โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่านกัมพูชาทางภาคตะวันออกเข้ม ห้ามรถขนผัก-ผลไม้เข้าประเทศ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.12 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

จันทรบุรี 18 มิ.ย. – สถานการณ์ชายแดน หลังกัมพูชาห้ามนำเข้าผักและผลไม้จากไทย วันนี้ (18 มิ.ย.) หลายด่านชายแดนทางภาคตะวันออก ทั้งจันทบุรี และตราด เส้นทางหลักขนส่งสินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ จากไทยเข้ากัมพูชา ยังเปิดปกติ มีเพียงรถบรรทุกสินค้าประเภทอื่นที่ไม่ใช่ผัก ผลไม้ มารอข้ามแดนไปกัมพูชา

บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ตรงข้ามกับบ้านโอคอม ต.สตึงไกร อ.ศาลากราว จ.ไพลิน ประเทศกัมพูชา ด่านแห่งนี้ถือเป็นด่านที่ 2 รองจากบ้านแหลม เป็นเส้นทางหลักในการใช้ส่งออกสินค้าด้านการเกษตร ผัก ผลไม้ จากไทยไปกัมพูชา

ล่าสุดพบว่าฝั่งไทยยังเปิดประตูด่านตามปกติ เมื่อเวลา 08.00 น. และฝั่งกัมพูชา เปิดในเวลา 09.00 น. บรรยากาศการค้าขาย ณ จุดผ่านแดนผักกาด ยังดำเนินไปได้ในกรอบเวลาของมาตรการเปิด-ปิดใหม่ที่ฝั่งไทยกำหนดไว้ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น. มีรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียนกัมพูชา สามารถสัญจรข้ามฝั่งได้ตามปกติ ส่วนใหญ่ระบุว่าเข้ามารับสินค้าอุปโภคบริโภคกลับไปกัมพูชา และฝั่งกัมพูชายังคงคุมเข้ม ห้ามนำสินค้าผักและผลไม้ ตามมาตรการที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

ขณะที่การเข้า-ออกของแรงงานที่ทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษและกาสิโน ยังมีการเดินทางต่อเนื่อง แม้จะลดลงจากปกติ ซึ่งเป็นผลจากมาตรการจำกัดนักท่องเที่ยวเข้ากาสิโนในกัมพูชา แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังคงคัดกรอง ควบคุมการเข้า-ออกอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางข้ามแดนเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีรถบรรทุกไทยจำนวนหนึ่งที่ตกค้างจากหลายวันแล้วในฝั่งกัมพูชา ไม่สามารถกลับฝั่งไทยได้ทันตามเวลาปิดด่าน จึงเลือกจอดพักค้างคืนในฝั่งกัมพูชา นายประเสริฐ พนักงานขับรถเทรลเลอร์บรรทุกสินค้า เปิดเผยว่า ได้นำรถเข้าไปรับหินอ่อนจากฝั่งกัมพูชา แม้สถานการณ์ในภาพรวมจะมีความตึงเครียด จากข้อพิพาทเรื่องเวลาการเปิด-ปิดด่าน แต่เชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือเลวร้าย แต่ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องเวลาปิดด่านช่วง 16.00 น. ที่อาจทำให้เดินทางกลับไม่ทัน

ด่านหาดเล็กเปิดปกติ ไม่มีรถบรรทุกผัก-ผลไม้มาขอข้ามแดน
ส่วนบรรยากาศจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เมื่อเวลา 08.00 น. มีการเปิดด่านให้คนและรถผ่านตามปกติ แต่ไม่มีรถบรรทุกพืชผักผลไม้มาติดต่อของผ่านด่านเหมือนวานนี้ ตามมาตการที่กัมพูชาประกาศห้ามนำเข้าผักผลไม้จากไทย คงมีแต่รถบรรทุกอาหารทะเล อาหารสด และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ขนส่งสินค้าทั่วไป จอดรอคิวผ่านด่านเข้าไปยังฝั่ง ตม.บ้านจามเยี่ยม จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ที่จะเปิดด่านในเวลา 09.00 น. เป็นจำนวนมาก

ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 เข้มงวดตรวจเอกสารชาวกัมพูชา และยังพบชาวกัมพูชามีการ ขนบุหรี่เถื่อนผ่านด่านมาคนละหลายแท่ง จึงยึดบุหรี่ไว้ส่งสรรพสามิต และปล่อยตัวคนขนบุหรี่ไป

ทั้งนี้ ชาวกัมพูชาให้ข้อมูลว่าตอนนี้ฝั่งกัมพูชาห้ามขนพืชผักผลไม้จากไทยเข้ากัมพูชา ทำให้ชาวกัมพูชาเดือดร้อน ไม่มีผักทำอาหาร ตามปกติทุกวันพุธ ที่ ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ มีตลาดนัดวันพุธ จะมีชาวกัมพูชาข้ามมาเลือกซื้อ อาหาร ผักผลไม้จำนวนมาก แต่ก็ไม่แน่ใจว่า หากมีการซื้อผักผลไม้กลับไปจะถูกทหารกัมพูชาตรวจยึดไว้หรือไม่

“พิชัย” มาตรการกัมพูชา ห้ามนำเข้าผัก-ผลไม้ ยังไม่กระทบไทย
ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำหรับการส่งออกผักผลไม้ไปยังกัมพูชา หลังมีปัญหาเรื่องข้อพิพาทดินแดนและการปิดด่านว่า ขณะนี้ยังไม่กระทบมาก เพราะยังกระจายผลไม้ไปยังห้างโมเดิร์นเทรดได้ ล่าสุดมีการรับซื้อมังคุดไปแล้ว 6 แสนกิโลกรัม ส่วนเรื่องผักสดที่มีปัญหาการส่งออกจากไทยไปกัมพูชา โดยเฉพาะจากตลาดไทไปยังชายแดนกัมพูชา จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป และมีข้อมูลจาก อธิบดีกรมการค้าภายใน เผยเพิ่มเติมว่าชาวกัมพูชานิยมบริโภคผลไม้สุก ดังนั้น จึงไม่กระทบกับการส่งออกของไทย ส่วนเส้นทางส่งสินค้าไปเวียดนาม ยังมีอีกหลายเส้นทางที่ไม่ต้องผ่านกัมพูชา หากไม่สามารถผ่านกัมพูชาได้ก็ยังมีทางเลือกอีกหลายเส้นทางเพื่อส่งออกไปยังเวียดนาม.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...