โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอสพี เฮลท์แคร์ แจงจ่อขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับผู้มีอาการไอ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ย 2565 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2565 เวลา 11.36 น.

เอสพี เฮลท์แคร์ แจงจ่อขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับผู้มีอาการไอ

วันนี้ (26 กันยายน 2565)นายสุทธิพงษ์ เผ้าหอม กรรมการบริหาร บริษัท เอสพี เฮลท์แคร์ 2019 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่าผลิตภัณฑ์อะแด็พโต-แอร์ ได้ยื่นขออนุญาตขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เลข อย. 10-1-19556-5-0145 แต่ยังไม่ได้มีการยื่นข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิผลในการต้านจุลชีพ ลดอักเสบ แก้เจ็บคอ เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงปอดและฟื้นฟูปอดหลังติดเชื้อนั้น ขอชี้แจงว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนรวบรวมข้อมูล พัฒนาตำรับยาสมุนไพรที่เหมาะสม เพื่อดำเนินการขอขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรแทนทะเบียนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดิม ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุญาตการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า บริษัทเป็นกลุ่มเภสัชกรที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาตำรับยาสมุนไพรมานานมากกว่า 10 ปี

“ผลิตภัณฑ์อะแด็พโต-แอร์ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิตจากสมุนไพรไทยจากธรรมชาติ ผ่านการฉายแสงเพื่อฆ่าเชื้อ มีส่วนประกอบหลักจากสมุนไพร ได้แก่ สารสกัดกระชายขาว ผงกระชายขาว ตรีผลา และสารสกัดขมิ้นชัน ในขนาด 850 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ซึ่งผ่านการตรวจวิเคราะห์สารสำคัญในผลิตภัณฑ์จากห้องปฏิบัติการ (แล็บ) กลางแห่งประเทศไทยแล้วว่ามีสาระสำคัญที่ออกฤทธิ์ ดังนี้ Panduratin A, Pinostrobin, Pinocembrin และ Curcumin มีอยู่จริง และมีการตรวจวัดปริมาณโพแทสเซียม เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ตามเอกสารกำกับที่อยู่ด้านข้างกล่องบรรจุภัณฑ์ สำหรับกลุ่มที่ห้ามรับประทานอะแด็พโต-แอร์ คือ เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี คนท้อง คนที่เป็นตับแข็ง หรือตับวาย คนที่เป็นถุงน้ำดีอุดตัน หรือถ้าตัดถุงน้ำดีแล้วสามารถรับประทานได้ และคนที่รับประทานยาวาร์ฟาริน (ถ้ารับประทานแอสไพริน สามารถรับประทานได้แต่ต้องระวัง) ส่วนอาการข้างเคียงที่อาจเกิดได้เมื่อรับประทานอะแด็พโต-แอร์ คือ เรอ ผายลม ถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน สามารถรับประทานหลังอาหารทันทีก็จะลดอาการดังกล่าวได้ แต่ถ้ารับประทานแล้วเกิดผื่นแนะนำให้หยุด แล้วปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินอาการต่อไป” นายสุทธิพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้สนใจใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพ บริษัทจึงได้ตกลงความร่วมมือกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อขึ้นทะเบียน สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจ เช่น อาการไอ ตามมาตรฐานที่ถูกต้อง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาขอขึ้นทะเบียนกับ อย.ประมาณ 1 ปี จึงจะแล้วเสร็จพร้อมจัดจำหน่าย

“ตามหลักแล้ว สมุนไพรถือว่าเป็นศาสตร์การแพทย์แบบผสมผสาน ซึ่งถ้ามีการใช้ควบคู่กับการรักษาหลักของการแพทย์แผนปัจจุบัน ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพแข็งแรง สามารถต่อสู้กับโรคได้ ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้น สมุนไพรยังช่วยลดอันตรายและอาการข้างเคียงจากยาแผนปัจจุบันให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดด้วย สมุนไพรมักออกฤทธิ์ผ่านหลายกลไก แต่ออกฤทธิ์ได้ช้ากว่ายาแผนปัจจุบัน จึงอาจต้องใช้ระยะเวลาให้ร่างกายได้ฟื้นฟูระยะหนึ่ง” นายสุทธิพงษ์กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม การแพทย์แผนปัจจุบันไม่ควรปฏิเสธการใช้สมุนไพร ควรเรียนรู้เพิ่มเติมและทำความเข้าใจการใช้สมุนไพรให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาให้กับผู้ป่วย ซึ่งการใช้สมุนไพรร่วมกับการรักษาแบบแผนปัจจุบันน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยได้ และที่สำคัญคือ ก่อนใช้ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรทุกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...