โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทยสู้กติกาหาร 500

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2565 เวลา 06.39 น.

พรรคเพื่อไทยประณามนายกฯ แทรกแซงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำรัฐสภาอัปยศ ดิ้นแก้เกม กติกาหาร 500 จ่อตั้ง “พรรคครอบครัวเพื่อไทย” เน้นส่งส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนระบบเขตให้เลือก “เพื่อไทย”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 23 ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ให้ใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้ 500 หาร โดย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การคำนวณแบบนี้ถูกนำมาใช้เมื่อการเลือกตั้งปีที่ทำให้เกิด ส.ส.ปัดเศษ มีรัฐบาลผสม 20 กว่าพรรค การทำงานในสภาไม่เป็นไปตามกลไกรัฐธรรมนูญ จนได้ฉายา สภาแจกกล้วย การที่ประชุมรัฐสภาลงมติเปลี่ยนแปลงมติของ กมธ.เสียงข้างมากที่ให้ใช้ 100 หารในการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นร่างของ กกต. และสภารับหลักการมาตั้งแต่วาระแรก แต่ปรากฏว่า เมื่อเข้าสู่วาระ 2 มีกระแสข่าวว่า มีการสั่งการจากทำเนียบรัฐบาลให้ใช้วิธีหาร 500 ทำให้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบบคู่ขนาน ถูกแก้เป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม แบบบัตร 2 ใบ ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เพราะคนมีอำนาจต้องการเอาแบบนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ใช้เป็นหลักประกันว่า 30 เสียงจากพรรคการเมืองกลุ่มหนึ่งจะช่วยโหวตให้ และพรรคการเมืองนี้จะได้ประโยชน์จากการจัดสรรโดยหาร 500 ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเป็นความอัปยศที่สุดในรัฐสภาไทย ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่สั่งยกเลิกทำลายกฎหมายตัวเอง ทำลายระบบรัฐสภาย่างอัปยศ ขอประณามสิ่งที่เกิดขึ้น

นพ.ชลน่านกล่าวว่า การทำให้ตัวเองอยู่รอด โดยหวังเพียงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เป็นปรากฏการณ์ที่มีมาตลอด เหมือนผู้มีอำนาจถูกบีบคออยู่ตลอด เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลต้องการอะไร ถ้าขอแล้วไม่ให้จะถอนตัว คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสภาเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ถือเป็นพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง มีผู้สั่งการ มีพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภารับคำสั่ง หลังจากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน วาระ 3 จะถูกส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา และกกต. โดยพรรคเพื่อไทยจะใช้กลไกผ่าน ป.ป.ช.ตรวจสอบ กรณีฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง และนำเรื่องดังกล่าวไปเป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย และถ้าพบว่า เป็นการครอบงำที่เกิดจากบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้กระทำตามที่ต้องการ และพรรคการเมืองนั้นยินยอมให้ครอบงำ ต้องยื่น กกต.ให้ตรวจสอบ

เมื่อถามว่า หากระบบเลือกตั้งเป็นแบบ 500 หาร พรรคเพื่อไทยจะใช้วิธีแตกแบงค์พันหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า ไม่แตกแบงค์พัน แม้เป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสม พรรคเพื่อไทยไม่ได้กลัว เพราะมีหลายวิธีการ อาจมีอีกกลไกลคือ มีพรรคการเมืองอีกพรรคที่มุ่งรณรงค์เฉพาะบัญชีรายชื่อ แบบไม่สนใจเขต เช่น ตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทยส่งบุคคลที่ต้องการใส่ในระบบบัญชีรายชื่อให้เต็ม วางกลไกรณรงค์หาเสียงเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อย่างเดียว แต่ให้มาเลือกส.ส.เขตพรรคเพื่อไทย ขณะที่พรรคเพื่อไทยจะรณรงค์ให้เลือกเฉพาะส.ส.เขต เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน กลไกนี้อาจได้ผล ที่อีกฝ่ายคิดไม่ถึงเกี่ยวกับการหาร 500 การดำเนินการวิธีนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์และการตอบรับของประชาชน ถ้าประชาชนบอกว่าดี อาจเป็นไปได้ จะนำผลโพลที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 มาร่วมประเมินด้วย รวมถึงประเมินเชิงลึกไปถึงระดับเขตว่า ถ้าตั้งเป้าจะให้ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 15ล้านเสียง แต่ละเขตต้องได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ต่ำกว่า 35,000 เสียง ถ้าทำได้ก็จะน่าสนใจ ภายในพรรคยังไม่ได้คุยถึงกลไกลนี้อย่างเป็นทางการ ตนเล่าให้ฟังแบบเปิดไต๋เผื่อเขาจะกลับตัวทัน ส่วนบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยอาจต้องโอนมาอยู่บัญชีรายชื่อพรรคครอบครัวเพื่อไทย บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยอาจจะเป็นพวกแถวสอง ขณะนี้ส.ส.เพื่อไทยมีแนวคิดสนับสนุนให้ตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทย
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในระบบหาร 500 หากนำผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มาพิจารณา พรรคที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ พรรคก้าวไกล อาจได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเกิน 50 คน ขณะที่พรรคเล็กที่คาดหวังจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อจากระบบหาร500 อาจไม่เป็นไปตามที่นึก เพราะจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อลดจาก 150คน เหลือ 100คน ต้องทอนส.ส.บัญชีรายชื่อลงให้เหลือ 100 คน จึงไม่ใช่ว่าจะได้คะแนน 7 หมื่นเสียงแล้วจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่คะแนนจะขยับสูงขึ้นไปกว่านั้น ส่วนกรณีพรรคก้าวไกลโหวตไม่เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมากในการใช้สูตร 100 หาร เพื่อคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น เข้าใจการโหวตของพรรคก้าวไกลในรอบแรก เพราะพรรคก้าวไกลมีคนเสนอแปรญัตติสูตรหาร 100 ในการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่ออีกรูปแบบหนึ่ง จึงเกิดภาพอีหลักอีเหลื่อว่าจะโหวตไปทางใด แม้ใจจะเอาหาร 100 แต่แตกต่างกันในวิธีคำนวณ พรรคเพื่อไทยก็ลำบากใจแทนพรรคก้าวไกล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...