โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กัลฟ์ฟันธงวิกฤตพลังงาน 3 ปี บุกลงทุนในลาว-ธุรกิจใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. 2565 เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2565 เวลา 07.38 น.

“กัลฟ์” มองข้ามชอตวิกฤตพลังงานโลกอาจลากยาว 2-3 ปี ลุยขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ “โทรคมนาคม-บล็อกเชน-คริปโต” ส่วนธุรกิจดั้งเดิมต้องปรับเพิ่มพอร์ตพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น รุกทำโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว “ปากแบ่ง-ปากลาย” ครึ่งปีหลัง 10 โครงการใหญ่คืบหน้าโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ท่าเรือแหลมฉบัง และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง

ท่ามกลางกระแสวิกฤตราคาพลังงานโลกที่ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น ในครึ่งปีแรกของปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ยังสามารถสร้างรายได้จากการดำเนินงาน 47,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115% ทั้งยังมีกำไรสุทธิ 5,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.2% จากการรับรู้ผลกำไรในโครงการโรงไฟฟ้า GSPC หน่วยที่ 1-3 ที่ทยอยเปิดเดินเครื่อง ตั้งแต่ปี 2564-มี.ค. 2565

และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในการเข้าไปลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม INTOUCH และการลงทุนโครงการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติผ่านท่อที่กัลฟ์ไปถือหุ้นร่วมกับ บมจ.ปตท. ในโครงการ PTT NGD และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังจากการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าใหม่ เพื่อผลักดันเป้าหมายรายได้เติบโต 80% ในปีนี้ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกด้านหนึ่งคือ แนวคิดในการทำธุรกิจกัลฟ์ที่นำร่องเปลี่ยนผ่านการผลิตไฟฟ้าจาก “ถ่านหิน” มาสู่ “พลังงานก๊าซธรรมชาติ” ราวปี 2564-2547 สอดรับเทรนด์โลกที่มุ่งสู่พลังงานสะอาด ตามเป้าหมายปี 2050 และกำลังรุกเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

วิกฤตโลกยาว 2-3 ปี

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวในระหว่างงาน “Thailand Focus” ที่จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการให้มุมมองเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานโลกที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ (จีโอโพลิติกส์) ปัญหาการขาดแคลนก๊าซจนทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้จะต้องใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2-3 ปี ที่จะสามารถสร้างความสมดุลให้ได้ทั้งดีมานด์และซัพพลาย

ขณะที่กระแสการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เข้ามาเชื่อมโยงกับการทำธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนมากขึ้น ด้วยปัจจัยต่าง ๆ นี้ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก “ปรับแผนด้านพลังงาน” ด้วยวิธีการใช้ กระจายการผลิตสู่พลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ยกตัวอย่าง ฝรั่งเศส มีแผนการผลิตพลังงานจากนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวที่จะลดคาร์บอนเป็นศูนย์ได้ แต่โครงการนี้ก็ถูกต่อต้าน เรื่องนี้ก็ต้องรอดูสถานการณ์ แนวโน้มความต้องการด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีหลายประเทศทั้ง สปป.ลาว-เมียนมา มุ่งสู่การผลิตพลังงานหมุนเวียน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องความเสถียรในการผลิตที่ต้องแก้ไขด้วยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติไปช่วย ในส่วนของไทยก็ต้องขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายการลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2050 ตามแผนที่วางเอาไว้

ขยายไลน์ธุรกิจใหม่-ไฟฟ้าพลังน้ำ

ในส่วนของธุรกิจของกัลฟ์ นายสารัชถ์กล่าวว่า ได้ขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจใหม่ประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมร่วมกับ INTOUCH และการเข้าไปลงทุนในธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลกับ ไบแนนซ์ (บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตให้การซื้อขายและใบอนุญาตอื่น ๆ กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ยังได้ลงทุนใน “กองทุนเวนเจอร์แคปปิตอล” และได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีบล็อกเชนในด้านสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย

เคลื่อนธุรกิจพลังงานนั้น ทางกัลฟ์มุ่งปรับพอร์ตมุ่งสู่การเพิ่มสัดส่วนการผลิต “พลังงานหมุนเวียน (renewable)” มากขึ้น โดยเฉพาะจากก๊าซธรรมชาติ และพลังงานทดแทนประเภทต่าง ๆ โดยมองว่าประเทศไทยควรมีการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำมากขึ้นจากเดิมที่มีพลังงานโซลาร์และพลังงานลมเป็นหลัก

“กัลฟ์ได้ขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว ถือว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ แต่ไม่ใช่ใหญ่ที่สุด เป้าหมายเพื่อส่งขายไฟฟ้ากลับมาให้กับประเทศไทย เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อประเทศในอนาคต เพราะต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำต่ำเพียง 2 บาท ซึ่งจะมาช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของประเทศลงไปได้มาก ทั้งยังมีสัญญาระยะยาว 30ปี” นายสารัชถ์

ทั้งนี้ กัลฟ์ได้แจ้งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯไปก่อนหน้านี้ว่า ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้า (Tariff MOU) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงาน Pak Beng ในวันที่ 25 เมษายน 2565 ระหว่างบริษัทกับ China Datang Overseas Investment Co., Ltd. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

โดยโครงการนี้จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแบบน้ำไหลผ่านตลอดปี (Run of the River) ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง เมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไซ สปป.ลาว มีกำลังการผลิตติดตั้ง 912 เมกะวัตต์ (MW) และมีกำหนดเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) วันที่ 1 ม.ค. 2576 โดย กฟผ.จะเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ ราคาเฉลี่ย 2.7129 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งโครงการนี้นับเป็นโครงการที่ 2 ที่บริษัทได้ไปลงนาม Tariff MOU ต่อจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Pak Lay ที่ได้ลงนามไปเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2565

ชะลอแผนนำเข้าก๊าซ LNG

นายสารัชถ์กล่าวถึงประเด็นการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าของประเทศไทยที่ปรับสูงขึ้นว่า เป็นผลจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีราคาสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก ภาครัฐจึงต้องมุ่งหาเชื้อเพลิงอื่น ๆ มาทดแทน และส่วนหนึ่งได้มีการปรับแนวทางโดยการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันแทนก๊าซธรรมชาติในบางช่วงเวลา เพื่อลดต้นทุนและการยืดอายุโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติในขณะนี้จะยังคงทรงตัวสูง จากการขาดแคลนซัพพลายก๊าซหลังจากเกิดปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ดังนั้นการนำเข้าก๊าซธรรมชาติในช่วงนี้ถือว่าเป็นจังหวะตลาดเป็นของผู้ขาย จึง “ไม่เหมาะสมที่จะซื้อตอนนี้”

“เรื่องราคาก๊าซที่ปรับสูงขึ้นนั้น กัลฟ์ได้ปรับแผนเรื่องการนำเข้าก๊าซ LNG ตามที่เคยได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Shipper) จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก่อนหน้านี้ ปริมาณ 6 ล้านตันต่อปี แต่ด้วยตลาดขณะนี้เป็นตลาดของผู้ขาย จึงไม่เหมาะสมที่จะนำเข้าก็ต้องชะลอไปก่อนเพื่อดูถึงความเหมาะสม” นายสารัชถ์กล่าว

ลุยอีก 10 โปรเจ็กต์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กัลฟ์ได้รายงานถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ประกอบด้วย 1) โครงการ Gulf SRC (ประเทศไทย) ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิต 2,650 MW หน่วยที่ 4 โดยขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้ว 99.9% จะเปิดดำเนินการในเดือนตุลาคม 2565 นี้

2) โครงการ Gulf PD (ประเทศไทย) ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ขนาด 2,650 MW อยู่ระหว่างการก่อสร้างทั้งหมด 4 หน่วย หน่วยที่ 1 คืบหน้าไปแล้ว 90.9% โดยจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือน มี.ค. 2566 จากนั้นจะทยอยเริ่มหน่วยที่ 2 ในวันที่ 1 ต.ค. 2566 หน่วยที่ 3 ในวันที่ 31 มี.ค. 2567 และหน่วยที่ 4 วันที่ 1 ต.ค. 2567

3) โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (ประเทศไทย) ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ มีกำลังการผลิต 1,540 MW แบ่งเป็น 2 หน่วย โดยหน่วยที่ 1 จะเริ่มเปิดดำเนินการ 1 มีนาคม 2567 และหน่วยที่ 2 จะเปิดดำเนินการในเดือน ม.ค. 2568 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า

4) โรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ (ประเทศไทย) ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ มีกำลังการผลิต 600 MW ได้ผ่านการอนุมัติ EIA แล้ว จะเริ่มก่อสร้างในปี 2568 และคาดว่าจะเปิดดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2570

5) โครงการ DIPWP ประเทศโอมาน ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ มีกำลังการผลิต 326 MW ได้เปิดดำเนินการระยะที่ 1 ไปแล้วเมื่อปี 2564 ด้วยกำลังการผลิต 52 MW โดยส่วนที่เหลือก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 96.2% จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปีนี้ ไปจนถึงปี 2566

และ 6) โรงไฟฟ้าพลังงานลม Mekong ประเทศเวียดนาม ขนาด 128 MW คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้

นอกจากนี้ กัลฟ์ ยังมีการร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือในการลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนร่วมกับ GUNKUL เมื่อเดือน พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาโอกาสในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดย Gulf Renewable Energy ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในบริษัท Gulf Gunkul Corporation ในสัดส่วน 50% ในโครงการพลังงานลม 3 บริษัท ที่ จ.นครราชสีมา

รวมกำลังการผลิต 170 MW เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2559 และ 2561 มีสัญญาขายไฟให้กับ กฟผ.เป็นเวลา 25 ปี และให้บริษัท กัลฟ์ 1 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยร่วมทุนกับ SCG Cleanergy ตั้งบริษัท เอสจี โซล่าร์ จำกัด ถือหุ้นสัดส่วน 50% และร่วมทุนกับ CRC TWD ตั้งบริษัท กรีนเจ็น เอ็นเนอร์จี จำกัด ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้จะดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป

พร้อมกันนี้ กัลฟ์ ยังได้มีการเข้าร่วมกับกลุ่มกิจการร่วมค้า (GPC) เข้าลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 4 โครงการ ประกอบด้วย 1) โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3 ซึ่งจะมีการดำเนินการงานขุดลอกและถมทะเล จะใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2564-2567 และงานก่อสร้างท่าเทียบเรือก๊าซและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal) ซึ่งจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2567-2569

2) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ซึ่งจะเป็นท่าเทียบเรือบรรทุกสินค้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 โดยท่าเรือ F1 จะเสร็จปี 2568 และ F2 จะเสร็จปี 2572 และ 3) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M6 และ M81) ซึ่งเป็นการออกแบบ ก่อสร้าง ดำเนินงานและบำรุงรักษาด่านเก็บค่าผ่านทางระบบบริหารจัดการจราจร และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ

ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างไปแล้ว 4-6% คาดว่าจะเสร็จในปี 2567 และในโครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้า 240 MW และระบบผลิตน้ำเย็นแบบรวมศูนย์ 36,000 ตันความเย็น โดยระยะที่ 1 (ไฟฟ้า) เริ่มปี 2565 ระยะที่ 1-4 (ไฟฟ้า-น้ำเย็น) เริ่มปี 2566-2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...