพอเนื่องจาก กยท.มีพนักงานในสังกัดสูงถึง 4,000 คน

กองที่ 2 เงินสนับสนุนส่งเสริมการปลูกยางพาราใหม่ทดแทนยางพาราที่มีอายุมากตามมาตรา 49 (2) ไม่เกินร้อยละ 40 ปัจจุบัน กยท.ได้ตั้งเป้าโค่นยางปีละ 400,000 ไร่ จ่ายเงินทดแทนให้ชาวสวนที่โค่นไร่ละ 16,000 บาท 3) เงินส่งเสริมสนับสนุนชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยางไม่เกินร้อยละ 35 ตามมาตรา 49

กองที่ 3 เพื่อการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง คือมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางกู้ยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับประกอบอาชีพการทำสวนยางในด้านการปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การผลิต การแปรรูป และให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางกู้ยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การผลิต การแปรรูป การตลาด และอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้นอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง อุตสาหกรรมไม้ยาง และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับยางพารา รวมถึงการรวบรวมผลผลิต

กองที่ 4 เงินสนับสนุนด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนายาง กองที่ 5 เงินสวัสดิการแก่ชาวสวนยางไม่เกินร้อยละ 7 ตามมาตรา 49 (5) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง จะต้องตรงตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติการขอรับความช่วยเหลือของเกษตรกรชาวสวนยาง กรณีสวนยางประสบภัย จะต้องเป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่สวนยางประสบภัยจนเสียสภาพสวนยาง ที่ดินสวนยางที่ประสบภัย ต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เกษตรกรที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือจะต้องแจ้งขอรับความช่วยเหลือต่อพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติภายใน 15 วัน นับจากวันที่ประสบภัยหรือนับจากวันที่เหตุพิบัติภัยนั้นได้สิ้นสุดลงแล้วแต่กรณี

และกองที่ 6 เงินส่งเสริม สนับสนุนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางไม่เกินร้อยละ 3 ตามมาตรา 49 (6) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง โดยมีวัตถุประสงค์การให้เงินกองทุนพัฒนายางพาราเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมเกษตรกรชาวสวนยาง

อย่างไรก็ตาม การใช้เงิน CESS จากเงินกองที่ 2-6 ที่ผ่านมาไม่ประสบปัญหา เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นเงินที่ต้องใช้จ่ายเป็นรายโครงการตามการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จึงจะมีสิทธิใช้จ่ายได้

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...