โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เอกนัฏ” สั่งเร่งเช็กคุณภาพอากาศรอบพื้นที่โกดังย่านลาดกระบังไฟไหม้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 07.09 น.

“เอกนัฏ” สั่งเร่งเช็กคุณภาพอากาศรอบพื้นที่โกดังย่านลาดกระบังไฟไหม้ ก่อนตรวจลักลอบทำธุรกิจผิดประเภทหรือไม่ เผย ประสาน ผู้ว่าฯ กทม. สแกนทั่วกรุง พบเอกชนปล่อยมลภาวะพิษ ต้องสั่งปิด

วันที่ 13 พ.ค. 2568 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้โกดังเฟอร์นิเจอร์ ย่านลาดกระบัง ว่า ขณะนี้มีการนำรถโมบายของนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าไปตรวจสอบอากาศในพื้นที่ภาพรวมและตรวจสารเคมีรั่วไหล โดยจะรายงานให้ทางกรุงเทพมหานครและประชาชนทราบ รวมถึงตอนนี้กรมโรงงานเข้าไปประจำในพื้นที่ ยืนยันว่าจุดที่เกิดเหตุไม่ใช่โรงงาน แต่เป็นการขออนุญาตจดทะเบียนเป็นโกดังเพื่อใช้เก็บวัตถุดิบและสินค้าให้แก่โรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นอีกบริษัทแต่เจ้าของเดียวกัน ที่ผลิตเครื่องมือเครื่องใช้จากพลาสติก ทั้งนี้ หากเพลิงไม่สงบกระทรวงอุตสาหกรรมจะเข้าไปตรวจสอบสาเหตุการเกิดไหม้ว่าเกิดจากการดำเนินกิจการหรือลักลอบประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ ถือว่าไม่ควร เนื่องจากมีการขออนุญาตเพียงใช้เก็บของเท่านั้น

นายเอกนัฏ กล่าวว่า หากมีการไปประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ที่ไม่ได้ขออนุญาต จะมีความผิดโทษจำคุก 2 ปี แต่ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงแม้เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่สภาพอากาศไม่ดี พบสาร COC หรือสารก่อมะเร็งในอากาศ จึงต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ออก เนื่องจากสารเหล่านี้เมื่ออยู่ในอากาศสามารถเดินทางได้ 700 เมตร จึงแนะนำ กทม. ไม่ควรให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนการที่ฝนตกจะช่วยบรรเทาสภาพอากาศได้หรือไม่นั้น ก็ช่วยได้บ้าง แต่ปัญหาจากการสันนิษฐานต้นเหตุเพลิงเกิดจากเม็ดพลาสติก เมื่อไฟไหม้ แม้จะมีการฉีดน้ำและเกิดฝนตก แต่ภายในกองเม็ดพลาสติกยังมีความร้อนระอุอยู่ จึงต้องฉีดโฟมเพื่อให้ไอเย็นเข้าไปในกองเม็ดพลาสติก พร้อมต้องเฝ้าระวังอยู่

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และเมื่อเช้าที่ผ่านมาได้รายงานเลขาธิการนายกฯ เนื่องจากเห็นได้ว่าพื้นที่โดยรอบ กทม. มีการลักลอบประกอบกิจการโรงงาน โดยเลี่ยงจดทะเบียนเป็นโกดัง และรายงานนายกรัฐมนตรี ว่าจะต้องมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้มีการลักลอบประกอบกิจการและอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายกระทรวงมหาดไทยและอุตสาหกรรม โดยจะต้องบูรณาการกันทุกภาคส่วนและเข้าตรวจตราอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ตนได้คุยกับผู้ว่าฯ กทม. ว่าตนไม่ได้เห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องการประกอบกิจการเท่านั้น แต่เห็นถึงมลภาวะ นอกจากประกอบกิจการที่ไม่ปลอดภัยแล้วจะส่งผลต่อเรื่องมลภาวะ ทั้งการปล่อยน้ำเสียและควันพิษ หากที่ไหนลักลอบดำเนินกิจการต้องสั่งปิดและดำเนินคดี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...