โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หนี้ข้ามรุ่น’ ของเกษตรกรไทย จะต้องส่งต่อกันไปนานแค่ไหน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2566 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2566 เวลา 05.00 น.

คอลัมน์ : ระดมสมอง ผู้เขียน : โสมรัศมิ์ จันทรัตน์, ลัทธพร รัตนวรารักษ์ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์

เกษตรกรไทยมีหนี้สินกันเป็นวงกว้าง มีหนี้เฉลี่ยมากถึงกว่า 450,000 บาทต่อครัวเรือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเปรียบเทียบปริมาณหนี้กับรายได้และสินทรัพย์ พบว่า กว่า 57% ของครัวเรือนมีหนี้สินสูงเกินศักยภาพในการชำระ คำถามสำคัญคือ จะเกิดอะไรขึ้นหากเรายังคงไม่มีแนวทางแก้ไขที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ ?

ชำระหนี้ได้ (บ้าง) ไม่ได้หมายถึงไม่มีปัญหาหนี้

การศึกษานี้ใช้ข้อมูลสินเชื่อรายสัญญาจากเครดิตบูโรกว่า 5 ปีของเกษตรกรกว่า 3.5 ล้านคนทั่วประเทศที่มีสินเชื่อที่เป็น term loan ซึ่งมีข้อมูลมากพอที่จะเข้าใจพฤติกรรมการชำระหนี้ได้ (คิดเป็น 87% ของเกษตรกรที่กู้ในระบบทั้งหมด)

ตาางหนี้เกษตรกร

โดยจากพฤติกรรมการชำระหนี้ตลอด 5 ปีของกลุ่มนี้แสดงให้เห็นว่า มี 28% ที่สามารถจ่ายตัดต้นได้บ้าง แต่กว่า 56% กำลังพยุงปัญหาหนี้โดยการชำระหนี้คืนเพียงเล็กน้อยตลอดมา และ 16% ไม่สามารถชำระหนี้ได้เลย* ดังนั้น หากมองให้ลึก ปัญหาหนี้เกษตรกรเป็นหนี้เรื้อรังที่มีแนวโน้มปิดจบได้ยาก (หรือที่ในต่างประเทศเรียกว่า persistent debt)

เกษตรกรเกินครึ่งมีแนวโน้มต้องส่งต่อหนี้ไปสู่รุ่นลูกหลาน หากเรายังคงไม่มีแนวทางแก้ไขที่ดีกว่าที่เป็นอยู่

เมื่อนำ 1) อายุปัจจุบันของเกษตรกร 2) ปริมาณหนี้ในปัจจุบัน และ 3) พฤติกรรมการชำระหนี้เฉลี่ยตลอด 5 ปีของเกษตรกรแต่ละราย มาประมาณการอายุที่เกษตรกรจะสามารถปลดหนี้ได้

ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า เกษตรกรจะยังชำระหนี้ตามพฤติกรรมในอดีต 5 ปีที่ผ่านมา (จากข้อมูลกราฟิก) แสดงสัดส่วนของเกษตรกรตามอายุที่คาดว่าจะปลดหนี้ได้ แบ่งตามกลุ่มอายุปัจจุบัน และแสดงให้เห็นว่า 67% จะไม่สามารถปิดจบหนี้ได้ก่อนเลิกทำงานที่อายุ 70 ปี และ 56% น่าจะไม่สามารถปิดจบหนี้ได้ก่อนอายุ 80 ปี

ผลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า สถานการณ์หนี้และพฤติกรรมการชำระหนี้ของเกษตรกรส่วนใหญ่ในปัจจุบันกำลังมีปัญหา ซึ่งน่าจะมาจากทั้งปัญหา ability to pay เนื่องจากโครงสร้างหนี้ในปัจจุบันเกินศักยภาพในการชำระไปตัดต้นเงินได้ และปัญหาด้านวินัยและแรงจูงใจในการชำระหนี้

ดังนั้น หลักการในการแก้หนี้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ควรจะต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างหนี้ให้ตรงกับศักยภาพ และการสร้างกลไกกระตุ้นการชำระหนี้ เพื่อสร้างวินัยและจูงใจให้เกษตรกรสามารถชำระหนี้ให้ได้ตามวิถีของรายได้ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายมาก และก็ต้องทำควบคู่ไปกับการส่งเสริมศักยภาพ สร้างรายได้ และภูมิคุ้มกันทางการเงินเพื่อเพิ่มความสามารถในการชำระและลดการพึ่งพิงสินเชื่อในอนาคต

การจะแก้หนี้เกษตรกรอย่างยั่งยืนได้ เป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย และคงจะไม่สามารถแก้เสร็จได้ในเร็ววัน แต่เราควรจะต้องเริ่มตอนนี้ ก่อนที่ปัญหาหนี้ และ “หนี้ข้ามรุ่น” ของเกษตรกรไทย จะกลายเป็นวงจรที่จะส่งต่อความยากจนและเหลื่อมล้ำข้ามรุ่นในสังคมไทยต่อไป

หมายเหตุ -* จ่ายตัดต้นได้พิจารณาจากมีประวัติการชำระหนี้คืนเฉลี่ยสูงกว่า 10% ของวงเงิน ซึ่งถือว่าน่าจะครอบคลุมอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายคน; ชำระหนี้คืนเพียงเล็กน้อย หมายถึงมีประวัติการชำระหนี้คืนเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 0.1-10% ของวงเงิน และไม่สามารถชำระหนี้ได้เลย หมายถึงการชำระหนี้เฉลี่ยที่น้อยกว่า 0.1% ของวงเงินหรือยอดหนี้ไม่ลดลงเลย ?

**ผู้กู้ที่เป็นเกษตรกรพิจารณาจากผู้กู้ที่มีสินเชื่อเพื่อการเกษตร; ตัวเลขคิดจากเกษตรกรที่มีหนี้ในระบบทั้งหมด 3.5 ล้านคน ที่มี term loan (87% จากจำนวนเกษตรกรในข้อมูลเครดิตบูโรทั้งหมด 4.04 ล้านคน) โดยเกษตรกรที่ไม่ได้นำมาคำนวณ เป็นกลุ่มที่มีเพียงสินเชื่อบัตรเครดิต O/D หรือสินเชื่อหมุนเวียนที่ยังไม่สามารถเข้าใจพฤติกรรมการจ่ายได้ จากข้อมูล ; ยอดหนี้และพฤติกรรมการชำระคืนหนี้ในอดีตพิจารณาจากบัญชีสินเชื่อ term loan ทุกประเภทกับทุกสถาบันการเงินในเครดิตบูโร ซึ่งรวมสินเชื่อเพื่อการเกษตร สินเชื่อรถ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคล ; อายุที่คาดว่าจะจ่ายหนี้หมดถูกคำนวณจาก 1) อายุปัจจุบัน 2) ปริมาณหนี้ปัจจุบัน และ 3) พฤติกรรมการชำระหนี้ของเกษตรกรคนนั้น ๆ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นสมมุติฐานสำคัญของการคำนวณนี้ คือเกษตรกรจะยังชำระตามพฤติกรรมในอดีต 5 ปีที่ผ่านมา ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...