โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หมอรับ วัคซีนมีส่วน ทำเด็ก 12 ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มแล้วตาบอด

Khaosod

อัพเดต 09 พ.ค. 2565 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 06.26 น.
หมอรับ วัคซีนมีส่วน ทำเด็ก 12 ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มแล้วตาบอด

หมอรับ วัคซีนมีส่วน ทำเด็ก 12 ปี ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มแล้วตาบอด ผู้ว่าฯภูเก็ต เรียกประชุมด่วน เตรียมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

กรณีปู่และย่าของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ได้ ร้องเรียน ผู้สื่อข่าวว่าหลานชาย ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม โดยหลังฉีดเข็ม 2 เมื่อวันที่ 25 พ.ย.64 หลานมีอาการไม่สบาย และช็อกหมดสติ จนต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลถลางและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

โดยเข้ารักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ประมาณ 2 สัปดาห์ ภายหลังฟื้นขึ้นมา พบว่าตาทั้งสองข้างมองไม่เห็นแล้ว เชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่ผ่านมายังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานใดๆในพื้นที่ โดยน้องเอ ขณะนี้อยู่ในความดูแลของปู่และย่า เนื่องจากไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ความคืบหน้า วันที่ 9 พ.ค.65 ที่ห้องประชุมชั้น 4 ของศาลากลางจังหวัดภูเก็ต(หลังใหม่) นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอถลางนพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พญ.เหมือนแพร บุญล้อม รักษาการในตำแหน่งนายแพทย์ สสจ.ภูเก็ต

พญ.ณัฐวรรณ เทพณรงค์ หน.กุมารแพทย์และโรคติดเชื้อเด็ก นพ.คงกฤช กาญจนไพศิษฐ์ แพทย์ หู คอ จมูก พญ.ปรารถนา ตุลยกนิษก์ จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมจักษุและตกแต่งและเสริมสร้าง ร่วมแถลงข่าวกรณีสื่อนำข้อมูลเกี่ยวเด็ก 12 ปี ตาบอด และหูหนวก จากการฉีดวัคซีน ไฟเซอร์เข็มที่ 2

นพ.คงกฤช กาญจนไพศิษฐ์ แพทย์ หู คอ จมูก กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เด็ก มีปัญหาเรื่องการสูญเสียการมองเห็น เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่เชื่อว่าอาจจะเริ่มต้นจากไซนัส และลุกลามเข้าไปในตาและบริเวณทางสมองทำให้เกิดภาวะการอักเสบของตาและเส้นประสาทตาและเส้นประสาท ที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อตา และทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น เพราะเกิดจากการอักเสบ

หลักฐานที่สนับสนุนคือไม่ว่าจะเป็นเชื้อจากไซนัสเชื้อจากตาเชื้อจากน้ำไขสันหลังทุกอันขึ้นเชื้อตัวเดียวกัน เพราะฉะนั้นความเห็นทางการแพทย์ก็เลยสนับสนุนการสูญเสียการมองเห็นเกิดจากการอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ถามว่าเชื้อแบคทีเรียตัวนี้เจอบ่อยไหมแปลกไหม เจอได้อาจจะมีงานวิจัยบางอันบอกว่าเป็นได้ 10% ในเด็ก แต่ไม่ได้เป็นเชื้อที่พบบ่อย

ถ้าพบหมอก็จะไม่แปลกใจ เพราะว่าพบได้ แต่ถ้าเป็นเชื้อตัวนี้จะมีความรุนแรงกว่าเชื้อตัวอื่นมีโอกาสที่จะเข้าไปในตา ตาอักเสบเข้าไปทางสมองทำให้เส้นเลือดตาและอวัยวะอักเสบได้มาก กว่าเชื้อแบคทีเรียตัวอื่น เพราะเนื้อที่เยอะกว่า

เชื้อตัวนี้ติดมาจากไหนก็ตอบยาก พอเข้าตาและ บริเวณทางสมอง หน้าที่ของหมอคือ 1.ต้องกำจัดแหล่งติดเชื้อ อันนั้นและกำจัดโดยรีบ ผ่าเปิด ระบายไปพบไซนัส แล้วก็รีบให้ยาฆ่าเชื้อนี่คือเป็นการรักษาการอักเสบ ผ่าแล้วก็ให้กลุ่มยาละลายลิ่มๆเพื่อให้เลือดเกิดการโชว์ได้ดีขึ้นเราก็รักษาไป เต็มที่ แล้วการพยากรณ์โรค

ทั้งนี้เส้นประสาท เวลาอักเสบแล้ว หรือมีปัญหาไปแล้วไม่ได้กลับมา 100% ได้ ทุกคน ต้องใช้คำนี้และ ส่วนใหญ่คนไข้ที่มีปัญหา เรื่องบริเวณนี้อักเสบอาจจะยังมีผลข้างเคียงผลแทรกซ้อน ทำไมคนนี้ถึงขึ้นที่บริเวณนี้ทำไมไม่ขึ้นอย่างอื่นแต่ไม่ใช่จำเป็นทุกคนที่จะติดเชื้อทุกคน

ด้าน พญ.ปรารถนา กล่าวว่า ที่ดูแลเคสนี้ในวันแรกที่ได้รับรายงานคือเด็กไม่รู้สึกตัวแล้วก็มีการชักแล้วก็ได้เข้าไปดูเข้าไปช่วยหายใจพบว่า มี 3 กระบวนจริงแต่ในวันแรกเอกซเรย์ยังไม่พบว่ามีหนองในเบ้าตา มี ลักษณะแค่อักเสบ พบว่ามีไซนัสอักเสบที่โครงข้างหลัง ถัดมาวันรุ่งขึ้นพบว่าอาการของเด็ก ยังมีไข้สูงเอซเรย์ใหม่ พบว่าไซนัสอักเสบไปทั่ว ทางทีมที่พบพาไปล้างไซนัส ล้างหนอง

ถัดมาพบว่าตาขวาของเด็กลืมไม่ขึ้น ในเบ้าตาข้างขวามีลักษณะคล้ายหนองทีมแพทย์จึงปรึกษาทางผู้ปกครอง เนื่องจากว่าคนไข้ยังเป็นเด็ก ทางผู้ปกครองว่ามีความจำเป็นจะต้องนำไปผ่าตัดเพื่อละลายหนองในเบ้าตา เมื่อเข้าไปผ่าตัดตา พบว่าภายในไม่มีหนอง แต่เป็นลักษณะเนื้ออักเสบค่อนข้างเยอะ จึงนำเนื้ออักเสบในเนื้อเบ้าตาส่งตรวจเพาะเชื้อ แล้ววางสายยางป้องกันการเกิดหนองในอนาคต

หลังจากนั้นให้ยาฆ่าเชื้อต่อ ซึ่งยาฆ่าครอบคลุมเชื้อที่เจอข้างไซนัสในสมอง และเชื้อในกระดูกไขสันหลังตั้งแต่แรก โดยบริเวณไซนัสใกล้เคียงเบ้าตาฐานกระโหลก ซึ่งบริเวณนั้นจะมีแอ่งเยื่อตารวมไปถึงเส้นประสาทค่อนข้างเยอะ ในเคสนี้ไม่ได้ติดเชื้อแค่บริเวณเนื้อตาของโพรงจมูกอย่างเดียว ยังติดเชื้อเข้าสมองและเยื่อหุ้มสมอง ด้วย เป็นเหตุให้เด็กเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ทำให้มีปัญหาเรื่องการมองเห็น

พญ.เหมือนแพร กล่าวว่า ทีมที่ดูแลน้องไม่ว่าจะเป็นคุณหมอหลายสาขา ได้ประชุมทีมกันแล้วว่าการที่น้องป่วย น่าจะเป็นผลจากการได้รับวัคซีน ก็เห็นออกมาตรงกันจากคณะกรรมการที่พิจารณา ของเขต 11 ของการที่ เขาจะพิจารณาค่าเยียวยา การที่มีผลจากข้างเคียงจากวัคซีน เราก็ส่งเรื่องไป เขาพิจารณาตอบกลับมาใน 2 อย่าง โดยการที่น้องได้รับวัคซีนกับที่น้องป่วยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกันเท่านั้น เป็นเหตุการณ์ที่บังเอิญเป็นช่วงเวลาที่ใกล้กัน ไม่ใช่เป็นเหตุเป็นผลจากการฉีดวัคซีนแล้วป่วย

ทั้งนี้ในฐานะที่เป็นคนที่ดูวัคซีนภาพรวมอยากจะเรียนเรื่องของความมั่นใจของการได้รับวัคซีนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่น ในการนำวัคซีน ของประชาชนก็อยากจะเรียนแจ้งว่าการที่เราฉีดวัคซีนเราจะมีผลข้างเคียงตามที่ทุกท่านทราบมีเล็กน้อยไม่ว่าเจ็บบริเวณที่ฉีดมีไข้อ่อนเพลียบ้างหรือว่ามีอาการของคลื่นไส้อาเจียนส่วนในของเด็กเองที่เจอเยอะ

ที่น่ากังวลคือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ในส่วนของต่างประเทศ เจอในส่วนของการที่มีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ประมาณ 150 รายต่อ 1 ล้าน คนแต่จากเหตุการณ์ที่ประเทศไทยฉีดเด็กมาแล้ว 3 ล้านคนเจอต่ำกว่าของต่างประเทศ เราเจอประมาณ 10 ราย ทุกรายมีอาการไม่รุนแรงเราก็รักษาหายปกติหมอก็อยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านมารับวัคซีน เนื่องจากว่าลดอัตราการป่วยหนักลดอัตราการเสียชีวิต ได้แบบ 90%

ขณะที่ นพ.วีระศักดิ์ กล่าวว่า เชื้อนี้ทำลายเส้นประสาทเหมือนที่หลายคนพูด ว่า ตา คือ หลอดไฟ เส้นประสาท คือ สายไฟ เหมือนกับสายไฟที่ขาด คือการอักเสบของสายไฟ หรือสายไฟชอร์ต คือทำให้สายไฟมาไม่ถึงดวงตา ทำให้ตามองไม่เห็น ตัวนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียไม่ใช่เกิดจากวัคซีน โดยเรายื่นเรื่องของเด็กคนนี้ไปที่คณะกรรมการวินิจฉัยเรื่องว่ามีผลข้างเคียงจากวัคซีนหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...