SCBX กับแผนออกหุ้นกู้แสนล้านปีหน้า โบรกฯชี้ต้นทุนดอกเบี้ยพุ่ง
SCBX กับแผนออกหุ้นกู้ 1 แสนล้านบาท ปี 2566 “บล.หยวนต้า” มองบวก เป็นช่องทางหลักหาแหล่งเงินทุนใหม่ลงทุนในธุรกิจย่อยภายในกลุ่ม แต่จะมีต้นทุนดอกเบี้ยพุ่งระดับ 3.5–4.5% จากเดิมแค่ 0.7%
วันที่ 6 ธันวาคม 2565 นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ นักวิเคราะห์กลุ่มธุรกิจการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้สอบถามไปยังบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมติที่ประชุมคณะกรรมการวันที่25พ.ย. 65เกี่ยวกับแผนระดมทุนโดยการออกตราสารหนี้วงเงินรวมไม่เกิน100,000ล้านบาท(เสนอขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ)ภายในระยะเวลา5ปี เพื่อลงทุนในธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยประเด็นดังกล่าวจะเข้าสู่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่19ม.ค. 66ซึ่งเราสรุปประเด็นน่าสนใจไว้ดังนี้
1.มีมุมมองเป็นบวกต่อประเด็นดังกล่าว โดยการออกหุ้นกู้ของSCBXจะเป็นช่องทางหลักในการหาแหล่งเงินทุนใหม่ ๆสำหรับลงทุนในธุรกิจย่อยภายในกลุ่มโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเงินฝากและเงินทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการและการทำธุรกิจของSCBB (ธนาคารไทยพาณิชย์)
ซึ่งมีข้อดีสำคัญคือการดำเนินธุรกิจของบริษัทย่อยต่าง ๆ จะมีเกณฑ์ในการทำธุรกิจที่ผ่อนปรนและคล่องตัวกว่าการประกอบธุรกิจภายใต้ธนาคาร
จึงสามารถที่จะแข่งขันกับNon–Bankรายอื่น ๆ ได้ด้วยเกณฑ์ที่เท่าเทียมกัน ขณะที่บริษัทย่อยของSCBXจะได้รับการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีของกลุ่มที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการดำเนินงาน
หวั่นต้นทุนดอกเบี้ยพุ่ง
2.ข้อเสียหลัก ๆคือSCBXจะมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการออกหุ้นกู้เพื่อขยายธุรกิจโดยล่าสุดเมื่อวันที่9พ.ย. 65FitchมีการจัดCredit RatingของSCBXที่ระดับBBB (International Rating)และAA+ (National Rating)เท่ากันกับCredit RatingของSCBBซึ่งเบื้องต้นคาดหุ้นกู้ดังกล่าวจะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับ3.5–4.5%สูงกว่าต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยในปัจจุบันของบริษัทที่อยู่ในระดับต่ำเพียง0.7%
อย่างไรก็ดีเราคาดการออกหุ้นกู้จะเป็นแบ่งออกเป็นหลายชุดตามความต้องการใช้เงินของบริษัทย่อยในช่วง5ปีข้างหน้าเพื่อไม่ให้ต้นทุนทางการเงินเร่งตัวขึ้นเร็วเกินไปโดยบริษัทมีแผนจะนำเงินทุนที่ได้จากการออกหุ้นกู้ไปใช้เพื่อลงทุนต่อยอดในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าธุรกิจเดิม ๆ ของธนาคารซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง4%
โดยเฉพาะในกลุ่มConsumer Financeซึ่งมีธุรกิจที่น่าสนใจและมีความพร้อมในการขยายตัวอยู่แล้วอย่างCardX(สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลคาดผลตอบแทนเฉลี่ย15%), AutoX (สินเชื่อจำนำทะเบียนรถคาดผลตอบแทนเฉลี่ย17–18%),และสินเชื่อในกลุ่มDigital Lendingทั้งMONIX, SCBABACUS (สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์คาดผลตอบแทนเฉลี่ย20%)
หนุนให้NIMและ Spreadของกลุ่มSCBXค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณสินเชื่อในกลุ่มConsumerFinanceที่เร่งตัวขึ้น
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนนำเงินไปลงทุนในธุรกิจDigital Assetเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในอนาคตและธุรกิจDigital Platformซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงและได้ข้อมูลของลูกค้านอกเหนือจากฐานลูกค้าเดิมที่มีบัญชีธนาคารนำไปสู่การทำCross Selling และUpselling
แนะนำซื้อ ราคาเป้าปีหน้า 144 บาท
ประเด็นดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่19ม.ค. 66ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า3ใน4ของจานวนเสียงที่มาประชุม โดยชอบหุ้นSCBจากทิศทางการพัฒนาธุรกิจที่เน้นการขยายธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งแม้ในช่วงสั้นอาจทำให้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นมาบ้าง
แต่ในระยะยาวมองว่าบริษัทจะมีศักยภาพทำกำไรที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และช่วยให้อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)ของSCBเร่งตัวขึ้นได้โดดเด่นกว่าธนาคารใหญ่รายอื่นขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมีUpside ที่ 37.1%จากมูลค่าพื้นฐานปี2566ที่144บาท (อิงProspectivePBVที่1x)จึงคงคำแนะนำ“ซื้อ“