โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Alibaba DAMO Academy: Tech Trends 2023

BT Beartai

อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 12.52 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2566 เวลา 07.55 น.
Alibaba DAMO Academy: Tech Trends 2023

Alibaba DAMO Academy (“DAMO”) โครงการวิจัยระดับโลกของอาลีบาบา กรุ๊ป เผยการคาดการณ์ประจำปีเกี่ยวกับเทรนด์ทางเทคโนโลยีชั้นนำที่อาจเป็นตัวกำหนดรูปโฉมของอุตสาหกรรมจำนวนมากในอีกหลายปีต่อจากนี้

โดยการคัดเลือกจะเลือกเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงสุดต่อการนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงในอีกหลาย ๆ ปี โดยอิงจากผลงานวิจัยจำนวนมาก การจดสิทธิบัตร รวมทั้งการสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกว่า 100 คน รวมถึงการศึกษาและเกณฑ์ทั้งหมดที่พวกเขาร่วมกันกำหนดขึ้น เกณฑ์ในการเลือกจะพิจารณาจาก ประเภทและระดับของอุตสาหกรรม ค่านิยมทางสังคม ตลอดจนความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีด้วย

Generative AI

Generative AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ อย่าง ชุดข้อความ รูปภาพ เสียง เกม โฆษณา และกราฟิกดีไซน์ ฯลฯ จะได้รับความนิยมมากขึ้นอีกจากการมีชุดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการเปลี่ยนผ่านวิธีการผลิตเนื้อหาดิจิทัล

จากข้อมูลจากการวิจัยของ DAMO ระบุว่า Generative AI ที่อาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแห่งอนาคต จะช่วยลดค่าใช้จ่าย และจะกลายเป็นเทคโนโลยีเบ็ดเสร็จที่สามารถเพิ่มความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และประสิทธิภาพในการสร้างคอนเทนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในอีก 3 ปีต่อจากนี้ เราจะได้เห็นรูปแบบทางธุรกิจใหม่ ๆ และระบบนิเวศที่สมบูรณ์เต็มที่ เพราะมีการนำ Generative AI ไปใช้ในวงกว้าง โดยรูปแบบที่เป็น Generative AI จะโต้ตอบกับมนุษย์ได้มากขึ้น ปลอดภัยและชาญฉลาดมากขึ้น อีกทั้งยังจะช่วยมนุษย์ทำงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ให้ลุล่วงได้อย่างดี

Dual-engine Decision Intelligence

วิธีการตัดสินใจแบบเดิมในอดีตนั้น พึ่งพาการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมีข้อจำกัดในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ที่มีความไม่แน่นอนสูง และตอบสนองต่อปัญหาใหญ่ ๆ ได้ช้า ดังนั้น สถาบันทางการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมจึงได้เริ่มใช้แมชชีนเลิร์นนิง (Machine Learning) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการตัดสินใจด้านต่าง ๆ เครื่องมือทั้งสองนี้ เป็นองค์ประกอบที่ลงตัวของกันและกัน และเมื่อได้ใช้ควบคู่กันไปจะช่วยเพิ่มความเร็วและคุณภาพของการตัดสินใจต่าง ๆ และเป็นที่คาดการณ์ว่า เทคโนโลยีนี้จะใช้กันอย่างแพร่หลายในสถานการณ์หลากหลายในอนาคต เพื่อช่วยให้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้แบบหลากหลายระดับ ครบถ้วน และทำได้แบบเรียลไทม์ เช่น การจ่ายไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ การกำหนดจุดจอดในสนามบิน และการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการผลิตต่าง ๆ เป็นต้น

Cloud-native Security

การใช้ระบบความปลอดภัยที่รองรับการทำงานบนคลาวด์ (Cloud-native Security) นั้น ไม่เพียงมอบความปลอดภัยบนโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์ การรวมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยต่าง ๆ และคลาวด์คอมพิวติงเข้าด้วยกันกำลังเกิดขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเราเห็นได้จากการใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากการใช้คอนเทนเนอร์ไปเป็นไมโครเซอร์วิส จนถึงรูปแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ (Serverless Model) และบริการด้านความปลอดภัยที่ยกระดับสู่การเป็นคลาวด์เนทีฟ (Cloud-native) ที่มีความรัดกุม ใช้แพลตฟอร์มเป็นศูนย์กลาง และชาญฉลาด

ใน 3-5 ปีจากนี้ การรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์เนทีฟ จะหลากหลายมากขึ้น นำไปใช้กับสถาปัตยกรรมคลาวด์ที่หลากหลายได้ง่ายขึ้น และเอื้อต่อการสร้างระบบความปลอดภัยในทุกระดับ ครบวงจร แม่นยำ และใช้กับสภาพแวดล้อมแบบผสมผสานได้

Pre-trained Multimodal Foundation Models

Pre-trained Multimodal Foundation Models จะกลายเป็นแบบอย่างและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ในการสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจะสามารถรับความรู้จากแบบวิธีต่าง ๆ และนำเสนอความรู้นั้นตามกรอบการเรียนรู้ด้านการแสดงออกที่รวมเป็นหนึ่งเดียว

ในอนาคต Foundation Models จะถูกกำหนดขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานปกติของระบบ AI ที่ใช้ทำงานต่าง ๆ เช่น รูปภาพ ข้อความ และเสียง เป็นการเสริมศักยภาพระบบ AI ด้วยความสามารถด้านสติปัญญาในการให้เหตุผล การตอบคำถาม การสรุป และการสร้างสรรค์

Cloud Infrastructure Processor (CIPU)

คลาวด์คอมพิวติง (Cloud Computing) กำลังพัฒนาเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ Cloud Infrastructure Processor (CIPU) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้ฮาร์ดแวร์ในการเร่งความเร็วการทำงานและควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ โดยจะช่วยเร่งการใช้แอปพลิเคชันบนคลาวด์ให้มีความลื่นไหลมากขึ้น ในขณะเดียวกันยังคงความยืดหยุ่นและความคล่องตัวสูงไว้เพื่อการพัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์ CIPU จะกลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วไปของคลาวด์คอมพิวติงยุคหน้า และนำมาซึ่งโอกาสด้านการพัฒนาใหม่ ๆ จำนวนมากในด้านการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์และการออกแบบ Dedicated Chip

Edge-Cloud Synergy

โครงสร้างที่คาดการณ์ได้ (Predictable Fabric) เป็นระบบเน็ตเวิร์กที่ออกแบบร่วมกันโดยแม่ข่ายและลูกข่ายในการขับเคลื่อน ซึ่งจะสามารถนำเสนอบริการเน็ตเวิร์กที่มีประสิทธิภาพสูง และจะเป็นเทรนด์ที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะความสามารถด้านคอมพิวติงและเน็ตเวิร์กในปัจจุบันค่อย ๆ รวมตัวเข้าด้วยกัน และด้วยสมรรถนะของนวัตกรรมแบบฟูลสแต็ก จาก Cloud-defined Protocols, ซอฟต์แวร์, ชิป, ฮาร์ดแวร์, สถาปัตยกรรม และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทำให้คาดการณ์ได้ว่า Predictable Fabric จะเข้ามาแทนที่สถาปัตยกรรมเน็ตเวิร์ก TCP แบบดั้งเดิม และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเน็ตเวิร์กหลักในดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นต่อไป ความก้าวล้ำด้านนี้ยังขับเคลื่อนการใช้ Predictable Fabric จากเน็ตเวิร์กของดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงเน็ตเวิร์กหลักบนคลาวด์ที่กว้างขวาง

Computational Imaging

การสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ (Computational Imaging) เป็นสหวิทยาการเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างหนึ่ง ซึ่งตรงข้ามกับเทคนิคการถ่ายภาพแบบเดิม โดยคอมพิวเตอร์สร้างภาพจากรูปแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ และความสามารถในการประมวลผลสัญญาณต่าง ๆ จำนวนมาก จึงสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสนามแสงเชิงลึกที่ไม่เคยทำได้มาก่อนได้ เทคโนโลยีนี้มีใช้แล้วในวงกว้าง เช่น การถ่ายภาพของโทรศัพท์มือถือ, การถ่ายภาพทางการแพทย์, และยานยนต์อัตโนมัติ ในอนาคตการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์จะยังคงปฏิวัติเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบเดิม และทำให้เกิดนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ เช่น การถ่ายภาพแบบไม่ต้องใช้เลนส์ และการถ่ายภาพแบบไม่อยู่ในแนวสายตา (Non-line-of-sight: NLOS)

Chiplet

การใช้ชิปเล็ต หรือชิปขนาดย่อย (Chiplet) จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถแบ่งระบบต่าง ๆ ที่รวมกันอยู่บนชิปตัวหนึ่ง (System on a Chip: SoC) ออกเป็นชิปเล็ก ๆ หลายตัว ซึ่งถูกเชื่อมต่ออยู่ในชิปใหญ่ตัวเดียว SoC นี่จะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการวิจัยและพัฒนาวงจรรวมและเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมชิป

Processing in Memory (PIM)

เทคโนโลยีการประมวลผลในหน่วยความจำ (Processing in Memory: PIM) เป็นการรวมหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) และหน่วยความจำไว้บนชิปเดียว ซึ่งจะช่วยให้ทำงานร่วมกับโปรแกรมต่าง ๆ ได้ประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมาก จุดนี้จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น คลาวด์คอมพิวติง, AI และอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT)

Large-scale Urban Digital Twins

คอนเซปต์ของเมืองเสมือนดิจิทัล (Urban Digiital Twins) จะกลายเป็นแนวทางใหม่ในการดูแลจัดการสิ่งต่าง ๆ ในเมือง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การดูแลการจราจร การป้องกันและการจัดการภัยทางธรรมชาติ การวิเคราะห์จุดสูงสุดและความเป็นกลางทางคาร์บอน เป็นต้น ทั้งนี้เทคโนโลยีนี้ จะมีขนาดใหญ่ และจะทำงานแบบอิสระได้ด้วยตนเอง และมีหลากหลายมิติมากขึ้นในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...