โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ลอง Tesla Model Y Performance ใช้ง่ายเพราะรวมทุกอย่างไว้ที่จอ แรงจริงไม่ผิดหวัง สมค่าตัว 2.7 ล้านบาท

AutoFun Thailand

อัพเดต 26 พ.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2566 เวลา 07.56 น. • Patiphanw

ตั้งแต่การเปิดตัวของ Tesla (เทสล่า) ประเทศไทย ยอมรับจริง ๆ ว่าตั้งตารอคอยมาตลอดว่าจะได้ลองขับรถยนต์ไฟฟ้าที่คนทั่วโลกต่างชื่นชอบ ว่าจะดีจริงอย่างที่เขาว่าหรือไม่

ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสดี ที่เราจะได้มาลองตัวท็อปสุดของพวกเขา คือ Tesla Model Y Performance ที่นอกจากความแรงแล้ว ยังมีออพชั่นมาให้เยอะมาก

คุ้มค่าตัว 2.5 ล้านบาทเขาแหละ

ไทยขาย 3 รุ่น

สำหรับ Tesla Model Y ในประเทศไทย จะมีขายด้วยกัน 3 รุ่น ราคาเริ่มต้นคือ

  • Rear Wheel Drive ราคา 1,959,000 บาท
  • Long Range AWD ราคา 2,259,000 บาท
  • Performance ราคา 2,509,000 บาท

ซึ่งราคานี้ จะยังไม่รวมออพชั่นเสริมต่าง ๆ ที่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้คือ

Autopilot แบบยกระดับ (EAP) ราคา 122,000 บาท ที่จะได้

  • ระบบ Autopilot
  • ระบบเปลี่ยนช่องจราจรอัตโนมัติ
  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ
  • ระบบ Summon รถยนต์
  • ระบบช่วยหาช่องจอด SmartSummon แบบอัจฉริยะ

และยังมีระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ Full Autopilot (FSD) ที่จะบวกเพิ่มอีก 244,000 บาท สิ่งที่เพิ่มมาคือ

  • ระบบขับขี่อัตโนมัติบนทางหลวง พร้อม Cruise Control แบบปรับตามสภาพจราจร (TACC) พร้อม Autosteer แซงรถที่ขับช้า
  • ระบบควบคุมการขับขี่ตามสัญญาณไฟจราจรและป้ายหยุด
  • ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับขับอัตโนมัติเต็มรูปแบบ อัปเดตซอฟต์แวร์อัตโนมัติผ่านทางดาวเทียม

ทั้งนี้จะยังไม่สามารถใช้ FSD ได้เต็มที่ จะสามารถใช้ได้บนมอเตอร์เวย์ที่มีเส้นแบ่งชัดเจนเท่านั้น

นั่นทำให้ตัวรถเมื่อบวกแพคเกจเหล่านี้ จะมีราคาอยู่ที่

ราคา Tesla Model Y (ล้านบาท) รุ่น ปกติ +EAP +FSD RWD 1.959 2.081 2.203 Long Range 2.259 2.381 2.503 Performance 2.509 2.631 2.753

สิ่งพิเศษใน Performance

สำหรับ Model Y Performance ที่เราได้เอามาขับกัน มีสิ่งที่เพิ่มมาจากรุ่นอื่นคือ

  • ล้ออัลลอย ขนาด 21 นิ้ว ลาย Uberturbine Wheels
  • ระบบห้ามล้อ Performance Brake
  • สปอยเลอร์หลัง Carbon Fiber
  • แป้นเบรกและแป้นคันเร่ง Aluminum Alloy
  • ช่วงล่างแบบ Lowered suspension ด้านหน้าเตี้ยลง 1.1 นิ้ว ด้านหลังเตี้ยลง 1.5 นิ้ว

การใช้งานรวมไว้ที่จอ

สิ่งหนึ่งที่มักจะเริ่มเห็นได้ในรถยนต์ไฟฟ้าคือ ระบบการควบคุมทั้งหมดจะมารวมอยู่ที่จอแล้ว ทำให้คอนโซลหน้ามีความสะอาดตา เพราะมีเพียงขอสัมผัสขนาด 15 นิ้วตรงกลางเท่านั้น

เริ่มจากกุญแจนั้นจะสามารถลงทะเบียนกับโทรศัพท์ไว้ได้ในตัวเลย ทำให้เราไม่ต้องพกกุญแจหรือคีย์การ์ด (แต่มีมาให้นะ) ซึ่งตัวรถก็จะสามารถรองรับกุญแจดิจิตอลนี้ได้ 20 เครื่องด้วยกัน

ATF = AutoFun ยังไงล่ะครับ

สิ่งแรกที่จะต้องทำเลยก็คือ การเพิ่ม Profile ผู้ขับขี่ใหม่ในการใช้งานด้วยระบบ Easy Entry เพื่อให้ระบบตัวรถจดจำการตั้งค่าของเรา ซึ่งก็จะมีทั้งเบาะ, กระจกมองข้าง และพวงมาลัย ที่ 2 สิ่งหลังจะใช้การตั้งค่าจากลูกกลิ้งที่พวงมาลัย

ถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเรา เพราะไม่มีปุ่มปรับกระจกไฟฟ้าและคันโยกปรับพวงมาลัยมาให้แล้ว หรือเรียกได้ว่าไม่มีปุ่มอะไรเลยจะง่ายกว่า เว้นแต่กระจก

ใช้ปุ่มซ้ายปรับกระจก-พวงมาลัย

หากดูจากภายนอก เราคิดว่ารถจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่จริง ๆ แล้วเขามีความกว้างพอตัวเลยทีเดียว การนั่งขับขี่จะไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบ SUV ที่เราคุ้นชินกัน เพราะยังคงมีความเตี้ยอยู่ แต่ก็ได้ความสบายและออกแบบมาได้พอดีตัว

การตั้งค่าที่ไม่ควรลืมเลยก็คือ การตั้งความหน่วงของระบบ One Pedal ที่มีไว้ชะลอรถ เนื่องจากในรถของ Tesla จะไม่สามารถปิดใช้งานระบบนี้ได้ และจะมี 3 ระดับด้วยกัน คือ ชะลอ, ล้อฟรี, หยุดนิ่ง

ซึ่งจากการลองใช้งานแล้ว ควรเริ่มจากระดับชะลอไปก่อน เนื่องจากจะมีการหน่วงที่ค่อนข้างเยอะ อาจทำให้เวียนหัวได้

พูดถึงระบบนำทางภายในรถ หลายคนอาจกังวลกับการที่ไม่สามารถเชื่อมต่อระบบ Apple Carplay/Android Auto ได้ จึงกลัวว่าจะไม่มีแผนที่ไว้ดูเส้นทาง แต่ระบบ GPS ของ Tesla เป็นการใช้บริการของ Google อยู่แล้วจึงยังมีความแม่นยำอยู่

นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับบัญชีแอพสตรีมเพลงอย่าง Spotify ได้ แต่หากใครจำรหัสไม่ได้ก็ยังสามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้เช่นกัน และยังสามารถเชื่อมต่อกับ Netflix ได้ด้วย แต่ใช้ได้เฉพาะตอนรถจอดนิ่งแล้วเท่านั้นนะ

แอร์เย็นเร็ว

ขอกล่าวถึงระบบแอร์สักเล็กน้อย เนื่องจากรถคันนี้พึ่งเป็นรุ่นแรกที่เคยเห็นว่าจะมีการปรับทิศทางของช่องแอร์ได้จากหน้าจอ ซึ่งอาจดูไม่น่าตื่นเต้นเท่าไร

แต่ที่น่าสนใจคือ Tesla เขาบอกเราว่าแอร์ของรถที่พวกเขานำมาขายอย่างเป็นทางการนั้น จะมีการปรับความแรงและสเปคมาให้เข้ากับเมืองไทยโดยเฉพาะ ไม่เหมือนกับรถที่นำเข้ามาจากเกรย์มาร์เก็ต ที่จะไม่มีการปรับมาให้ และแอร์หลังเย็นมากเลยทีเดียว ไม่ใช่เพียงแค่พัดลมเท่านั้น

กล้องหลายฟังก์ชั่น

ความดีงามของระบบภายในยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะสิ่งที่เราชอบมากระบบหนึ่งก็คือระบบ Sentry Mode ที่จะเป็นเหมือนยามคอยสอดส่องรถยนต์เราผ่านกล้องรอบคัน ซึ่งเราสามารถเลือกดูได้จากทุกมุมรวมถึงภายใน

เอาไว้ป้องกันคนที่จะมาทำอันตรายรถ โดยสามารถเลือกกดแตรหรือส่องไฟจากแอพในมือถือได้ด้วย หรืออย่างน้อย ๆ หากรถถูกขโมย ก็ยังสมารถใช้ตามหาคนร้ายได้

นอกจากนี้ ตัวกล้องรอบคันรอบคัน ยังมีการบันทึกเหตุการณ์รอบ ๆ ไว้ด้วย อย่างน้อยก็ทดแทนกล้องติดหน้ารถ เผื่อมีคนมาเฉี่ยวชนและขับหนี เราจะตามตัวได้ถูก

ยังไม่หมดกับระบบกล้อง เพราะภายในเองก็สามารถดูภาพจากมือถือที่มีการตรวจสอบได้เช่นกัน ส่วนหนึ่งคือมีไว้ดูแลสัตว์เลี้ยงใน Pet Mode ที่จะเป็นการเปิดแอร์ไว้ที่ 21 องศา และระบบระบายอากาศไว้ขณะที่เราลงไปทำธุระ

อย่างเช่นไปทานข้าว ถือว่าดีงามสำหรับคนที่ต้องการพาน้องหมาน้องแมวไปไหนมาไหนด้วย และไม่ต้องการหาร้านอาหารที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้

การดูกล้องภายในอาจน่ากลัวสำหรับท่านชายเล็กน้อย เพราะขณะรถวิ่งก็สามารถดูได้ เรียกได้ว่าหากพาสาว ๆ ขึ้นรถก็อาจจะมีโดนดักตีหัวที่บ้านนะครับ

แรงกว่าเดิม

แน่นอน Model Y Performance จะต้องมีความแรงที่เพิ่มเข้ามา เพราะใช้การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ล้อคู่หน้าและหลัง (All-wheel Drive) จาปติที่มีแต่ขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น

ให้กำลัง 534 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร พ่วงแบตเตอรี่ Lithium-ion NMC ขนาด 75.0 kWh รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11.5 kW และรองรับการชาร์จ DC Fast Charge สูงสุด 250 kW

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 250 กม./ชม.
ระยะวิ่งอยู่ที่ 582 กิโลเมตร (NEDC)

แข็งหน่อยแต่ให้อภัย

ในด้านการขับขี่ที่หลายคนอยากทราบ ต้องยอมรับว่าเขาทำรถมาช่วงล่างเฟริ์ม ไปทางค่อนข้างแข็ง ซึ่งเขาบอกเราว่ามีการเซทมาให้ประเทศไทยโดยเฉพาะ ไม่เหมือนกับรถเกรย์ที่ไม่ได้ปรับมาให้

จริง ๆ ช่วงล่างไม่ได้มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้เซทมาแบบสปอร์ต แต่ก็สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันได้แบบเหลือ ๆ อาจมีความตึงตังให้เห็นได้บ้างเล็กน้อยในจุดที่ให้อภัยได้

เขาแทนที่ด้วยความแรงจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่เราเชื่อว่าคุณจะสนุกกับมันได้แน่นอนจากม้ากว่า 534 ตัว เพราะ Tesla เองเขาก็ขึ้นชื่อเรื่องความแรงของรถอยู่แล้ว

ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ผิดหวัง ขอแนะนำว่าอย่าขับซิ่งมากไปเพราะช่วงล่างเองยังไม่ได้ให้ความคมขนาดนั้น แต่ถือว่าได้ความหนึบจากระบบขับสี่และยางเข้ามาช่วย

ใครกังวลเรื่องความร้อนจากพาโนรามิคซันรูฟเต็มบานก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะเขาให้มาเป็นกระจกแบบทึบกันแสง และยังมีตัวเลือกให้ซื้อม่านติดในภายหลังได้ด้วย

สิ่งที่ให้มาเพิ่มในการเปิดไฟเลี้ยว คือกล้องจะแสดงภาพด้านข้างมาให้ด้วย แบบในรถยนต์ Honda ที่มักใส่มาให้ แต่ไม่ได้มีขนาดใหญ่ถึงเต็มหน้าจอ จะอยู่เป็นมุมขนาด ⅕ ของจอเท่านั้น

ส่วนการทำงานของเซนเซอร์รอบคันถือว่าอยู่ในขั้นที่ดีเลย เพราะจะมีการแสดงให้เห็นถึงตัวรถที่อยู่รอบเราตลอดเวลา ยังไม่เจอการเบรกเองแบบที่เป็นข่าวรถสองแถว

Autopilot ดี ถ้าเส้นชัด

เราไม่ลืมที่จะลองระบบ Autopilot อันเลื่องชื่อ ซึ่งในตัวนี้เขาให้มาเป็นแบบ Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่น Sop&Go ที่จะมีการเบรกและเร่งแซงตามคันหน้าให้อย่างอัตโนมัติ เราสามารถกำหนดความเร็วของระบบนี้ได้ด้วยการหมุนลูกกลิ้งทางด้านขวา ไม่ต้องกดปุ่มให้ยุ่งยาก

การใช้งานก็ไม่ได้ยาก คือคุณเพียงแค่ขับไปในความเร็วที่ต้องการ แล้วทำการตบเกียร์ที่พวงมาลัยลง 2 ครั้ง ระบบก็จะทำการล็อคความเร็วไว้ให้ ซึ่งต้องมีการเอามือจับพวงมาลัยไว้ทั้ง 2 ข้างก่อนถึงจะใช้งานได้ หลังจากนั้นก็สามารถปล่อยมือได้ แต่ก็ควรมีการประคองไว้ตลอดเวลา

หากคุณซื้อแพคเกจ FSD เพิ่มอีก 244,000 บาท ก็จะได้ระบบเร่งแซงด้วย ใช้งานด้วยการตีไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลนหากรถคันหน้าขับช้า ตัวรถจะทำการหมุนพวงมาลัยออกไปในทิศทางนั้น แ

แต่หากมีรถมาข้างล่างก็จะมีการดึงกลับจากการคำนวนของระบบเซนเซอร์และกล้อง ซึ่งการเร่งแซงนี้จะไม่ได้เป็นการกดความเร็วเพิ่มมากมาย แต่จะเป็นกรค่อย ๆ แซงไปออกแบบผู้ดีนิดหน่อย จึงอาจต้องระวังในจุดนี้

ต้องยอมรับว่าตัวรถมีการควบคุมที่ดีในระบบนี้ เห็นได้จากรถที่ไม่มีอาการแกว่งไปแกว่งมาเพื่อตามหาเส้นเลย ยังคงนิ่งอยู่ตลอดเวลาหากเส้นถนนที่ชัดเจน การเบรกตามคันหน้าถือว่าทำได้นุ่มนวลในความเร็วปกติ

อย่างไรก็ตาม ระบบนี้จะสามารถทำงานได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อมีเส้นถนนที่ชัดเจน เราจึงไม่แนะนำให้ใช้บนถนนทั่วไปที่เส้นเริ่มจางแล้ว ใช้บนมอเตอร์เวย์หรือทางด่วนจะดีที่สุด

ทางค่ายเขาเตือนเรามาว่า หากเราปล่อยไว้ในระดับหนึ่ง ระบบจะลงโทษเราโดยการไม่ให้ใช้งาน Autopilot อีกจนกว่าจะถึงที่หมาย ส่วนการยกเลิกระบบ ก็เพียงแค่ทำการหักพวงมาลัยไปในทิศที่ต้องการ

สิ่งที่ยังไม่ชอบ

เล่าถึงความดีมาเยอะ เราก็ต้องบอกสิ่งที่เราไม่ชอบกันบ้าง สิ่งที่ผมขัดใจสำหรับการนั่งภายใน คือช่วงเบาะรองนั่งที่เราคิดว่าอาจจะมีความสั้นไปสักเล็กน้อย ทำให้ไม่สามารถรองรับขาเราได้มากนักเท่านั้น แต่ก็ทดแทนด้วยพื้นที่กว้างขวางให้สามารถยืดขาได้เยอะ

อีกจุดคือการรวมฟังก์ชั่นการควบคุมทุกอย่างไปไว้ที่หน้าจอ ถามว่ามันทำให้รถดูสะอาดตาขึ้นไหม ก็ใช่ครับ และก็ทำได้ดีทีเดียว แต่ในการปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นปรับทิศทางช่องแอร์ ที่เราต้องไปนั่งกดจอเพิ่มเพียงเพราะต้องการหันแอร์ออก ซึ่งเรามองว่าค่อนข้างอันตรายเลยทีเดียวแม้รบบรถจะดีแค่ไหนก็ตาม

ที่น่าแปลกใจคือในช่วงการทำความเร็ว สามารถเก็บเสียงลมได้ดีจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่กลับมีเสียงขณะจอดนิ่งเข้ามาเยอะ อย่างเสียงรถสิบล้อด้านข้างยังมีความดังเข้ามาอยู่

ใช้ทุกวันได้

Tesla Model Y Performance โดยรวมแล้วคือรถที่ใช้งานได้จริงในทุกวัน ด้วยทั้งระยะวิ่ง 582 กม. และความแรงแบบเหลือ ๆ ถ้าขับแบบไม่ซิ่งมาก เพราะถึงจะแรงจริง แต่ช่วงล่างอาจไม่ได้รองรับความเร็วสูงได้มากนัก

การใช้งานภายใน ต้องใช้เวลาเล่นและค้นหากับมันเล็กน้อยว่าเขามีอะไรมาให้เพราะการเปลี่ยนจากรถที่มีปุ่มในจุดต่าง ๆ มารวมไว้จุดเดียวจะทำให้คุณไม่ชินได้ รวมถึงการตั้งค่าต่าง ๆ ภายในรถยนต์ด้วย

แรงจริง แต่ต้องรับให้ได้นะ

สิ่งที่เราอยากเตือนทุกท่านคือ เราเข้าใจดีว่าคนไทยเป็นคนที่ชอบขับรถเร็ว ชอบความแรง ซึ่ง Model Y Performance มีมาให้อยู่แล้วอย่างที่เรากล่าว แต่ด้วยความแรงระดับ 534 แรงม้าที่กดแล้วมาตลอดไม่เหมือนรถบ้านหรือรถเทอร์โบ

คือคุณต้งมีความระมัดระวังอย่างมากในารขับขี่ เพราะรถบ้านทั่ว ๆ ไปที่เราขับกัน ก็มักจะไม่เกิน 200 แรงม้าอยู่แล้ว การขับรถที่มีความแรงขนาดนี้ หากคุณอยากทำความเร็ว หรือขับปาดไปมา คุณก็ต้องมั่นใจว่าฝีมือคุณถึงพอในการรับรถแบบนี้

แล้วยิ่งด้วยราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านแล้วได้ความแรงมาแบบนี้ ใครล่ะจะไม่อยากได้

อยากได้รอ 6 เดือนนะ

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของ Tesla Model Y หรือ Tesla Model 3 แต่จองรอบแรกไม่ทัน ก็สามารถจองผ่านเว็บไซต์ได้แล้ววันนี้ แต่เขาบอกเราว่าถ้าสั่งตอนนี้ ต้องรอ 6 เดือนเลยนะกว่าจะได้ใช้ ถึงตอนนี้จะสามารถส่งมอบได้วันละ 100 คันก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...