โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ล้วงลึกแผนเนรมิต ‘ท่าเรือคลองเตย’ แลนด์มาร์กขนส่ง-แหล่งท่องเที่ยว...มากกว่าแค่ ‘กาสิโน’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 05.55 น.

กระแสของนโยบาย “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” หรือธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เป็นที่ถูกนำมาเป็นประเด็นถกกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบแนวทางการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมไปถึงทำเลที่จะนำมาพัฒนา

โดยทำเลที่ทุกฝ่ายต่างจับตามองคือ พื้นที่ ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) คาดว่าจะเป็นพื้นที่สานต่อนโยบาย ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของการพัฒนา ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) นั้น ไม่ได้มีแค่การนำมาเป็นคอมเพล็กซ์สำหรับความบันเทิง แต่ท่าเรือแห่งนี้เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์สำคัญของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่มุ่งส่งเสริมให้ท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สมัยใหม่รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในอนาคต

⦁ทำเลทองที่รัฐบาล 3 ยุค ต้องการปรับเปลี่ยน

ท่าเรือคลองเตย หรือท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2480 บนพื้นที่เดิมของเมืองพระประแดงเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเปิดดำเนินการในปี พ.ศ.2494 เป็นท่าเรือหลักแห่งแรกของประเทศไทยที่รองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานคร ในบริเวณถนนอาจณรงค์ เขตคลองเตย

จนเมื่อเวลาผ่านไปในปี 2562 ย่านถนนพระราม 4-คลองเตย ก็เริ่มมีความเจริญเกิดขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นทำเลทองย่านธุรกิจใหม่ของเหล่าเอกชนรายยักษ์ และเริ่มมีการเข้ามาลงทุนเชิงพาณิชย์มากขึ้น แต่ในส่วนย่านชุมชนคลองเตย และท่าเรือ กลับยังคงประสบปัญหา ความแออัด นับตั้งแต่ปี 2510 รวมถึงมีการใช้ที่ดินของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ดังนั้น ในปี 2562 รัฐบาลในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี จึงเริ่มมีแนวคิด ดำเนินโครงการพัฒนาและบริหารพื้นที่ตามผังแม่บทท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเริ่มจากโครงการสมาร์ท คอมมูนิตี้ ยกระดับชุมชนคลองเตยไปพร้อมกับพัฒนาระบบเป็นท่าเรืออัตโนมัติ ดันไทยเป็นศูนย์กลางทางการค้าและเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก โดยนำที่ดินของการท่าเรือฯ 2,353 ไร่ มาเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์เพิ่มรายได้ให้กับองค์กรในระยะยาว ระยะเวลา 30 ปี

พอมาถึงยุครัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และยุคของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทางกระทรวงคมนาคม โดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้ามาสานต่อโครงการนี้ให้บรรลุตามเป้าหมายให้สำเร็จตามกรอบแผนให้ได้ โดยปรับแผนนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้และศึกษาปรับแผนรูปแบบใหม่ให้ล้ำสมัยและสอดคล้องกับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

โดยมนพรระบุ กระทรวงคมนาคมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 เข้าสู่การพิจารณาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น

ล่าสุด สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทางกระทรวงคาดว่าจะสามารถมีผลบังคับใช้ได้ ภายในปี 2568

ทั้งนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้ดำเนินการทบทวนมาสเตอร์แพลนที่ศึกษามากว่า 10 ปี นำมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยย้ำเสมอว่า กทท.จะไม่มีการย้ายท่าเรือคลองเตยออกไป แต่จะมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขนส่งสินค้าให้ใช้พื้นที่ลดลง แต่มีประสิทธิภาพ

และต้องแก้ปัญหาการจราจรติดขัด รวมไปถึงฝุ่นละออง PM2.5 โดยจะมีการนำพื้นที่ 2,353 ไร่ มาพัฒนาใช้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยเบื้องต้นจะมีแนวคิดการพัฒนา 4 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย

1.การพัฒนาท่าเรือให้เป็นเมืองท่าและศูนย์กระจายสินค้า ประกอบด้วย โครงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าอาคารสำนักงาน และพื้นที่สนับสนุนท่าเรือกรุงเทพ (Bangkok Logistics Park)

2.การพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่หลังท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน การต่อยอดโครงการพัฒนาทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) เพื่อเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพกับทางพิเศษ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ลดปัญหาจราจรติดขัดรอบพื้นที่ท่าเรือ

3.การพัฒนาระบบการให้บริการโลจิสติกส์ เพื่อลดปัญหาการจราจร โดยพัฒนาพื้นที่จุดพักรถบรรทุก (Truck Parking) ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการจราจร (Truck Q)

4.การพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว การบริหารจัดการและพัฒนาท่าเรือท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาโครงการท่าเรือกรุงเทพ (Bangkok Port Passenger Cruise Terminal) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและการท่องเที่ยวทางน้ำ

⦁เคาะพัฒนาปรับโฉม 520 ไร่แรก

ความคืบหน้าล่าสุด กระทรวงคมนาคมได้จัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาที่ประชุมมีมติให้เริ่มพิจารณาแนวทางการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ โดยเริ่มทบทวนผลการศึกษาแผนพัฒนาท่าเรือคลองเตยฉบับปี 2562 ซึ่งจะเริ่มนำร่องในพื้นที่หน้าท่าและพื้นที่ริมน้ำจำนวน 520 ไร่ ที่อยู่บริเวณหน้าท่าเรือ

โดยกรอบการศึกษาหลักๆ จะเป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่หน้าท่าที่เกิดประโยชน์สูงสุด ในเชิงพาณิชย์ ต้องมีแผนธุรกิจ หรือ Business Model พื้นที่ 520 ไร่ เป็นโซนติดริมแม่น้ำ ถือเป็นพื้นที่มีศักยภาพที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นได้ทั้งท่าเรือท่องเที่ยว Cruise Terminal (ท่าเรือเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่) โครงการมิกซ์ยูส ศูนย์การค้า หรือช้อปปิ้งมอลล์ รวมไปถึงสนามกีฬา โรงแรม รวมถึงพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งหลักการพัฒนากิจกรรมควรมีความเชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ แต่เดิมพื้นที่นั้นใช้สำหรับดำเนินกิจการการขนถ่ายตู้สินค้า ขนถ่ายสินค้าเทกอง และวางตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้เต็มทุกพื้นที่ แต่ใช้งานได้ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น เบื้องต้นจะพัฒนาพื้นที่ในการจัดเรียงตู้คอนเทนเนอร์ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และพัฒนาเป็นสมาร์ทพอร์ต รวมถึงเพิ่มโครงการมิกซ์ยูสต่างๆ ให้มีประโยชน์มากสุดต่อประเทศและประชาชน

สำหรับพื้นที่ 520 ไร่ จะเป็นพื้นที่ส่วนแรกที่จะเริ่มต้นศึกษารายละเอียดและรูปแบบการร่วมลงทุน โดย กทท.จะไม่ได้เป็นผู้ลงทุนเอง จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐ (พีพีพี) แต่ในส่วนพื้นที่ที่เหลืออีกประมาณ 1,833 ไร่ จาก 2,353 ไร่นั้น ยังคงอยู่ในแผนการพัฒนาเช่นกัน แต่จะเริ่มไปทีละระยะ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ประชาชนได้ทราบโดยทันที

โดยเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ระบุ การศึกษาแผนพัฒนาท่าเรือคลองเตยในครั้งนี้จะมุ่งเน้นการทบทวนจากผลการศึกษาเดิมในเรื่องการพัฒนาท่าเรือ 520 ไร่ ให้มีประสิทธิภาพ เช่น การพัฒนาอาคารสำนักงาน โครงการคมนาคม และศูนย์โลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดรายได้ในระยะยาว และสร้างความเจริญให้กับกรุงเทพฯ

พื้นที่หน้าท่าประมาณ 520 ไร่ เป็นการจัดแนวพื้นที่ใหม่เน้นบริเวณหน้าท่าเรือ ยืนยันว่าจะไม่กระทบชุมชน โดยมีคอนเซ็ปต์พัฒนาเป็น Smart Commercial และเน้นการจัดระเบียบพื้นที่ ทั้งนี้ สำหรับกรอบการดำเนินงานเพื่อศึกษา Smart Commercial 520 ไร่ หลังการประชุมครั้งที่ 1/2568

ทาง กทท.จะเริ่มกระบวนการจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา (TOR) เพื่อจ้างที่ปรึกษาทันทีโดยคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาแล้วเสร็จเพื่อเสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงไตรมาส 1 2569 โดยการศึกษาจะควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจ การมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่โดยรอบด้วย จากนั้นหลังศึกษาเสร็จ ก็จะเห็นภาพว่าในพื้นที่ 520 ไร่ จะประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง

ทั้งนี้ องค์ประกอบเบื้องต้นจะเป็นในรูปแบบมิกซ์ยูส มีท่าเทียบเรือสำราญ รับเรือครุยส์ และเรือยอชต์ โรงแรม ศูนย์การค้า และการบริหารจัดการพื้นที่หลังท่าตามเดิม แต่จะเปลี่ยนจากคลังสินค้าแนวราบที่วางตู้คอนเทนเนอร์เรียงรายเป็นอาคารแนวดิ่งที่จะช่วยลดการใช้พื้นที่ลงได้ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

⦁แผนพัฒนาคอมเพล็กซ์มากกว่าคำว่า ‘กาสิโน’

ประเด็นการสร้างสถานบันเทิงครบวงจร ทางฝั่งกระทรวงคมนาคมชี้แจงว่า ในส่วนของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่จะเกิดในพื้นที่นั้น ต้องรอให้กฎหมาย หรือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …ผ่านก่อน จึงจะสามารถดำเนินการแผนต่อไปได้

โจทย์การศึกษาพัฒนาพื้นที่ท่าเรือนั้น ควรมีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็นองค์ประกอบ โดยจะเน้นการพัฒนาพื้นที่ เป็นในส่วนของโครงการมิกซ์ยูส การสร้างสนามกีฬา การสร้างโรงละคร จุดจัดงานขายสินค้า หรือโรงแรม สนามกีฬาสวนสนุก ส่วนเรื่องการพัฒนาเป็นศูนย์เพื่อความบันเทิงครบวงจร ตามกรอบจะมีกาสิโนในสัดส่วน 10% เท่านั้น และจะให้เอกชนลงทุนทั้งหมด

ขณะที่ กทท.ระบุ มีแผนการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพแต่เดิมอยู่แล้ว ที่เรียกว่า ท่าเรืออัจฉริยะ แต่พอเมื่อมีนโยบาย “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ของรัฐบาลเข้ามา ตรงนี้อาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าจะเน้นปรับพื้นที่สำหรับพื้นที่บันเทิงครบวงจร ซึ่งจริงๆ แล้ว มีรายละเอียดมากกว่านั้น และตรงนี้ก็ต้องรอผลกฎหมายเช่นกันก่อนที่ กทท.จะเริ่มดำเนินการตามแผน หรือต้องปรับ

⦁หวังท่าเรือคลองเตยฟื้นท่องเที่ยว

นอกจากนี้ รูปแบบการศึกษาแผนออกแบบนั้น ก็จะมีการวางแผนจัดโซนรับการท่องเที่ยวเช่นกัน โดยจะมีการปรับความยาวหน้าท่าให้เหมาะสมกับสภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความกว้างเฉลี่ยประมาณ 400-500 เมตรเพื่อความปลอดภัยของการจราจรทางน้ำ โดยเมื่อสร้างเสร็จจะสามารถรองรับเรือนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ อาทิ เรือยอชต์ หรือเรือสำราญ และคาดว่าเมื่อสร้างเสร็จตามแผนพร้อมเปิด จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1,000 คนต่อเที่ยวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯผ่านทางน้ำ ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ

โดย กทท.ยังมีแนวคิดพัฒนาโครงการให้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทั้งด้านธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยว และวิจัยพัฒนา คล้ายโมเดลที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้ เช่น การรวมโซนศูนย์การค้า สำนักงาน และโซนปลอดภาษีไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการไปศึกษาดูงานที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่า มีไอเดียหลายอย่างที่ประเทศไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้

แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบด้วย ซึ่ง กทท.ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเตรียมพื้นที่รองรับการย้ายอย่างเหมาะสม โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

ฟากเอกชน ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาโดยองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) ระบุ เห็นด้วยพร้อมสนับสนุนแนวคิดพัฒนาท่าเรือคลองเตยให้เป็นโครงการมิกซ์ยูสและศูนย์พาณิชยกรรมขนาดใหญ่ในอนาคต โดยเริ่มจากนำร่อง 520 ไร่ก่อนซึ่งจริงๆ เป็นโครงการที่มีแนวคิดมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยุค พล.อ.ประยุทธ์ จนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ถือเป็นทำเลศักยภาพอยู่กลางเมือง ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค รวมถึงรองรับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เช่น ท่าเรือสำราญ เป็นต้น รวมถึงเป็นการช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษในพื้นที่เขตเมืองได้

โดยท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ดังนั้นจึงเหมาะสมที่จะพัฒนาพื้นที่ที่เหลือไปในเชิงพาณิชย์ หรือเป็นพื้นที่ท่าเรือสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว ส่วนจะเห็นด้วยเรื่องของความเหมาะสมที่จะต้องมีกาสิโนหรือไม่นั้น มองว่าอย่าไปจำกัดนิยามแค่คำว่า “กาสิโน” ต้องเรียกว่าเป็น“อินเตอร์เนชั่นแนล คอมเพล็กซ์” ส่วนตัวไม่ได้คัดค้านหากในแผนคอมเพล็กซ์จะมีการสร้างกาสิโนเป็นส่วนเล็กๆ แต่จริงๆ พอมีการนำ “กาสิโน” ขึ้นมานำเสนอเป็นประเด็นหลักในการถกเถียงหารือ จึงทำให้ดูเหมือนว่ากาสิโนเป็นส่วนหลักของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่

อย่างไรก็ตามหากแผนการพัฒนาที่ดิน “ท่าเรือคลองเตย” จะไม่มีกาสิโน หรือศูนย์เพื่อความบันเทิงครบวงจร ก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้วในการพัฒนาเคลียร์พื้นที่ท่าเรือดังกล่าว เพราะท่าเรือคลองเตยเป็นหน้าตาหลักของเศรษฐกิจไทย ซึ่งปัจจุบันที่ดินแถวนั้นค่อนข้างแออัดมาก มีทั้งตู้ขนสินค้าที่อัดแน่น มีรถบรรทุกเข้าออกเรียงกันในปริมาณที่มากเกินไป

ดังนั้นเชื่อว่า ถ้ามีการปรับเปลี่ยนสำเร็จตามแผนที่รัฐบาลได้กล่าวไว้ ภาพลักษณ์ท่าเรือคลองเตยจะเป็นระบบระเบียบ และดูสะอาดสบายตามากยิ่งขึ้น และมั่นใจว่าก็จะมีส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น

เพราะ “ท่าเรือคลองเตย” ก็จะกลายมาเป็นแลนด์มาร์กขนส่งชั้นนำและแหล่งการท่องเที่ยวยอดนิยมแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ล้วงลึกแผนเนรมิต ‘ท่าเรือคลองเตย’ แลนด์มาร์กขนส่ง-แหล่งท่องเที่ยว…มากกว่าแค่ ‘กาสิโน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...