โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทัพสีกากีปรับกระบวนยุทธ์ "บิ๊กแป๊ะ" ถือธงฝ่า "โควิด-19" ไม่บกพร่อง "พิทักษ์สันติราษฎร์"

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 31 มี.ค. 2563 เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2563 เวลา 12.56 น.

ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) รายงานตัวเลขเจ้าหน้าที่ตำรวจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยอดล่าสุดวันที่ 23 มีนาคม มีจำนวน 30 นาย

แบ่งเป็น บช.น. 22 นาย บช.ภ.1 2 นาย บช.ปส. 1 นาย บช.ตชด. 1 นาย บช.ส. 1 นาย สตม. 1 นาย รพ.ตร. 1 นาย บช.ก. 1 นาย

มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน จำนวน 550 นาย

ทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงต้องมีมาตรการลดความแออัดของที่ทำงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับข้าราชการตำรวจ โดยให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

  • ไล่เรียงคำสั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์

มีใจความระบุว่า

การปฏิบัติงานของส่วนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือการปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ซึ่งต้องมีผู้ปฏิบัติการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ให้ปฏิบัติไปตามหลักการ จัดผลัดการปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุมพื้นที่ ระยะเวลาตามปกติ และเหมาะสมกับสถานการณ์แต่ละพื้นที่ ส่วนการปฏิบัติของส่วนงานบริการประชาชน อาจปรับลดกำลังพลผู้ปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นของภารกิจ

สำหรับการปฏิบัติงานของส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากงานด้านอำนวยการของหน่วย ให้พิจารณาปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ ดังนี้

1. จัดแบ่งกำลังพลเป็น 2 ชุด ชุดแรกปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้งหน่วย ส่วนชุดที่ 2 ปฏิบัติงานจากบ้านพัก (มิใช่การหยุดงาน/หยุดพัก) สลับกันไปในแต่ละวัน โดยให้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ธำรงการติดต่อสื่อสารไว้ พร้อมเรียกตัวกลับมาปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้งได้ทันที และให้กำหนดมาตรการหรือแนวทางติดตาม ตรวจสอบ ควบคุมการปฏิบัติราชการ ณ ที่พักอย่างแท้จริง และประเมินผลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การจัดชุดปฏิบัติงานจากบ้านพักให้คำนึงถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ด้านบ้านพัก/ที่พักที่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้จริง ไม่ก่อให้เกิดปัญหาให้กับกำลังพลเพิ่มเติม หรือทำให้ต้องออกจากที่พักไปใช้สถานที่สาธารณะในการปฏิบัติราชการอันไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการลดความแออัด

2. พิจารณาจัดการปฏิบัติงานโดยเหลื่อมเวลาในแต่ละวันทำการ โดยให้แต่ละส่วนมีเวลาปฏิบัติงานรวม 7 ชั่วโมง และพักรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ การจัดเวลารับประทานอาหาร ณ โรงอาหารรวมให้พิจารณาการเหลื่อมเวลาด้วย

3. การปฏิบัติในแต่ละกรณี ต้องไม่เสียหายต่อราชการและการบริการประชาชนโดยเด็ดขาด และต้องปฏิบัติตามมาตรการ/แนวทางที่รัฐบาล ตลอดจนกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด หากมีกรณีจะต้องเบิกงบประมาณเพื่อปฏิบัติราชการใดๆ ต้องปฏิบัติตามหลักกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการนั้นด้วย ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกกรณี เมื่อหยุดพักจากการปฏิบัติหน้าที่ให้เดินทางกลับที่พักและลดการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชา ตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้าหน่วยระดับ ผกก.ขึ้นไป แล้วแต่กรณี เป็นผู้สั่งการและกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับทำความเข้าใจกับข้าราชการตำรวจในสังกัดให้ชัดเจนถึงมาตรการดังกล่าว ซึ่งวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสโรคและลดความแออัด

โดยธำรงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้มากที่สุด

เมื่อมองสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้แนวโน้มข้าราชการตำรวจที่จะติดเชื้อไวรัสและถูกกักตัวเพิ่มขึ้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ทาง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามจัดสรรให้ดีที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่ต้องออกไปสัมผัสประชาชน ต้องจัดผลัดจัดเวรให้ดีที่สุด

ส่วนฝ่ายอำนวยการที่สามารถทำงานที่บ้านได้ ให้หัวหน้าหน่วยไปพิจารณาปรับตัวการส่งงานทางออนไลน์

ซึ่งจำนวนตำรวจที่ถูกกักตัว 4-5 ร้อยคนจาก 2 แสนคน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าพยายามทำให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจติดเชื้อไวรัส หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง จะต้องกักตนเองอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตัวให้อยู่ในกรอบ ยึดถือกฎหมายและระเบียบวินัยคำสั่ง และให้ผู้บังคับบัญชาคอยสอดส่องดูแล หากปล่อยปละละเลย ก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน

ในส่วนของดำเนินการกับสถานบริการ สถานที่ต่างๆ หากฝ่าฝืนคำสั่งปิดชั่วคราวตามประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องได้รับการร้องขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจในการออกประกาศ จึงจะไปดำเนินการกวดขันจับกุมได้

ซึ่ง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ล่าสุด ศปก.ตร. รายงานผลการจับกุมร้านค้าและสถานบริการที่ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีการจับกุมทั้งสิ้น 4 ร้าน ประกอบด้วย

1. สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี จับกุมร้านปาเต๊ะ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี

2. สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จับกุมร้านอีสานเมืองนนท์ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี

3. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จับกุมร้านอิงลิชโรช บาร์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทั้ง 3 แห่ง ถูกแจ้งข้อหา จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และฝ่าฝืนคำสั่งมาตรการป้องกันโรคระบาดของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ชลบุรี ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558

และ 4. สภ.คอหงส์ จ.สงขลา จับกุมร้านป้าวันดี ซ.ทวีวรรณ์ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ข้อหาเปิดร้านบริการนวดเพื่อเสริมความงาม และฝ่าฝืนคำสั่งมาตรการป้องกันโรคระบาดของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงกวาดล้างจับกุมผู้ที่กักตุนและขายหน้ากากอนามัยเกินราคาอย่างต่อเนื่อง ยอดจับกุมตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม-23 มีนาคม จับกุมผู้ต้องหา 209 คน ของกลาง 934,497 ชิ้น มูลค่า 5,068,874 บาท

สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อการทำงาน

ตำรวจต้องปรับทำหน้าที่ให้สมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์…อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...