ศูนย์ราชการเอียง เอียงจริงหรือแค่แพนิคของคนไทย
ศูนย์ราชการเอียง เอียงจริงหรือแค่แพนิคของคนไทย
จากกรณีที่แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดเหตุการณตึกถล่มขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ใหม่สำหรับประเทศไทย เนื่องจากเราทราบกันดีว่า ประเทศไทยอยู่หางจากรอยเลื่อนของแผ่นดินไหวที่ทรงพลังมาก แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นทำให้ต้องเปลี่ยนความเชื่อของเหตุการณ์ไปสิ้นเชิง
ซึ่งสิ่งที่น่าสังเกตุคือสิ่งก่อสร้างของประเทศไทยไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับแรงแผ่นดินไหวคล้ายกับประเทศญี่ปุ่นแต่ก็ถือว่ารับแรงแผ่นดินไหวได้ในระดับหนึ่งถึง ตามพระราชบัญญัติอาคารป้องกันแผ่นดินไหวปี 2550 และอีกสิ่งที่ต้องมาเฝ้าระวังคือดินกรุงเทพเป็นดินอ่อนนุ่มเป็นตะกอนปากแม่น้ำที่เกิดการทับถมมานาน ดังนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่หางไกลก็จะทำพื้นที่ในภาคกลางเกิดการสั่นที่รุนแรงมากกว่าปกติ ดังภาพตึกที่สั่นไหวจนสระว่ายน้ำบนดาดฟ้ากระฉอกออกมา
ซึ่งหลังจากที่ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มลงจนทำให้มีผู้สูญหายเป็นจำนวนมากนั้น ก็สร้างความตื่นตระหนกให้สังคมไทยว่าอาคารหน่วยงานราชการของไทยจะเป็นอย่างไร โดยที่หนีไม่พ้นคือศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่เป็นอาคารขนากใหญ่มหึมาที่มีกระแสข่าวว่าอาคารเอียงและเกิดรอยร้ายจนต้องอพยพคนออกกว่า 3 รอบ ในวันที่ 28 ,31 มี.ค. และ 2 เม.ย.
ต้องเกริ่นก่อนว่าศูนย์ราชการนั้นสร้างมานานกว่า10 ปีแล้ว โดยเป็นอาคารรูปสีเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ใช้สอยจำนวนมาก โดยมีหน่วยงานหลายๆหน่วยงานรวมตัวอยู่ในนั้น
ซึ่งภาพที่ปรากฎในโซเชียลหลังเกิดแผ่นดินไหวนั้น เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ตามจุดต่างๆของอาคาร ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่จากกรมธนารักษ์ที่เป็นผู้ดูแลอาคารนั้นออกมายืนยันว่า รอยแยกขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นรอยต่อระหว่างอาคารที่เนื่องจากอาคารศูย์ราชการถูกออกแบบมาให้คล้ายกลุ่มตึกขนาดใหญ่สร้างรวมกัน ดังนั้นรอยแยกนี้จึงถูกสร้างมาเพื่อให้อาคารสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดยไม่ดึงรั้งกันเองจนทำให้อาคารเกิดความเสียหาย ทั้งนี้ยังมีรูปความเสียหายภายในอาทิ กำแพงร้าว หรือฝ้าหล่นลงมานั้นคือความเสียหายเพียงผิวนอก ที่ไม่ได้ส่งผบกระทบต่อโครงสร้างมากนัก
โดยภายหลังจากผู้สื่อข่าว The Room 44 ได้ลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์นั้นพบว่า ตัวอาคารที่เป็นเสาหรือคานของอาคารนั้นไม่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวแม้แต่นิดเดียว ซึ่งศูนย์ราชการก็สร้างความเชื่อมั่นโดยการนำเจ้าหน้าที่วิศวะกร เข้าประเมินความเสียหายของอาคาร เพื่อการันตีว่าสามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ
ซึ่งในการอพยพแต่ละครั้งของเจ้าหน้าที่เนื่องจากได้มีเสียงเกิดขึ้นและพบว่ามีการสั่นไหวของอาคารจึงมีการอพยพออกมา เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวก็ตาม ซึ่งในโซเชีลมีเดียก็มองว่าอาจเกิดจากการแพนิคที่เกิดจากแผ่นดินไหว เพราะหวั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรร้ายแรงตามมา เนื่องจากคนไทยพึ่งเจอเจอเหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นครั้งแรก
ถือว่าเป็นบทเรียนอีกหนึ่งเรื่องที่แสดงถึงความพร้อมของคนไทยว่าสามารถรับมือกับภาวะแผ่นดินไหวได้หรือไม่ หากอยู่ในสถานการณ์ที่จวนตัวจริงๆ รวมไปถึงความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารว่ามีความแข็งแรงมั่นคงทนต่อสิ่งกระทบมากน้อยเพียงใด