โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'สุริยะ' เร่งผลักดันพัฒนาโครงข่ายถนนร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์-มหาสารคาม เพิ่มศักยภาพการเดินทาง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ก.พ. 2567 เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2567 เวลา 02.30 น.

‘สุริยะ’ เร่งผลักดันพัฒนาโครงข่ายถนนร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์-มหาสารคาม เพิ่มศักยภาพการเดินทางช่วยแก้ปัญหาอุทกภัย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุม พร้อมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชนให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุมพระธาตุนาดูน สำนักงานทางหลวงที่ 8 มหาสารคาม จุดตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำชีทรุดตัว ถนน ทล. 213 (ตู้ยามบ้านดินดำ) อ.เมือง จ.มหาสารคาม หอประชุมที่ว่าการอำเภอศรีสมเด็จ และองค์การบริหารส่วนตำบลนาเมือง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า ได้เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญต่าง ๆ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พร้อมประชุมมอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคมขนส่งให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดในการขนส่งสินค้า การเดินทาง และการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ มุ่งเน้นการดูแลบริการประชาชนด้านการคมนาคมเป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงเส้นทางคมนาคมจากเมืองสู่ชุมชนให้สะดวกปลอดภัย และมีความมั่นใจว่าในวาระรัฐบาลชุดนี้ กระทรวงคมนาคมจะพัฒนาการคมนาคมขนส่งกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวได้มากที่สุด จึงได้เร่งผลักดันการดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโครงการพัฒนาโครงข่ายสำคัญในพื้นที่กลุ่มจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ดังนี้ โครงการก่อสร้างเพิ่มช่องจราจร ทล. 202 สาย อ.สุวรรณภูมิ – ยโสธร ทล. 2083 สาย อ.มหาชนะชัย – อ.คำเขื่อนแก้ว โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำชี โครงการก่อสร้าง ทล. 2040 ตอน มหาสารคาม – วาปีปทุม ทล. 215 ร้อยเอ็ด – อ.ท่าตูม – บ้านหนองเม็ก – บ้านหนองสาหร่าย ทล.213 ตอน มหาสารคาม – หนองขอน สำหรับแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง จ.มหาสารคามเร่งด่วน ได้แก่ โครงการก่อสร้าง ทล. 2040 มหาสารคาม – พยัคฆภูมิพิสัย ตอน อ.วาปีปทุม – อ.พยัคฆภูมิพิสัย ทล. 219 อ.สตึก – อ.พยัคฆภูมิพิสัย ทล. 2322 ตอน โกสุมพิสัย – เชียงยืน และ ทล. 2063 ตอนบรบือ – โคกสี ขยายจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร โครงการทางเลี่ยงเมืองมหาสารคามด้านตะวันออกและทางเลี่ยงเมือง อ.โกสุมพิสัย และโครงการก่อสร้าง ทล. 213 มหาสารคาม – ห้วยปลาหลด ขยายจาก 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่องจราจร

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ในภาพรวมกระทรวงคมนาคมมีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาระบบโครงข่ายถนนให้ครอบคลุมความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ โดย “ถนน” ต้องช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางจากต้นทางถึงปลายทาง ลดต้นทุนการขนส่ง และมีโครงข่ายที่ส่งเสริมต่อภาคการเกษตร การท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และแหล่งอุตสาหกรรม สามารถบูรณาการร่วมกับระบบขนส่งได้ในทุกมิติ เป็นการอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ได้ใช้งานอย่างสมบูรณ์และเข้าถึงได้ และเชื่อว่าความมุ่งมั่นตั้งใจในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมและยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและนโยบาย “คมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน” จะทำให้ประชาชนมีความสุขมากยิ่งขึ้น

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำชีทรุดตัว บริเวณ ทล. 213 (ตู้ยามบ้านดินดำ) เนื่องจากผลกระทบจากอุทกภัย โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ก่อสร้างโครงสร้างป้องกันตลิ่งส่วนล่างด้วยคันหินยาแนว ก่อสร้างกำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 6 เมตร ฐานรากชนิดเข็มต่อตามแบบมาตรฐานกรมทางหลวง พร้อมกับขยายช่องจราจรมีทางเดินเท้าด้านบนและระบบระบายน้ำไปด้วย ที่ผ่านมาในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน 2566 มีท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ของการประปาส่วนภูมิภาคในแนวเขตก่อสร้าง และในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2566 ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ทำให้มีปริมาณน้ำในแม่น้ำชีมีระดับสูงขึ้นกว่าระดับตอกเสาเข็ม จึงไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ แต่ขณะนี้สามารถดำเนินการได้ตามปกติแล้ว จึงได้เร่งดำเนินการและคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน เพิ่มความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างทางหลวง แก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนเส้นนี้ให้ประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัยสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

นางมนพร เจริญศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาบริเวณ ทล. 213 บริเวณตู้ยามตำรวจบ้านดินดำ ตำบลเกิ้ง อ.เมืองมหาสารคาม ที่ได้รับผลกระทบจากลำน้ำชีเอ่อล้น เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา เนื่องจากอยู่ติดตลิ่งริมแม่น้ำชีจนเกิดน้ำกัดเซาะตลิ่งทำให้ถนนทรุด ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงและกรมเจ้าท่าประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งพังแก้ปัญหาอย่างถาวรในระยะยาว คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2568 นอกจากนี้ภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ยังได้เสนอโครงการพัฒนาก่อสร้างสนามบินจังหวัดมหาสารคาม เรียกว่า สนามบินสารสินธุ์ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการท่องเที่ยวเชื่อมกับอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ ยืนยันว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เสนอมายังกระทรวงคมนาคม ได้รับไว้พิจารณาเร่งด่วนตามลำดับความสำคัญทั้งหมด เช่น โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ติดลำน้ำชีที่เชื่อมระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับมหาสารคาม โครงการขุดลอกต่างตอบแทน “ขุดดินแลกน้ำ” ของกรมเจ้าท่า เพื่อจะไม่ให้ลำน้ำชีตื้นเขิน และการกำจัดวัชพืชในช่วงที่มีน้ำหลากที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘สุริยะ’ เร่งผลักดันพัฒนาโครงข่ายถนนร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์-มหาสารคาม เพิ่มศักยภาพการเดินทาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...