โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พันธบัตรตลาดรอง ซื้อง่ายขายคล่อง ปิดโอกาสไม่มีไม่หนีไม่จ่าย ผลตอบแทนสูงสุด 3.75%

Finnomena

อัพเดต 25 ก.ค. 2567 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 08.12 น. • Definit

จากสถานการณ์บริษัทจดทะเบียนในไทยที่เสนอขายหุ้นกู้ในปัจจุบัน ทำให้นักลงทุนหลาย ๆ ท่านมีความกังวลในการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และถ้าเลือกได้ตอนนี้ขอลงทุนตราสารหนี้ตัวที่ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องผิดนัดชำระหนี้ ถามว่ามีไหม? คำตอบคือ “มี” และตอนนี้ถือเป็นจังหวะในรอบสิบปีที่ควรลงทุนด้วย! รายละเอียดเป็นอย่างไรไปดูกัน โดยทางบลป.เดฟินิท มีมุมมองว่า

ถึงเวลาล็อกดอกเบี้ยตราสารหนี้ไทย ก่อนจะเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาลงในสิ้นปีนี้ พร้อมโอกาสขายทำกำไรปีหน้า แนะนำลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว คือ พันธบัตรรัฐบาล LB436A อัตราผลตอบแทน 2.86% และ ESGLB376A อัตราผลตอบแทน 2.45% พร้อมโอกาสขายทำกำไรมากกว่า 5% !! กรุณาติดต่อที่ปรึกษาการลงทุนของท่าน หรือแจ้งความสนใจของท่านมาได้ที่ https://forms.gle/X5jFBJBeAHa9V43d8

ตราสารหนี้ เป็นเครื่องการระดมทุนของผู้ออกแต่ละประเภท ทั้งบริษัทเอกชนหรือที่นักลงทุนเรียกกันในชื่อ “หุ้นกู้”และรัฐบาล โดยตราสารหนี้ของรัฐบาลจะมีทั้งแบบ ตั๋วเงินคลัง (อายุไม่เกิน 365 วัน) และพันธบัตรรัฐบาล (อายุตั้งแต่ 365 วัน)

“พันธบัตรรัฐบาล” เคยได้ยินมานานแล้ว ว่าแต่มันมีกี่ประเภท?

พันธบัตรรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังออกเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการสาธารณะต่าง ๆ และเพื่อบริหารจัดการเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ พันธบัตรเหล่านี้มีหลายประเภท แต่ละประเภทมีคุณลักษณะและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

1. พันธบัตรรัฐบาล (Government Bonds)

วัตถุประสงค์: ใช้สำหรับการจัดหาเงินทุนระยะยาวให้กับโครงการของรัฐบาล

  • สำหรับการใช้ในโครงการรัฐ รัฐบาลสามารถออกพันธบัตรรัฐบาลรุ่นทั่วไปที่เรียกว่า Loan Bond (LB)
  • สำหรับการใช้ในโครงการรัฐเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสังคม รัฐบาลสามารถออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนเรียกว่า Sustainability Bond (ESGLB)อายุพันธบัตร: มักมีอายุระหว่าง 5 ถึง 30 ปี การจ่ายดอกเบี้ย: จ่ายดอกเบี้ยคงที่ (Coupon) ทุก 6 เดือน

2. พันธบัตรออมทรัพย์ (Savings Bonds)

วัตถุประสงค์: เพื่อส่งเสริมการออมของประชาชนทั่วไป เรียกว่า Saving Bond (SB) อายุพันธบัตร: มักมีอายุระหว่าง 3 ถึง 10 ปี การจ่ายดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยคงที่ และมักมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากรัฐบาลมีอำนาจในการเรียกเก็บภาษีจากประชาชนทำให้พันธบัตรรัฐบาลไม่มีความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ ทำให้สินทรัพย์นี้เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่อยากรับความเสี่ยงเรื่องของการผิดนัดชำระหนี้ อย่างไรก็ตามการลงทุนยังคงมีความเสี่ยงในเรื่องต่าง ๆ เช่น

  • ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย: การลงทุนในตราสารหนี้ในปัจจุบันเป็นการล็อกดอกเบี้ยรับในปัจจุบัน ซึ่งกรณีอัตราดอกเบี้ยมีการปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้นักลงทุนเสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนมากขึ้น
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: ช่องทางที่ให้นักลงทุนบุคคลในการเปลี่ยนมือสำหรับตราสารหนี้นั้นยังมีจำกัด

มีความเสี่ยงแบบนี้ แล้วทำไมถึงเป็นโอกาสในรอบ 10 ปี?

อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลนั้นแปรพันตามดอกเบี้ยนโยบายชัดเจน โดยในปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่จุดสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ 2.5% จากทั้งสถานการ์อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก เริ่มจากยุโรปที่เริ่มปรับตัวลดลงแล้ว และธนาคารกลางสหรัฐถูกคาดการณ์ว่าจะปรับลดลงในสิ้นปีนี้เช่นกัน นักวิเคราะห์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศมองไปในลักษณะเดียวกันว่า นับจากนี้ไปอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะถูกปรับลดสิ้นปีนี้เป็นต้นไปจนถึงต้นปีหน้า

การลดลงของดอกเบี้ยส่งผลกับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอย่างไร และเมื่อมีการระบุชัดเจนว่ามูลค่าหน้าตั๋วและดอกเบี้ยรับจะเป็นเท่าไร?

ตราสารหนี้มีการระบุ มูลค่าหน้าตั๋ว (Face Value) หน่วยลงทุน (Unit Holder) อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon Rate) งวดการจ่ายดอกเบี้ย (Coupon Frequency) และวันครบกำหนดไถ่ถอน (Maturity date) โดยทั้งหมดนี้จะทำให้นักลงทุนทราบว่าการลงทุนในตราสารหนี้นั้นจะได้รับเงินทั้งหมด (Cashflow) จากเงินต้นคืนจำนวนเท่าใด (มูลค่าหน้าตั๋ว คูณกับจำนวนหน่วย) รวมถึงดอกเบี้ยรับตลอดระยะเวลาการลงทุน (อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วคูณกับมูลค่าหน้าตั๋ว เป็นระยะเวลาตามงวดการจ่ายดอกเบี้ยจนถึงวันครบกำหนดชำระ) 📉เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ราคาของตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่มักจะปรับตัวสูงขึ้น 📈 เนื่องจากนักลงทุนใหม่ต้องการซื้อตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดปัจจุบัน ดังนั้น ผู้ที่ถือครองตราสารหนี้ระยะยาวมีโอกาสได้รับกำไรจากการเพิ่มขึ้นของราคาตราสารหนี้ จากการจำลองกรณีดอกเบี้ยลดลง 0.10% อัตราผลตอบแทนต่อปีที่รวมทั้ง Cashflow และราคาตราสารหนี้ปรับตัวสูงขึ้นนั้นจะปรับตัวสูงขึ้นจาก 2.86% มีโอกาสไปถึง 3.75% รวมทั้งใน scenario อื่น ๆ กรณีดอกเบี้ยปรับลดลงมากขึ้นว่าอัตราผลตอบเเทนจะเป็นเท่าใด ในปัจจุบันนักลงทุนสามารถคิดคำนวณอัตราผลตอบแทนได้ง่าย ๆ โดยการใช้เครื่องคิดเลขบนเว็บไซต์ของ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)

นักลงทุนบุคคลจะสามารถลงทุนในพันธบัตรได้หรือไม่ แล้วถ้าอยากขายต้องทำอย่างไร?

จากข้อมูล ThaiBMA การเข้าถึงพันธบัตรของนักลงทุนบุคคลทั่วไปถือว่ายังอยู่ในวงจำกัด คิดเป็นสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าสถาบันการเงินในปัจจุบันมีการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลทุกวัน โดยมูลค่าการซื้อขายกว่า 98,000 ล้านบาทต่อวัน ทำให้มีสภาพคล่องสูง บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท ในกลุ่มบริษัทฟินโนมีนา ได้มองเห็นโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้ จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นผู้นำด้านตราสารหนี้ตลาดรองจึงทำให้ลูกค้ามีโอกาสในการลงทุนหุ้นกู้ตลาดรองคุณภาพที่มีเรทติ้ง A- ขึ้นไป พร้อมถึงพันธบัตรรัฐบาลที่สามารถทำให้นักลงทุนซื้อง่าย ขายคล่องทุกวัน สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในตราสารหนี้ไม่มีความเสี่ยงเรื่องของการผิดนัดชำระหนี้และโอกาสขายทำกำไร สามารถติดต่อที่ปรึกษาการลงทุนของท่าน หรือแจ้งความสนใจของท่านมาได้ที่ https://forms.gle/X5jFBJBeAHa9V43d8” Source:

  • https://www.thaibma.or.th/EN/Investors/Individual/Blog/2021/170621.aspx
  • https://www.thaibma.or.th/EN/Calculation/Calculation.aspx
  • https://www.thaibma.or.th/Report/Corner/Doc/w110424.pdfคำเตือน: ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในหุ้นกู้ไม่ใช่การฝากเงิน | การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น มิใช่สิ่งชี้นำการซื้อขายตราสารหนี้ที่เสนอขาย และไม่ได้เป็นการรับประกันความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้ ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ บลป.เดฟินิท 02-109-9933 Disclaimer : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ จัดทาโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือและ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคา,ผลตอบแทนของหน่วยลงทุนหรือโอกาสผิดนัดชำระหนี้ที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็น หรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อการนาเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต่าง ๆ อาจจะทำการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูล และความเห็นที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทำซ้า ดัดแปลง นำออกแสดง ทาให้ปรากฏหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัท เป็นการล่วงหน้า การกล่าวคัด หรืออ้างอิงข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทำโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้งการตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทาความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหน่วยลงทุนแต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหน่วยลงทุนและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหน่วยลงทุน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...