โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชมคอลเล็กชัน เซรามิกญี่ปุ่นโบราณ กว่า 97 ชิ้น จากแหล่งเตาเผาอาริตะ เก่าแก่ย้อนไปสมัยเอโดะ

Sarakadee Lite

อัพเดต 18 ก.ย 2565 เวลา 01.27 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2565 เวลา 16.06 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

พร้อมเปิดให้เข้าชมแล้วสำหรับนิทรรศการที่หลายคนรอคอยโดยไม่ต้องบินไปชมถึงประเทศญี่ปุ่นกับคอลเล็กชัน เซรามิกญี่ปุ่นโบราณ จำนวน 97 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์เซรามิกแห่งคิวชูโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงาน เซรามิก จากเตาเผาเมืองอาริตะ จังหวัดซากะ แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ของญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ในยุคเอโดะซึ่งมีการติดต่อค้าขายกับไทยมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

นอกจาก เซรามิกญี่ปุ่นโบราณ แล้วนิทรรศการครั้งนี้ยังมีเครื่องปั้นดินเผาของไทยจากหลายแหล่งมาร่วมจัดแสดงด้วยเนื่องในวาระครบรอบ 135 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างสองประเทศใน พ.ศ.2565 โดยนิทรรศการ เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก จะจัดแสดงเป็นเวลา 3 เดือนระหว่างวันที่ 14 กันยายน-14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ

เซรามิกญี่ปุ่นโบราณ ชิ้นไฮไลต์ของนิทรรศการ

“เมื่อ ค.ศ.1990 พิพิธภัณฑ์เซรามิกแห่งคิวชู ได้จัดนิทรรศการ ‘เครื่องปั้นดินเผาของฮิเซน’ (Hizen คือชื่อเดิมของจังหวัดซากะ) และได้รับความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติของไทยให้ยืมศิลปวัตถุไปจัดแสดง และจากการสำรวจและวิจัยร่วมกันพบว่ามีเครื่องถ้วยเซรามิกของจังหวัดซากะจำนวนมากโดยเฉพาะจากเมืองอาริตะถูกส่งมาประเทศไทยตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ในนิทรรศการนี้เราจึงเน้นนำเสนอเซรามิกจากอาริตะตั้งแต่ยุคแรกของการผลิตในปี ค.ศ.1610 ต่อเนื่องไปถึงช่วงที่เริ่มมีการส่งออกไปยังเอเชียและยุโรปในปี ค.ศ.1640 จนกระทั่งถึงเซรามิกในยุคปัจจุบัน” อายาโกะ ยามาโมโตะ (Ayako Yamamoto) ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์เซรามิกแห่งคิวชู กล่าวถึงคีย์หลักของนิทรรศการ

อายาโกะ ยามาโมโตะ (Ayako Yamamoto) ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์เซรามิกแห่งคิวชู

โบราณวัตถุเครื่องปั้นดินเผาอาริตะชิ้นสำคัญที่นำมาจัดแสดง ได้แก่ จานลายครามเขียนภาพบุคคลและศาลาแบบจีน (1610s-1630s) ขวดทรงแปรงตีชาเขียนลายบนเคลือบเป็นลายดอกโบตั๋น (1650s-1660s) กุณฑีเขียนสีบนเคลือบเป็นภาพพระศรีอริยเมตไตรย (1660s-1670s) และเด็กชายจับปลาดุกด้วยน้ำเต้าตกแต่งด้วยการเขียนสีบนเคลือบ (1670s-1700s) นอกจากนี้ในนิทรรศการยังจำลองยูนิตทำงานในขั้นตอนการผลิต เช่น การปั้นดินและขึ้นรูป การวาดลวดลาย และการเผาในเตา

ขวดทรงแปรงตีชาเขียนลายบนเคลือบเป็นลายดอกโบตั๋น

สำหรับโบราณวัตถุของไทยที่นำมาจัดแสดงมีจำนวน 90 รายการ เช่น กระปุกสังคโลกสองหูจากแหล่งเตาศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ 19-21) กุณฑีสังคโลก (พุทธศตวรรษที่ 20-21) จากการขุดค้นที่วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัยและชุดชามเบญจรงค์ (พุทธศตวรรษที่ 24)

“ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 กลุ่มช่างเซรามิกเกาหลีที่อาศัยในเมืองอาริตะค้นพบหินสีขาวที่นำมาใช้ในการทำ เซรามิก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่มีการปั้นเซรามิกและเผาในอุณหภูมิสูง ในช่วงเริ่มต้นเซรามิกของอาริตะเป็นแบบลายครามและเลียนแบบสไตล์ของจีน ต่อมาจึงมีการพัฒนาเป็นการเขียนสีบนเคลือบ และเริ่มมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เซรามิก ของอาริตะเริ่มมีการส่งออกสู่ต่างประเทศในปี ค.ศ.1640 เป็นการส่งออกมายังเอเชียอาคเนย์เป็นพวกเครื่องถ้วยที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มีหลักฐานบันทึกว่ามีเรือสำเภาจีนนำเครื่องถ้วยจากอาริตะไปค้าขายยังประเทศไทยและกัมพูชา” อายาโกะกล่าว

เซรามิกญี่ปุ่นโบราณ

แม้แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาและส่งออกไปทั่วโลกในขณะนั้นมีประเทศจีนเป็นผู้ครองตลาด แต่จุดเปลี่ยนเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1644 เมื่อการส่งออกเครื่องปั้นดินเผาของจีนต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากสงครามในประเทศและเกิดการผลัดเปลี่ยนจากราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์ชิง เครื่องปั้นดินเผาของอาริตะที่ได้รับอิทธิพลจากเทคนิคและรูปแบบของจีนจึงเข้ามาทดแทนตลาดตรงนี้ และสามารถส่งออกไปทั่วโลกโดยเฉพาะผ่านทางเรือของบริษัท Dutch East India Company หรือ Vereenigde Oostindische Compagnie (VOC) ในนิทรรศการจึงได้จัดแสดงจานลายครามขนาดใหญ่เขียนลายนกฟินิกซ์และตรา VOC (1690s-1719s) ในรูปแบบที่นิยมผลิตในนครจิ่งเต๋อเจิ้น มณฑลเจียงซีของจีน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องลายครามที่ใช้ในราชสำนักช่วงราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง และถึงแม้ทางจีนจะเริ่มกลับมาส่งออกเครื่องปั้นดินเผาได้ในปี ค.ศ.1684 เมื่อสถานการณ์ในประเทศเริ่มคลี่คลาย แต่เซรามิกของอาริตะก็ได้แชร์ส่วนแบ่งการตลาดของอุตสาหกรรมเซรามิกโลกไปได้แล้ว

เซรามิก

“เซรามิกของอาริตะสามารถผลิตจำนวนมากได้และออกแบบให้เข้ากับรสนิยมของแต่ละประเทศ เช่น ในแถบเอเชียอาคเนย์จะชอบภาชนะใส่น้ำและเครื่องถ้วยเล็กๆ ที่มีฝาปิดเพื่อไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ทางฝั่งยุโรปจะนิยมของชิ้นใหญ่ เช่น แจกันหรือโถพร้อมฝา เพื่อใช้ประดับในพระราชวังหรือคฤหาสน์” อายาโกะภัณฑารักษ์ที่เดินทางมาควบคุมการติดตั้งชิ้นงานในไทยให้ข้อมูล

เซรามิก

นอกจาก เซรามิกญี่ปุ่นโบราณ แล้ว ในนิทรรศการครั้งนี้ยังมีผลงานเซรามิกอาริตะร่วมสมัยที่น่าสนใจของช่างญี่ปุ่นมาร่วมแสดงถึงพัฒนาการ เช่น แจกันเขียนสีบนเคลือบสีน้ำนม “นิโกะชิเดะ” (Nigoshide) ลายดอกกุหลาบพันปี (ค.ศ.1990) แจกันเขียนลายครามและเขียนสีบนเคลือบพร้อมเทคนิคหมึกล่องหน “สุมิฮะจิกิ” (Sumihajiki) ในปี ค.ศ.2004 และแจกันเคลือบแบบเทนโมกุ (Tenmoku) ตกแต่งลายดอกไฮเดรนเยีย (ค.ศ.2006) อีกทั้งระหว่าง 3 เดือนของนิทรรศการยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับงาน เซรามิกญี่ปุ่นโบราณ และเซรามิกไทยที่น่าสนใจให้ได้เข้าร่วมอีกด้วย

Fact File

  • นิทรรศการ เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก จัดแสดงระหว่างวันที่ 14 กันยายน-14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
  • การบรรยายเกี่ยวกับนิทรรศการโดย ยูกิโอะ ซูซูตะ (Yukio Suzuta) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เซรามิกแห่งคิวชู วันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2565 เวลา 14.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก)
  • วันที่ 14-16 กันยายน พ.ศ. 2565 กิจกรรมจากจังหวัดซากะได้แก่ กิจกรรมลงสีเครื่องปั้นดินเผาอาริตะยากิสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม 20 คนต่อวัน ซึ่งจานที่ลงสีแล้วจะนําไปเผาอบให้สีอยู่ตัวก่อนจะมอบให้ผู้ร่วมกิจกรรมต่อไป และกิจกรรมทําเครื่องประดับจากเศษกระเบื้องที่เกิดจากกระบวนการเผาเครื่องปั้นดินเผาอาริตะยากิสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม 60 คนต่อวัน โดยสามารถเข้าร่วมในแต่ละกิจกรรมคนละ 1 ครั้งเท่านั้น และยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมโบราณของญี่ปุ่น การจัดแสดงและจําหน่ายของดีจังหวัดซากะ
  • กิจกรรมเวิร์กช็อปจากสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้แก่ การขึ้นรูปชิ้นงานจาน 3 ครั้งครั้งละ 4 รอบ ในวันที่ 25 กันยายนและ วันที่ 9 และ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565 และการเขียนสีใต้เคลือบ 3 ครั้งครั้งละ 4 รอบ ในวันที่ 6 และ 20 พฤศจิกายน และ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ผู้ร่วมกิจกรรมรอบละ 30 คน
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ถนนหน้าพระธาตุ กรุงเทพฯ เปิดเวลา 9.00-16.00 น. (ปิดวันจันทร์และวันอังคาร) สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0-2224-1333 และ 0-2224-1402 หรือ Facebook.com/nationalmuseumbangkok

The post ชมคอลเล็กชัน เซรามิกญี่ปุ่นโบราณ กว่า 97 ชิ้น จากแหล่งเตาเผาอาริตะ เก่าแก่ย้อนไปสมัยเอโดะ appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...