โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ภารกิจฝืนชะตาปลาเค็ม

นิยาย Dek-D

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2567 เวลา 12.56 น. • maeprimprow
ไฮโซสาวสวยรวยไปวันๆเมื่อตายแล้วก็ยังไม่ได้พัก ต้องทำงานให้ระบบ รับภารกิจเปลี่ยนชะตาปลาเค็มทั้งหลาย มีมิติและห้างสรรพสินค้าเป็นอาวุธ เฮ้อ…ปลาเค็มแต่ละตัวช่างไร้ค่าสุดๆ แล้วจะผ่านไปยังไงล่ะทีนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

ฟ่านซีไฮโซสาวสวยรวยเก่งผู้ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มแสนสุขสบายไปวันๆ สบายเสียจนวันหนึ่งหลับไหลสิ้นใจไป รู้ตัวต้องดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเดินทางสู่ภพภูมิใหม่ แต่….เจ้าสิ่งนั้นที่บางคนเรียกว่า “ผู้สร้าง” บางคนเรียก “พระเจ้า” บางคนเรียก “เทพเซียน” แต่ฟ่านซีเรียก “ระบบ” บอกว่า

“ตัวโฮสไม่สมบูรณ์ บุญ บาป บารมีหรือแต้มสะสม หักลบดีเลวเข้าด้วยกันแล้วเป็นศูนย์ ต้องสะสมใหม่”

“แล้วต้องทำอย่างไร”

“ทำภารกิจให้แต้มสะสมครบก็จะไปสู่ภพภูมิใหม่หรือจะสลายไปไม่เวียนว่ายอีก ก็ย่อมได้ ”

“แต้มครบก็เลือกได้ใช่หรือไม่”

“ใช่”

“เช่นนั้น ระบบมอบภารกิจมา เราพร้อมแล้ว” ฟ่านซีตัดสินใจเด็ดเดี่ยว

“ภารกิจที่หนึ่ง….”

“เดี๋ยวก่อน ระบบ ให้ไปเช่นนี้มีอาวุธ ไอเท็มหรือสกิลอะไรบ้างไหม” นึกไปถึงเกมส์ฝ่าฟันด่านต่างๆที่ชอบเล่นยามว่าง…ซึ่งต้องเรียกว่าว่างในว่าง เพราะว่างอยู่ทุกวัน

“มิติที่มีขนาดตามระดับหนึ่ง ห้างสรรพสินค้าหยิบของได้ตามลำดับขั้นอีกหนึ่ง อ้อ…มีข้อแม้เดียวหนึ่งภารกิจหนึ่งชีวิต ห้ามตายก่อนจบภารกิจ โฮสพร้อมแล้ว เริ่มภารกิจที่หนึ่ง……สตาร์ท”

เดี๋ยวสิ…ให้ไปทำอะไรก็ไม่บอกกดปุ่มสตาร์ทเลยเหรอเจ้าระบบ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ ยังวนเวียนอยู่ในจีนพีเรียดโบราณ เพราะไรท์ชอบอ่านไรท์เลยชอบเขียน แต่เปลี่ยนแนวนำเสนอไปบ้าง ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ

นิยายเรื่องนี้จบเป็นภารกิจไปนะคะ สามารอ่านแยกได้ค่ะ แตละภารกิจจะมีอยู่ภารกิจละ 80-100 ตอน

แม่พริ้มเพรา

ภารกิจที่ 1.1 สตาร์ท

“……..เริ่มภารกิจที่หนึ่ง สตาร์ท”

เสียงสตาร์ทหายไปเสียงร้องไห้ดังก้องขึ้นมาแทน เสียงร้องไห้ของเด็ก…เด็กถึงสองคน ฟ่านซีรู้สึกว่าร่างกายของตนเองเบาหวิวไร้เรี่ยวแรง นอกจากนี้ยังปวดหัว ปวดจนเหมือนว่ามันจะระเบิดออก

“ท่านแม่ ต่อไปลูกจะไม่ดื้ออีกแล้ว ฮือ ฮือ” เสียงเล็กๆเหมือนเด็กผู้หญิง

“ท่านแม่ ฟื้นสิ ท่านแม่ ฮือ…” เสียงเล็กๆแต่เป็นเสียงเด็กผู้ชาย

มีมือเล็กๆเข้ามาเขย่าแขนไปมาทั้งสองข้าง เสียงร้องไห้ก็ยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิม

นี่ถ้ายังไม่รีบฟื้นเด็กสองคนนี่คงร้องไห้จนขาดใจเป็นแน่ ฟ่านซีฝืนลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปหมด เห็นเพียงเงาหัวกลมเล็กๆสองหัวโยกไปมาอยู่กับแขนตนเอง

นางกระพริบตาพยายามมองให้ชัดเจน ตอนนี้เบื้องหน้าคือหลังคากระท่อมมุงด้วยกระเบื้องแต่เก่าจนเห็นรูรั่วเต็มไปหมด เด็กหญิงหนึ่งเด็กชายอีกคนหนึ่งเกาะแขนนางร้องไห้อยู่คนละข้าง

ในสมองมีเสียงของระบบบอก…นี่คือบุตรชายหญิงของร่างนี้ สตรีตนนี้ชื่อฟ่านซีเหมือนกับตัวเองในชาติภพเก่า ออกเรือนมากับบัณฑิตยากไร้หลูหลิงเฟิง มีบุตรแฝดชายหญิงอายุเพียงสี่หนาวชื่อหลูอิ๋งและหลูอัน

ภารกิจแรกส่งเสริมให้หลูหลิงเฟิงเป็นจอหงวนและผลักดันบุตรแฝดทั้งสองให้ประสบความสำเร็จ

“เด็กดี เงียบเสีย แม่ไม่เป็นอะไรแล้ว” ฟ่านซีรีบส่งเสียงบอก ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นแม้จะลำบากแต่ก็ลุกขึ้นมานั่งจนได้

“ท่านแม่ อาอิ๋งขอโทษ”

“ท่านแม่ อาอันขอโทษ”

เด็กน้อยทั้งสองมองมารดาที่ยังมีเลือดไหลออกมาจากศีรษะ เพราะความซุกซนของตนเองปีนขึ้นไปบนตู้ไม้ใหญ่ที่มีอยู่ใบเดียวในเรือนหลังนี้ มารดาก็คงไม่ต้องปีนเก้าอี้ขึ้นมาเพื่ออุ้มทั้งสองลง แต่ตอนที่นางจะลงเองกลับพลาดเพราะขาเก้าอี้หักจนร่างมารดาร่วงลงฟาดกับพื้น เลือดของมารดาไหลทั้งยังสลบไปนาน

“แม่ไม่เป็นไรแล้ว ช่วยแม่ลุกขึ้นก่อนเร็ว”

เด็กน้อยทั้งสองหน้าตาแม้เปรอะเปื้อนน้ำตาน้ำมูกก็ยังดูน่ารักน่าชังนัก ดูมือเล็กๆที่เข้ามาช่วยพยุงนั่นสิ…นิ้วเล็กกำแขนมารดาแน่นทั้งที่ตัวเองก็สูงแค่เลยเข่ามานิดเดียว น่ารักน่าชังอะไรเช่นนี้

ระบบข้าต้องการอุปกรณ์ทำแผล มีหรือไม่

ในห้างสรรพสินค้ามีทุกอย่าง แต่โฮสต้องเข้าไปนำออกมาเอง เสียงระบบตอบ

เด็กทั้งสองนำมารดามานั่งลง ที่โต๊ะเล็กๆ ที่นั่นมีอ่างน้ำอุ่นและผ้าที่ฟ่านซีมักเตรียมไว้ใช้อยู่เสมอ นางชุบผ้าลงแล้วบิด

“มาให้แม่เช็ดหน้าเช็ดตาพวกเจ้าก่อน แล้วพวกเจ้าไปเอาน้ำมาให้แม่ใหม่ได้ไหม” ไม่รู้ว่าคาดหวังอะไรกับเด็กสี่หนาวแต่ก็ลองถามดู

“ได้เจ้าค่ะ/ขอรับ” หลูอิ๋งและหลูอันรีบบอก

ฟ่านซีเช็ดหน้าตาเด็กทั้งสองแล้วก็ให้ทั้งคู่ไปนำน้ำมาใหม่ เพราะตนเองคิดจะเข้าไปในมิติเพื่อนำอุปกรณ์ทำแผลออกมาทำแผลให้ตนเอง แม้ที่คลำดูจะเป็นแผลขนาดเล็กแต่ก็ควรจัดการให้เรียบร้อย

ระบบข้าจะเข้าไปที่ห้างสรรพสินค้าได้อย่างไร

คิด…แค่คิด แต่อย่าทำตอนมีผู้อื่นด้วย

ฟ่านซีคิดอย่างที่ระบบบอก เข้าไปที่ร้านขายยาในห้างสรรพสินค้า เสร็จสิ้นก็เหมือนได้ยินเสียงติ๋ง ภาพตรงหน้าเป็นหน้าร้านขายยาในห้างสรรพสินค้าที่คุ้นเคย รีบสาวเท้าเข้าไปในร้านมองหาชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น กล่องเช่นนั้นมักจะมีสิ่งของที่ต้องการครบถ้วน

สายตามองพลันเห็นเงาของตนเองที่กระจกตกแต่งร้าน

หญิงสาวอายุราวสิบแปดสิบเก้า รูปร่างเพรียวใบหน้ารูปไข่ดวงตาโตแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายแม้จะดูเก่าแต่ก็สะอาดสะอ้าน มีก็แต่รอยเลือดที่ไหลลงมาเปรอะแก้มยังไม่ได้เช็ดออกดูขัดตา ใบหน้านี้แม้ไม่งามล่มเมืองแต่ก็ดูหมดจดเป็นสตรีที่น่ามองผู้หนึ่ง

มัวแต่ชื่นชมตนเอง รีบหยิบของที่ต้องการแล้วคิด…กลับไปที่ห้องเดิม

กลับมาที่โต๊ะตัวเดิม เด็กทั้งสองช่วยกันยกอ่างน้ำมาวาง ดูแล้วคงหกมาตลอดทางแม้มีน้ำเพียงครึ่งเดียวแต่ก็เห็นความตั้งใจของเด็กน้อย

“ท่านแม่ ข้าเช็ดให้ท่าน” อาอิ๋งน้อยจุ่มผ้าในน้ำแล้วบิดก่อนเข้ามาเช็ดเลือดให้มารดา สีหน้าขณะที่ทำมุ่งมั่นตั้งใจส่วนอาอันน้อยเกาะแขนมารดาราวให้กำลังใจ

ฟ่านซีใช้เวลานี้มองดูบุตรฝาแฝดของตนเอง ใบหน้าน้อยนั้นขาวเกลี้ยงเกลา ดวงตาโต แก้มป่องน่าหยิก ทั้งคู่เกล้าจุกสองจุก อาอิ๋งมีดอกไม้ผ้าเล็กๆประดับ ส่วนอาอันเป็นผ้าผูกสีเขียวแต่ที่ชายผ้ามีลายปักคล้ายตัวอักษร “อัน” ดูท่าว่าจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี

เอ..แล้วบิดาของเด็กๆสามีของร่างนี้ไปที่ใดกันเล่า ไม่เห็นเขาอยู่ด้วย

หลูหลิงเฟิงสอบชิ่วไฉได้ตั้งแต่อายุเพียงสิบหก เขาเฉลียวฉลาดทั้งมีใบหน้าหล่อเหลาผิดพี่น้อง เขาและฟ่านซีสมรสกันเพราะเติบโตมาด้วยกันรู้จักกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อฟ่านซีอายุครบวัยปักปิ่นก็ออกเรือนและอยู่ร่วมกับสกุลหลู เขาเป็นหน้าเป็นตาของสกุลหลู และในปีที่สอบผ่านได้เป็นซิ่วไฉนั้นพี่ชายคนโตหลูโหย่วฉินก็สอบได้ด้วยเช่นกัน ทุกอย่างเหมือนจะดีแต่วันหนึ่งหลูหลิงเฟิงประสบอุบัติเหตุรถม้าตกคลอง หลูหลิงเฟิงจมน้ำไปนานพอฟื้นขึ้นก็นอนป่วยอยู่นานกว่าจะหายดี ทั้งใบหน้ายังมีแผลขนาดใหญ่เกิดเป็นแผลเป็นน่ากลัว ขาเองก็เจ็บทำให้เดินได้ไม่ดีเหมือนเดิม

สามีของเจ้าหมดอาลัยตายอยาก…ไม่คิดจะร่ำเรียนต่อ กลับมาทำนาทำไร่ ทั้งสกุลหลูยังแยกบ้านให้เขาออกจากตระกูล กล่าวหาว่าเขาเกียจคร้านไม่สนใจร่ำเรียน สร้างความอัปยศให้แก่สกุล สามีเจ้าจึงพาโฮสและเด็กๆแยกมาอยู่เรือนที่อยู่บนเนินเขาที่ห่างไกลแห่งนี้

ตอนนี้เขาออกไปที่ทุ่งนา สักครู่คงกลับมา

ระบบสาธยายยืดยาวในขณะที่ฟ่านซีเปิดกล่องปฐมพยาบาลและจัดการนำอุปกรณ์ทำแผลทั้งหมดออกมาจัดการตนเอง

น้ำเกลือ สำลี ยาทาแผลสด ผ้าก๊อส พลาสเตอร์

เด็กน้องมองมารดาจัดการตัวเองตาแป๋ว กล่องหน้าตาแปลกๆและยาสีเหลืองๆ ที่ติดแผลนั่นด้วยไม่คุ้นตาสักอย่าง แต่ก็คิดว่าท่านแม่คงมีของพวกนี้อยู่ในหีบสินเดิมเป็นแน่ ถ้าไม่จำเป็นท่านแม่คงไม่นำออกมา

“อาอิ๋ง อาอัน ของเหล่านี้เจ้าอย่าบอกผู้ใดนะ ของล้ำค่าเช่นนี้คนอื่นคงอยากได้แล้วมาแย่งของพวกเราไปรู้ไหม” ฟ่านซีกันไว้ก่อน แม้รู้ว่าเด็กทั้งสองคงไม่บอกผู้ใด

“อาอิ๋งไม่บอกใคร”

“อาอันก็ไม่บอกใคร”

“เก่งจริง”

ชาติภพก่อนอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด เมื่อพ่อแม่จากไปทิ้งมรดกมหาศาลไว้ให้ แม้จะเรียนจบด้านบริหารมาแต่กลับทำตัวไร้ค่ากินเล่นเที่ยวหรือบางครั้งก็นอนแช่อยู่บนเพนท์เฮาร์สุดหรูไม่ทำอะไร แม้แต่แฟนเป็นตัวเป็นตนก็ไม่เคยมี คบใครก็ได้เพียงเดือนสองเดือน… ไม่แต่งงาน ไม่มีลูก ไม่มีแม้เพื่อนสนิท

ชีวิตไร้ค่าจริงๆ

จ๊อก…… ท้องน้อยๆของหลูอันร้องขึ้นมา

“ท่านแม่ ข้ายังไม่ได้กินข้าว ข้าหิวแล้ว” อาอันบอกเบาๆท่าทางเขินอาย

“โอ๊ะ แม่ลืมไปเลย ไปเราไปดูกันมีอะไรให้กินบ้าง”

สามแม่ลูกพากันไปที่ครัว ฟ่านซีใช้โอกาสนี้สังเกตบ้านของตนเอง เรือนก่อด้วยไม้และอิฐสร้างอย่างดีแต่เก่ามาก ในความทรงจำเรือนนี้เป็นของเดิมของต้นตระกูลสกุลหลูเมื่อครั้งย้ายมาอยู่ทีนี่ใหม่ๆ เมื่อครอบครัวขยายใหญ่และร่ำรวยขึ้นด้วยมีที่นาให้คนเช่ามากมายสกุลหลูจึงย้ายไปอยู่บ้านสี่เสาขนาดที่สร้างอยู่ใกล้ๆตัวหมู่บ้าน

พวกเขาทิ้งบ้านบรรพบุรุษหลังนี้ไว้นานมาก จนกระทั่งหลูหลิงเฟิงแยกบ้านพวกเขาจึงยกบ้านหลังนี้ให้พร้อมที่นาอีกสิบหมู่ นอกจากนั้นไม่เคยมาสนใจดูดำดูดีสี่คนพ่อแม่ลูกนี้อีก

หลูหลิงเฟิง…ข้าต้องผลักดันปลาเค็มเช่นเจ้าให้เป็นจอหงวนเชียวนะ

ภารกิจแรกก็หินเสียแล้ว

### ภารกิจแรกก็ทำเอาน้องซีของเรามึนจนไม่เห็นปลายทางเลย ปลาเค็มอย่างหลูหลิงเฟิงมีอุปสรรคให้น้องซีผ่านด่านให้ได้อีกหลายอย่าง สู้สู้…น้องซีสู้สู้

ภารกิจที่ 1.2 ท่านพ่อกลับมาแล้ว

ครัวอยู่ทางด้านหลังมีขนาดไม่ใหญ่เตาฟืนที่ก่อด้วยหินสองเตา ชั้นวางและข้าวของสะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบ แสดงว่าแม้จะยากจนแต่สองสามีภรรยาก็ดูแลบ้านและดูแลลูกๆเป็นอย่างดี

ฟ่านซีพบหมั่นโถที่ทำไว้แล้วจำนวนหนึ่ง หัวมัน แป้งสาลี ข่าวฟ่าง ข้าวโพด เมล็ดถั่วต่างๆมีครบถ้วนแต่ไม่มากนัก เหนือเตายังแขวนเนื้อหมักเค็มแห้งไว้สองชิ้นโตอีกด้วย มีผักตากแห้งหลายชนิดอยู่ด้วย มองออกไปด้านหลังเห็นแปลงผักเล็กๆอยู่ด้วย

“กินหมั่นโถนี่ก่อนแล้วกัน ตอนเย็นแม่จะทำของอร่อยให้กิน” ต้องแอบเข้าไปซุปเปอร์มาเก็ตหาของดีมาทำให้เด็กๆกิน แม้หน้าตาน่ารักก็ยังดูผอมไปหน่อย รีบขุนให้อ้วนจะได้กอดเจ้าตัวน้อยนุ่มๆ คงจะรู้สึกดีกว่านี้

ฟ่านซีเองก็กินหมั่นโถพร้อมเด็กๆ กัดไปเจอแป้งแข็งๆด้านๆแล้วนึกสงสารเจ้าตัวเล็ก กินกันอย่างเอร็ดอร่อยเคี้ยวจนแก้มตุ้ยแก้มฟอง

“เอาล่ะ อิ่มแล้วใช่ไหม เสร็จแล้วไปเล่นกันหน้าบ้าน แม่จะทำความสะอาดในนี้สักหน่อย”

เด็กทั้งสองทั้งเชื่อฟังทั้งว่าง่าย แม้จะซนแบบเด็กแต่ก็ไม่ได้มากมายเกินเด็กน้อย

ฟ่านซีเข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตหาของสดไปทำอาหารสักเล็กน้อย นำออกไปมากจะผิดสังเกตเกินไป ไว้วันข้างหน้าให้ครอบครัวใหม่นี้คุ้นชินเสียก่อน

ระบบข้าต้องเข้ามาเอาของเองทุกครั้งใช่ไหม แค่คิดแล้วได้ของเลยได้ไหม รำคาญที่ต้องผลุบๆโผล่ๆเข้าออกจนต้องถาม

ต้องอัพเลเวลให้ได้ระดับห้าขึ้นไป แต่ตอนนี้โฮสยังไม่ผ่านเลเวลหนึ่ง

ระบบใจร้ายบอกเสียฟังแล้วหมดหวัง กว่าจะเพิ่มเลเวลได้คงจบหนึ่งชีวิตหนึ่งภารกิจกระมัง เอาล่ะๆ..ไม่คิดมาก หาของอร่อยไปให้เด็กๆดีกว่า

ฟ่านซีไปที่แผนกของสดหาใส้กรอกเล็กๆ ขนมเด็ก ผักที่คิดว่าเด็กชอบ แป้งสาลีที่ขาวสวย ข้าวสาร ขนมปัง แยมผลไม้ นมถั่วเหลือง เครื่องเทศ ของสำหรับใช้ปรุงอาหารและไม่ลืมหยิบเกี๊ยวแช่แข็งสำเร็จรูปเจ้าดังมาด้วย

กลับออกมาก็จัดการในครัวเสียใหม่ จัดเก็บและเตรียมอาหารเย็น ก่อนอื่นเทนมถั่วเหลืองออกมาใส่ถ้วยพร้อมขนมปังตัดเป็นชิ้นเล็กๆทาแยมผลไม้ยกไปให้เด็กกินตอนบ่าย

แฝดทั้งสองนั่งเล่นของเล่นที่ทำจากไม้ เป็นตุ๊กตาตัวเล็ก พวกเขาเล่นกันสองคนสนทนาและหัวเราะคิกคัก เพราะเรือนอยู่ไกลจากผู้อื่นมาก เด็กทั้งสองคงคุ้นชินกับการอยู่เช่นนี้

“ท่านแม่ นี่อะไร หอมจังเลยขอรับ” อาอันทำจมูกฟุดฟิด

“น้ำเต้าหู้ กับขนมทาผลไม้ ชิมดูสิ อ้อ…ไปล้างมือก่อน ต่อไปก่อนกินอาหารต้องล้างมือให้สะอาดก่อนนะ”

เด็กเชื่อฟังจนคนพึ่งเคยเป็นแม่ใจฟู ที่เคยดูคลิปและสารคดีต่างเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กมาก็ใช้ได้ดี มาดูกันสิว่าวิธีการเลี้ยงเด็กในยุคอินเตอเน็ตเพิ่มเกรดขึ้นเรื่อยๆโดยการเพิ่มเลข G จะทำให้เด็กยุคโบราณเปลี่ยนไปได้มาเท่าใด

และอีกคน…สามีผู้ทำตัวเป็นปลาเค็ม หยุดฝัน หยุดไขว่คว้า นางจะจัดการเขาอย่างไรดี

หลูหลิงเฟิงข้าอยากเห็นหน้าท่านแล้ว รีบกลับมาเถอะ

ในช่วงบ่ายวันนั้นฟ่านซีใช้เวลาในการสำรวจที่พักของตนเองทั้งบ้านและบริเวณโดยรอบมีเนื้อที่กว้างขวางกะดูด้วยสายตาถ้าเป็นเนินเขาตามแนวรั้วไม้ที่มองเห็นนั้นน่าจะประมาณห้าถึงหกหมู่ตามการวัดของยุคสมัยนี้

ตัวบ้านสร้างอิฐดินและไม้มุงกระเบื้องดินตามแบบเรือนโบราณ มีการแบ่งห้องเป็นส่วนๆซ้ายขวา ห้องกลางและห้องครัวรวมแล้วหกห้อง ดูครบถ้วนสมที่เคยเป็นบ้านบรรพบุรุษสกุลหลู เสียแต่ว่าเก่าแก่จนทรุดโทรมบ้าง ตรงรอบบ้านไม่มีรั้วแต่บริเวณชายขอบที่ดินมีรั้วไม้กั้นห่างๆให้เห็นว่าเป็นเขตเท่านั้น

บริเวณโดยรอบเป็นเนินเขาลาดลง มีต้นไม้ใหญ่และแปลงปลูกผักเล็กๆ ตรงปลายเนินเขานั้นเห็นลำธารน้ำสายเล็กๆไหลมาจากเขาใหญ่ด้านหลัง สังเกตเห็นรอยทางเดินจากบ้านสู่ลำธาร คงเป็นเส้นทางตักน้ำขึ้นมาไว้ใช้

ดูแล้วสภาพไม่ได้แย่จนถึงขัดสน หลูหลิงเฟิงแม้ไม่กลับไปร่ำเรียนก็ยังขยันขันแข็งทำไร่ทำนาแล้วทำไมสกุลหลูที่เป็นสกุลใหญ่ถือว่าร่ำรวยมากในหมู่บ้านนี้ถึงกับตัดขาดแยกบ้านเช่นนี้

เอาไว้เป้าหมายภารกิจเช่นสามีปลาเค็มผู้นี้กลับมาค่อยจัดการเขาดีกว่า

ฟ่านซีสำรวจบ้านเรียบร้อยก็แวะไปดูเด็กๆทียังคงเล่นกันอยู่ที่เดิมแต่ดูแล้วตาปรือคอพับคออ่อน

“เด็กน้อย ไปนอนกลางวันกันดีไหม”

ได้ยินมารดาบอกสองหนูน้อยก็พยักหน้าหงึกๆ ช่างว่าง่ายแสนน่ารักเสียจริง

“ท่านแม่เมื่อก่อนอาอันไม่ต้องนอนกลางวัน” เด็กชายตัวน้อยสงสัย

“อื่ม แต่ตอนนี้ต้องนอนแล้วรู้ไหม เด็กนอนกลางวันจะเติบโตแข็งแรง” ฟ่านซียังรู้สึกแปลกๆกับการสวมบทบาทมารดา

สองเด็กหลับตาและหลับไปอย่างว่าง่าย

เด็กหนอเด็ก…จะรู้ไหมว่ามารดาแท้ๆของเจ้าไม่อยู่แล้ว นางคงจากไปตั้งแต่ตกลงมาพาดพื้นเมื่อเช้านี้ วิญญาณที่อยู่ในนี้กลับเป็นคนอื่นที่ตั้งมั่นจะมาทำภารกิจ แค่อยากได้ยินคำว่า “ Mission Complete ! ” เท่านั้น

จะดูเลือดเย็นไร้หัวใจเกินไปไหมนะ

ระบบขอข้อมูลหลูหลิงเฟิงได้ไหม

ไม่ได้ เดี๋ยวก็เจอเขาแล้ว หาวิธีจัดการด้วยตนเอง นี่คือภารกิจแรกที่ต้องแก้ไขเอง

อ้าว…คุณสามีกลายเป็นเควสแรกไปเสียแล้ว

ปล่อยเด็กๆนอนไปจัดการดูแลบ้านและเตรียมอาหารก่อนดีกว่า ถ้าหลูหลิงเฟิงไปที่นาอีกไม่นานเขาคงจะกลับมาแล้ว จะว่าไปเขาคงเป็นคนที่รักและดูแลครอบครัวดีมาก ด้วยเขาไปทำนาเพียงคนเดียวให้ภรรยาและลูกอยู่ที่เรือน บุรุษที่เป็นเช่นนี้คงเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีมาก

ฟ่านซีดูบ้านแล้วเห็นว่าทุกอย่างสะอาดเรียบร้อย ตัวฟ่านซีคนเดิมคงเป็นแม่บ้านที่ดีมากเช่นกัน ที่เหลือคือทำอาหารไว้รอ คนชอบอยู่คนเดียวเช่นตัวเองในชาติก่อนให้ทำอาหารง่ายนั้นได้ เพราะชอบทำเองกินเอง บ่อยครั้งก็ทำตามคลิปสอนทำอาหารต่างๆ แม้ไม่อร่อยเลิศแต่ก็ถือว่าทำเป็นและกินได้

ตอนเข้าไปในมิตินั้นนำเกี๊ยวแช่แข็งออกมาด้วย เย็นนี้นึ่งเกี๊ยวจิ้มน้ำจิ้มหลายๆอย่าง แล้วก็ข้าวอบเนื้อเค็มที่แขวนไว้ในครัวคงจะดี ยังมีน้ำแกงผักแห้งตุ๋นใส่เนื้อเค็มส่วนที่เป็นเอ็น ใช้ของที่มีในครัวเป็นหลักจะได้ไม่น่าสงสัยจนเกินไป

กลิ่นอาหารหอมตลบไปทั้งบ้านเพียงเจียวขิงกระเทียมและเครื่องเทศนำเนื้อเค็มที่หั่นชิ้นเล็กลงผัดรวมจนหอมเติมน้ำปรุงรสด้วยเกลือและผงปรุงรสที่แอบนำออกมาด้วย นำข้าวสารล้างใส่หม้อดินจัดวางผักหั่นชิ้นเล็กๆไม่ลืมเมล็ดถั่วลันเตาแล้วราดด้วยน้ำเครื่องปรุงที่ผัดแล้วลงไปปิดหม้อแล้วนำตั้งไฟ

เตาไฟมีถึงสองเตาอีกเตาก็ตั้งหมอต้มซุป…และการจุดฟืนนั้นไม่ยากเพราะแอบนำไฟแช็กออกมาด้วย แค่จุดๆครู่เดียวก็ได้ใช้ ถึงเป็นไฮโซลอยฟ้าไม่ติดดินแต่จุดเตาบาบิคิวย่างบนเพนท์เฮาร์ก็ทำบ่อยไป

ฟ่านซีไปปลุกให้เด็กๆตื่นขึ้นมาก่อนอาหารจะเสร็จเรียบร้อย

“ท่านแม่หอมจัง” อาอันทำจมูกฟุดฟิด

“ท่านแม่วันนี้มีเนื้อหรือเจ้าคะ” อาอิ๋งเองก็สูดกลิ่นหอมจนอดใจไม่ไหว

“วันนี้แม่ทำของอร่อยเยอะแยะ พวกเจ้าเช็ดหน้าเช็ดตาก่อนแล้วไปรอท่านพ่อนะ” ฟ่านซีดูแลเจ้าตัวเล็กทั้งสองจนเรียบร้อย

เด็กน้อยนั้นไม่ได้ออกไปนั่งรอบิดากลับมาวนเวียนอยู่ข้างๆมารดาในครัว

ไม่นานก็ได้ยินเสียงประตูรั้วที่เป็นไม้เก่าๆนั้นดังแอ๊ด…แม้จะอยู่ไกลยังได้ยินเสียงความเก่านั้นชัดเจน

“ท่านพ่อกลับมาแล้ว” เด็กน้อยทั้งสองดึงมือมารดาออกจากห้องครัวอย่างตื่นเต้น

ฟ่านซีโดนเด็กน้อยดึงไปจนถึงหน้าประตูบ้าน มองลงไปจากบ้านบนเนินเห็นร่างสูงก้าวขายาวเดินขึ้นมาช้าๆ เพราะด้านหลังของเขาเป็นแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านเขามาจึงทำให้มองเห็นหน้าไม่ชัดเจนนัก เงาเขาทอดยาวบนพื้นและขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

หลูหลิงเฟิงเดินขึ้นเนินเขาไปเช่นทุกวัน หากแต่ภาพข้างหน้าของวันนี้ไม่เหมือนเดิม

ภรรยาและลูกทั้งสองยืนรอรับอยู่ตรงประตูท่ามกลางแสงสีทองสาดส่องดูเปล่งประกายสวยงามที่สุดในชีวิต

### เควสให้แก้ปัญหาผ่านด่านแรกกลับบ้านมาแล้ว รอดูสิว่าฟ่านซีคนเก่งจะผ่านเควสนี้ไปได้ไหม

ภารกิจที่ 1.3 หลูหลิงเฟิง

หลูหลิงเฟิงก้าวเดินขึ้นเนินเขาไปยิ่งใกล้ก็สาวเท้าไวขึ้นอีก ไม่เคยรู้สึกอยากจะเข้าไปยืนใกล้สามคนแม่ลูกนั้นแทบใจจะขาดเช่นนี้มาก่อน

ฟ่านซีมองชายหนุ่ม เขาเดินขากระเพลกเล็กน้อยแต่ก็ดูแข็งแรงว่องไว

“ท่านพ่อ”

“ท่านพ่อ” เด็กน้อยสองคนถลาเข้าไปหาบิดาทันที

หลูหลิงเฟิงยิ้มกว้าง

“ตัวพ่อเลอะเทอะนัก อย่าพึ่งๆ” เขารีบบอกทั้งยิ้มกว้าง

ฟ่านซีนั้นพึ่งเห็นหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตนเองชัดๆ งามดั่งหยกเหลือคำบรรยายนี่มันใบหน้าของซุปเปอร์สตาชัดๆ ถึงแม้ว่าจะมีรอยแผลเป็นพาดผ่านแก้มด้านซ้ายแต่ก็ไม่บดบังความหล่อเหลาของเขาได้เลย

หลูหลิงเฟิงหันไปเห็นสายตาที่มีประกายระยิบระยับของภรรยาก็รู้สึกแปลกใจ แม้ฟ่านซีจะงดงามแต่นางมักจะทำหน้าตาเย็นชาเรียบนิ่ง มักสงวนท่าทีระมัดระวังกริยาและการกระทำผิดแผกจากสาวชาวบ้านทั่วไป

“ท่านพี่ ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถอะเจ้าค่ะ” ฟ่านซีเห็นเจ้าตัวเล็กอยากเข้าไปหาบิดาเช่นนั้นจึงเดินออกไปหาเขาและยื่นมาออกรับของที่พึ่งสังเกตุเห็นว่าเขาถือมาด้วย

หลูหลิงเฟิงส่งผักน้ำที่เก็บมาด้วยให้ก่อนเลี่ยงเดินอ้อมเรือนไปด้านหลังเพื่อทำความสะอาดตัวเองก่อน

ผักน้ำหรือ….ผักจากธรรมชาติเช่นนี้เมื่อก่อนช่างหายาก อยากจะกินก็ต้องสั่งออนไลน์ให้คนส่งมาให้ ราคาผักบวกค่าส่งแล้วแม้ไม่มากสามารถจ่ายได้ก็ยังไม่สดเช่นนี้

“ท่านแม่ นี่อะไร ” อาอันถามเมื่อเห็นผักสีเขียวๆดูไม่น่ากินสักนิด

“ผักน้ำ ผัดน้ำมันรสชาติดีนัก”

บอกแล้วก็พาเจ้าตัวเล็กทั้งสองกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง อาหารเย็นวันนี้จึงเพิ่มผักน้ำผัดน้ำมันหอย แน่นอนว่าต้องแอบหยิบน้ำมันหอยออกมาจากมิติมาด้วยแล้ว

อาหารเย็นเริ่มเมื่อหลูหลิงเฟิงจัดการตัวเองเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เขาเข้าในครัวเห็นสามแม่ลูกวุ่นวายกันอยู่ เป็นครั้งแรกที่เห็นว่าฟ่านซียอมให้อาอิ๋งและอาอันเข้ามาช่วยในครัวเช่นนี้

“วันนี้ทำอะไรกัน หอมจัง” หลูหลิงเฟิงเข้าไปดูเด็กน้อยที่กำลังจ้องจานอาหาร

“ท่านพ่อดูนี่สิ” อาอิ๋งชี้ผักที่อยู่ในข้าวอบ เป็นหูหลัวโป(แครอท)ที่หันเป็นรูปดอกไม้

“นี่ด้วย” อาอันชี้เมล็ดถั่วลันเตาสีเขียวๆกลมๆนั่น

“ไปล้างมือกันแล้วไปรอที่โต๊ะ” ฟ่านซีไล่เด็กทั้งสองไปจัดการตนเอง

อาอิ๋งและอาอันแม้จะอายุเพียงสี่หนาวกลับสามารถดูแลตนเองได้ดี มิได้งอแงหรือต้องคอยให้มารดาคอยช่วยเหลือตลอดเวลา

“ข้าช่วย”หลูหลิงเฟิงเข้ามาช่วยยกอาหารออกไป

เมื่อวางอาหารบนโต๊ะเสร็จชายหนุ่มต้องแปลกใจอีกครั้งกับอาหารที่เห็น เกี๊ยวที่ห่อไว้สวยงามวางเรียงเต็มจาน พร้อมน้ำจิ้มอีกสองอย่าง น้ำแกงผักแห้ง ผัดผักน้ำ ข้าวอบเนื้อที่ตักใส่ถ้วยแล้วคนละถ้วย

“ซีซี วันนี้อาหารน่ากินยิ่งนัก” หลูหลิงเฟิงไม่รู้จะเอ่ยอะไรนอกจากต้องชมไว้ก่อน

“เช่นนั้นก็กินเยอะๆ” ฟ่านซียิ้มทั้งคีบเกี๊ยวตัวโตใส่ชามของลูกๆคนละตัว ก่อนเลื่อนถ้วยน้ำจิ้มงาส่งไปให้ “จิ้มน้ำจิ้มนี่นะ ”

หลูหลิงเฟิงเกิดอาการประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อก่อนฟ่านซีเป็นคนเงียบขรึมติดจะดูเย็นชาไปเสียด้วยซ้ำ ทั้งฝีมือการทำอาหารก็แค่พอกินได้

“ท่านพี่ก็กินเยอะๆ มัวจ้องหน้าหน้าข้าเช่นนี้ไม่อิ่มนะเจ้าคะ” วาจาหยอกเย้าทั้งคีบเกี๊ยวจิ้มจิ๊กโช่วที่ผสมน้ำมันพริกไว้เล็กน้อยให้

“เอ่อ เจ้าก็กินด้วยสิ” เจอวาจาหยอกเย้าเข้าไปสามีถึงกับหูแดง รีบคีบเกี๊ยวส่งให้ภรรยาบ้าง

อาหารรสชาติดีเยี่ยมแม้แต่ผักน้ำที่เคยผัดน้ำมันใส่เกลือเฉยๆวันนี้กลับมีสีกลิ่นและรสเปลี่ยนไป ทั้งภรรยาที่ดูอ่อนหวานและสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำเอาชายหนุ่มกินข้าวได้มากขึ้น อาอิ๋งและอาอันเองก็เหมือนบิดา อาหารที่ท่านแม่ทำอร่อยนัก เกี๊ยวใส้หมูกับผักก็นุ่มชุ่มฉ่ำ น้ำแกงรสละมุน ข้าวอบยิ่งหอมกลมกล่อม

ฟ่านซีไม่เข้าใจใยการที่ตนเองดูแลสามพ่อลูกนี้อย่างดีและพูดคุยเป็นกันเองด้วยถึงทำให้ทั้งสามคนดูสุขใจมากเช่นนี้

ระบบ ฟ่านซีคนเดิมเป็นคนอย่างไร ถามระบบ

ก้อนน้ำแข็ง ระบบตอบด้วยคำจำกัดความสั้นๆ

ทำไมฟ่านซีคนเดิมนางไม่รักสามีและลูกของนางหรือ สงสัยมากกว่าเดิมอีก

รัก แต่เป็นคนยึดติดและคิดมากเกินไป

เช่นนั้นที่ทำแบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง ต้องทำตัวแบบฟ่านซีคนเดิม

ทำอย่างนี้ดีแล้ว ทำให้รักทำให้หลงสิ ต่อไปอยากให้เขาทำอะไรเขาก็ยินยอมทำถวายชีวิต ระบบแนะนำ

หลูหลิงเฟิงเห็นฟ่านซีนิ่งไปท่าทางเหม่อลอยไม่คีบอาหารหรือขยับเขยื่อนจึงค่อยๆคีบผัดผักน้ำให้

“กินผักบำรุงเลือดลมเจ้า” เสียงของเขาทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าที่ปลายเสียงเล็กน้อย

“ขอบคุณท่านพี่” เสียงแบบนี้ถ้าอยู่ในยุคเดิมของนาง คงเป็นนักร้องเสียงมหาเสน่ห์…นักร้องเสียงกระชากวิญญาณ ให้เหล่าแฟนคลับได้ตามกรี๊ดเป็นแน่

กินข้าวเสร็จก็ช่วยกันเก็บจานชาม หลูหลิงเฟิงขอล้างจานชามเองให้ฟ่านซีและเจ้าตัวเล็กทั้งสองออกไปนั่งเล่นที่ลานหน้าบ้านรอก่อน

ฟ่านซีมองเขาที่เดินเขยกขาเล็กน้อยนั้นแล้วปวดใจ การแพทย์ในยุคสมัยนี้เป็นอย่างไรบ้าง จะสามารถรักษาเขาให้หายได้ไหม ส่วนแผลเป็นที่หน้านั้นตนเองลองแอบมองดูแล้วคิดว่าหายารักษาพวกสการ์ครีมต่างๆมาทาแล้วบำรุงอีกสักนิดก็คงหาย เพราะดูแผลที่เป็นรอยสีชมพูจางๆนั้นแสดงว่าคงพึ่งหายได้ไม่นาน แผลยาวแต่เล็กขนาดนั้นเหมือนคนโดนกรีดหน้ามามากกว่าจะเป็นอุบัติเหต

“ท่านแม่คืนนี้นอนกับท่านแม่ได้ไหม” อาอันถามขึ้นมา

จริงสิ…ลืมไปเลยว่าบ้านนี้มีเด็กๆและที่สำรวจดูเห็นมีห้องของเด็กๆแยกอยู่ สำหรับฟ่านซีคนเดิมการนอนกับสามีคงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ฟ่านซีคนนี้พึ่งเจอสามีคนนี้ได้ไม่ถึงชั่วยามเลยนะ

“นะท่านแม่ อาอิ๋งก็อยากนอนกับท่าน”

“ได้ๆ เรานอนด้วยกัน”

หลูหลิงเฟิงเดินออกมาได้ยินประโยคนั้นพอดี เขาไม่ขัดหากลูกๆอยากมานอนด้วย มีแต่ตัวฟ่านซีที่ไล่ลูกๆไปนอนอีกห้องบอกว่าโตแล้วควรแยกได้ มองไปก็พึ่งจะสังเกตเห็นที่ศีรษะของนางมีบางสิ่งติดอยู่ เป็นแผ่นสีเขียวๆทั้งยังมีรูปเหมือนภาพวาดอยู่ด้วย

“อาอิ๋ง อาอัน วันนี้ซนหรือไม่” เข้าไปนั่งลงข้างๆลูกชาย

เด็กๆนั้นมีความผิดที่ทำให้มารดาตกจากเก้าอี้หัวฟาดพื้นจนแตกจึงรีบก้มหน้าไม่กล้าตอบ

“ไม่มีอะไรท่านพี่” ฟ่านซียกมือขึ้นจับแผลที่ยามนี้ติดพลาสเตอร์รูปหมีแพนด้าอยู่ ตอนแรกเอาผมมาปิดไว้แต่คงเพราะไม่ระวังจึงเผยออกมาให้เห็น

“เจ้าหัวแตกรึ แล้วนั่นมันอะไร” สายตาจ้องพลาสเตอร์หมีแพนด้าเขม็ง

“ข้าไม่ระวังเดินชนประตู แล้วนี่แผ่นยารักษาแผลสูตรลับของที่บ้านเดิมข้า ท่านอย่าห่วงเลย”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ท่านปู่สกุลฟ่านเป็นหมอภรรยาของเขาคงได้อะไรมาบ้าง

ฟ่านซีรู้ว่าสามีหนุ่มน้อยผู้นี้ของนางฉลาดหลักแหลมไม่เบา เขาสังเกตและเก็บรายละเอียดของสิ่งต่างอย่างเงียบๆไม่กระโตกกระตากให้นางตกใจ คนเช่นนี้สิเหมาะจะส่งเสริมให้ก้าวไปสู่ตำแหน่งขุนนางใหญ่

ทำไมโฮสเรียกเขาว่าสามีหนุ่มน้อย ระบบถามขึ้นมา

เสียงระบบที่อยู่ในหัวทำให้ฟ่านซีอยากจะจับเจ้าระบบมาตีก้นสักทีสองที ถึงกับแอบฟังความคิดในหัวของโฮส

เจ้าระบบดื้อ หลูหลิงเฟิงอายุเท่าไหร่ พึ่งจะยี่สิบต้นๆ แล้วเราตอนตายนี่จะสี่สิบแล้วนะ

อ้อ….กินหญ้าอ่อนนี่เอง โฮสไม่ชอบหรือ

ไสหัวไป

ตวาดในหัวกลับไป ก็เหมือนระบบจะหายวับไปทันที นี่เป็นครั้งแรกที่รู้ว่าสามารถสั่งการให้ระบบไสหัวออกจากความคิดของตนเองได้ ดีจริงๆ

### ระบบ : จะคอยดูคนกินหญ้าอ่อน

ฟ่านซี : ไสหัวไป

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...