โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จัก เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ทายาทตระกูลเผด็จการ สู่ผู้นำฟิลิปปินส์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 พ.ค. 2565 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2565 เวลา 06.48 น.
Photo by Rouelle Umali / POOL / AFP

เปิดประวัติ “เฟอร์ดินานด์ (บองบอง) มาร์กอส จูเนียร์” บุตรชายอดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ว่าที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่

วันที่ 10 พฤษภาคม 2565 บลูมเบิร์กรายงานว่า ฟิลิปปินส์ประกาศผลการเลือกผู้นำประเทศคนใหม่ โดยระบุว่านายเฟอร์ดินานด์ (บองบอง) มาร์กอส จูเนียร์ (Ferdinand “Bongbong” Marcos Jr.) บุตรชายของ “เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส” อดีตผู้นำเผด็จการที่ล่วงลับ ผู้เคยครองอำนาจฟิลิปปินส์มายาวนาน คว้าชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อย่างถล่มทลาย ด้วยคะแนนเสียงเบื้องต้นกว่า 90%

โดยนายมาร์กอส จูเนียร์ ได้รับคะแนนเสียงเกือบ 30 ล้านเสียง จากจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนกว่า 65 ล้านคน มากกว่าคู่แข่งอย่างนาง เลนี โรเบรโด รองประธานาธิบดีในสมัยประธานาธิบดีดูเตอร์เต ถือเป็นสัญญาณการเตรียมกลับมาครองอำนาจทำเนียบมาลากันยังอีกครั้งของตระกูลมาร์กอส หนึ่งในตระกูลการเมืองที่ฉาวโฉ่ที่สุดตระกูลหนึ่งของประเทศ จากอดีตประธานาธิบดีมาร์กอสผู้เป็นบิดา ที่เคยครองอำนาจฟิลิปปินส์มายาวนานถึง 21 ปี ระหว่างปี 2508 ถึง 2529

ใครคือ บองบอง มาร์กอส จูเนียร์

เฟอร์ดินาน (บองบอง) มาร์กอส จูเนียร์ วัย 64 ปี เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอส อดีตผู้นำเผด็จการกับนางอิเมลดา มาร์กอส สตรีหมายเลขหนึ่งผู้อื้อฉาวของฟิลิปปินส์ นายมาร์กอส จูเนียร์ เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเมื่อปี 2560 ว่า “บิดาเขาเป็นผู้ผลักดันให้เขากระโดดลงสู่สนามการเมือง .. เขาเป็นพวกบังคับผม และผลักให้ผมลงการเมือง”

ด้วยความที่เป็นทายาทจากตระกูลการเมืองอันมีชื่อเสียง ส่งผลให้นายมาร์กอส จูเนียร์ ช่วงวัย 20 ปี สามารถคว้าชนะเลือกตั้งเป็นผู้ว่าจังหวัดฮีลากังอีโลโคส ในช่วงที่บิดายังครองอำนาจทางการเมือง

ด้วยความที่บิดาถูกโค่นล้มทางการเมือง ทำให้ชีวิตของมาร์กอส จูเนียร์ ต้องทิ้งตำแหน่งผู้ว่าจังหวัดบ้านเกิด หลบลี้หนีภัยทางการเมืองไปยังรัฐฮาวายของสหรัฐ กระทั่งปี 2531 นายมาร์กอสได้กลับมายังฟิลิปปินส์ ภายหลังการเสียชีวิตของบิดา ก่อนจะกลับมาคว้าชัยชนะเลือกตั้งกลับมาเป็นผู้ว่าจังหวัดบ้านเกิดได้อีกครั้ง และเติบโตในเส้นทางการเมืองเรื่อยมาในฐานะสมาชิกวุฒิสภาตั้งแต่ปี 2553

‘มาร์กอส จูเนียร์’ เคยพ่ายแพ้ในการลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 โดยครั้งนั้น นางเลนี โรเบรโด ซึ่งเป็นคู่ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปัจจุบันสามารถคว้าชัยชนะไปได้

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประวัติการศึกษาของนายมาร์กอส จูเนียร์ เนื่องจากเขาระบุว่า สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม มีข้อวิจารณ์ว่านายมาร์กอส ไม่ได้สำเร็จการศึกษาในระดับ “ปริญญา” โดยต่อมา มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดได้ยืนยันว่า นายมาร์กอสจูเนียรื ไม่ได้จบการศึกษาระดับปริญญา แต่เป็นเพียงประกาศนียบัตรพิเศษในสาขาดังกล่าวเท่านั้น

ด้านชีวิตส่วนตัว มาร์กอสจูเนียร์ สมรสกับ หลุยส์ “ลิซ่า” กาโช อราเนตา มีบุตรรวมกัน 3 คน

ฟิลิปปินส์บนทางแยก “จีน-สหรัฐ”

สิ่งที่น่าจับตาที่สุดของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของเฟอร์ดินาน มาร์กอส จูเนียร์ คือแนวทางด้านการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ โดยที่ผ่านมาฟิลิปปินส์มีประวัติศาสตร์และความร่วมมือด้านความมั่นคงอันใกล้ชิดกับสหรัฐมาโดยตลอด ทว่าภายหลังที่จีนเริ่มแผ่ขยายอิทธิพลทางการค้า รวมถึงอิทธิพลในแถบทะเลจีนใต้ นับว่าเป็นหนึ่งสิ่งที่ฟิลิปปินส์จับตาอย่างใกล้ชิด

แต่อย่างไรก็ตาม ในยุคของประธานาธิบดีดูเตอร์เต มีจุดยืนเอนเอียงจีนเรื่อยมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านการลงทุนและการค้าในฟิลิปปินส์ที่รัฐบาลมะนิลา ลงนามให้จีนเข้ามาลงทุนในประเทศอย่างแพร่หลาย

ช่วงที่มาร์กอส จูเนียร์ หาเสียงหลายฝ่ายมองว่า เขาก็มีแนวโน้มเอนเอียงด้านนโนบายต่างประเทศไปทางจีนมากขึ้นเช่นกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยกล่าวในเวทีฟอรั่มทางออนไลน์ว่า ฟิลิปปินส์ไม่อาจตัดขาด “ความสัมพันธ์พิเศษ” กับสหรัฐได้ และความเป็นพันธมิตรนี้ “สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง” เพื่อช่วยฟิลิปปินส์

ในเวลาเดียวกัน มาร์กอสได้กล่าวว่าเขาวางแผนที่จะเจรจาข้อตกลงกับจีนเพื่อแก้ไขข้อพิพาทเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้ที่มีมายาวนาน ท่าทีของเขาคล้ายกับดูเตอร์เตซึ่งติดพันกับปักกิ่ง ขณะที่ใช้เงินทุนจากจีนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนประเด็นของรัสเซีย มาร์กอส เคยกล่าวว่า เขาจะปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาปฏิเสธที่จะแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการทำสงครามในยูเครน โดยระบุเพียงว่า รัสเซียควร “เคารพเสรีภาพของยูเครน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...