โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รพ.รามา ส่งหนังสือ ‘ด่วนที่สุด’ เพิ่มมาตรการรับมือโควิด สายพันธุ์ลูกผสม XBB*

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 เม.ย. 2566 เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2566 เวลา 02.09 น. • The Bangkok Insight

โควิดรอบใหม่มาแล้ว รพ.รามา ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงหน่วยงานในสังกัด ปรับแผนรับมือโควิดสายพันธุ์ลูกผสม XBB* หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม

โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดถึง รองคณบดีฝ่ายต่างๆ, ผู้อำนวยการโรงพยาบาล, ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์, หัวหน้าภาควิชา,ผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์รามาธิบดี, ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี, ประธานองค์กรแพทย์, หัวหน้าฝ่าย/งาน/หน่วย/ศูนย์ เพื่อเพิ่มมาตรการรองรับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น และโควิดสายพันธุ์ลูกผสม โดยระบุว่า

โควิดสายพันธุ์ลูกผสม

เนื่องด้วยในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรากฏจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ admit ในโรงพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และพบมีโควิดสายพันธุ์ลูกผสม (XBB*) เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ตอบสนองการรักษาด้วย Long-acting antibody (LAAB) เพื่อให้บริการผู้ป่วยมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ จึงขอปรับแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ดังนี้

1. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ

  • ให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก โดยรักษาตามอาการ ไม่ต้องให้ยาต้านไวรัส เนื่องจากส่วนมากหายได้เอง

2. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง/โรคร่วมสำคัญ

หรือภาพถ่ายรังสีปอดปกติ

  • ให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก โดยรักษาตามอาการ ไม่ให้ยาต้านไวรัส เนื่องจากส่วนมากหายได้เอง

3. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรงหรือมีโรคร่วมสำคัญ หรือผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีปอดอักเสบ (pneumonia) เล็กน้อยถึงปานกลางยังไม่ต้องให้ออกซิเจน

  • ให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก โดยพิจารณาให้ ยาต้านไวรัส ภายใน 5 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการ ดังนี้

ยา Nirmatrelvir+ritonavir และให้ตรวจสอบ drug interaction ก่อนใช้ยาตาม QR code หรือ

ยา Remdesivir โดยสั่ง IV drip ที่ห้องแยก อ.4 เป็นเวลา 3 วันต่อกัน

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโควิด-19 รุนแรงหรือมีโรคร่วมสำคัญ

  • อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) (GOLD grade 2 ขึ้นไป) รวมโรคปอดเรื้อรังอื่น ๆ
  • โรคไตเรื้อรัง (CKD) (Stage 3 ขึ้นไป)
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด (NYHA functional class 2 ขึ้นไป รวมโรคหัวใจแต่กำเนิด
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคมะเร็งที่กำลังได้รับการรักษา
  • เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
  • ภาวะอ้วน (น้ำหนัก >90 กก.หรือดัชนีมวลกาย >30 กก./ตร.ม.)
  • ตับแข็ง (Child-Pugh class B ขึ้นไป)
  • ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ได้รับยากดภูมิหรือ corticosteroid ที่มีขนาดเทียบเท่ากับ prednisolone 15 มก./วัน นาน 15 วันขึ้นไป
  • ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มี CD4 น้อยกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม.

4. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีปอดอักเสบรุนแรงและมี hypoxia ให้การรักษาแบบผู้ป่วยใน และให้ยาต้านไวรัส Remdesivir ร่วมกับ corticosteroid หรือ ยากลุ่มอื่น ตามดุลยพินิจแพทย์ โดยให้ admit ที่หอผู้ป่วยตามความรุนแรง ดังต่อไปนี้

4.1 ผู้ป่วยที่รักษาด้วย High flow oxygen/ Respirator ให้ admit ที่หอผู้ป่วย SDICU95 (3 เตียง)

4.2 ผู้ป่วยที่รักษาด้วย oxygen cannula/ oxygen mask ให้ admit โดยใช้ห้อง AIIR ที่หอผู้ป่วย (2TP,

4NW, 4TW, 5SE, 5SW, 6NW และ 6NE) หรือห้องแยกเดี่ยวหรือห้องพิเศษอื่น ๆ

4.3 กรณีหอผู้ป่วยตามข้อ 4.1 หรือข้อ 4.2 เริ่มเต็ม ให้พิจารณาประสานส่งต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ หรือโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...