โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ 34.70 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงหนัก ตลาดกังวลนโยบายกีดกันการค้าสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 เม.ย. 2568 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 01.18 น.

ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.70 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงหนักจากระดับปิด ณ วันศุกร์ที่ 4 เม.ย. 68 ที่ระดับ 34.21 บาทต่อดอลลาร์ ตลาดกังวลผลกระทบจากนโยบายกีดกันการค้าสหรัฐฯ

8 เม.ย. 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.70 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงหนักจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.21 บาทต่อดอลลาร์ (ณ วันศุกร์ที่ 4 เมษายน)

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้าน 34.50 บาทต่อดอลลาร์ อย่างชัดเจน (แกว่งตัวในกรอบ 34.12-34.78 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการรีบาวด์สูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จากรายงานข้อมูลยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนมีนาคม ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น +2.28 แสนราย ดีกว่าที่ตลาดคาด

ขณะเดียวกัน ถ้อยแถลงของประธานเฟดในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาก็สะท้อนว่า เฟดยังมีความกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากแนวโน้มนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้เฟดยังไม่เร่งรีบปรับลดดอกเบี้ยอย่างที่ตลาดกำลังคาดหวังอยู่ ซึ่งการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาท

นอกจากนี้ ในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของตลาดการเงินไทย เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนไปตามกระแสข่าวนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วทดสอบโซน 34.20-34.30 บาทต่อดอลลาร์ หลังมีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) เป็นเวลา 90 วัน (ยกเว้นประเทศจีน)

ทว่าเงินบาทก็กลับมาอ่อนค่าอย่างรวดเร็วอีกครั้ง สู่ระดับ 34.70 บาทต่อดอลลาร์ หลังทางการสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว ทำให้บรรยากาศในตลาดการเงินยังคงถูกกดดันจากความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าลง ท่ามกลางความกังวลผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว อีกทั้ง ราคาทองคำก็ปรับตัวลดลง เข้าสู่ช่วงการพักฐาน

สำหรับในสัปดาห์นี้ เรามองว่า ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ พร้อมจับตา แนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เงินบาทยังคงเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลง บนความผันผวนที่สูงขึ้น จนกว่าตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ หรือราคาทองคำหยุดปรับตัวลดลงและทยอยรีบาวด์ขึ้น ขณะที่ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติในระยะสั้นอาจยังคงเห็นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้นไทย ควบคู่การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวของไทย

ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูงในลักษณะ “Two-Way Volatility” ขึ้นกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงิน และมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด นอกจากนี้ ต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ที่จะกระทบต่อทิศทางเงินดอลลาร์ได้

เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward

มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 34.20-35.00 บาท/ดอลลาร์

ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.50-34.80 บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

ฝั่งสหรัฐฯ

ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนมีนาคม นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนเมษายน ซึ่งอาจปรับตัวลดลงต่อเนื่อง

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Expectations) ระยะสั้นและระยะยาว ในรายงานเดียวกันนั้น ก็อาจปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ

นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และที่สำคัญ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้าต่างๆ รวมถึงแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้า (จะมีการประกาศชะลอขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้ Reciprocal Tariffs หรือไม่?) หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เดินหน้านโยบายการค้าที่มีความรุนแรงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ฝั่งยุโรป

บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของทั้งธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ BOE และ ECB

โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดคาดว่า ECB อาจลดดอกเบี้ย ได้อีกราว 3 ครั้ง ในปีนี้ และมองว่า BOE มีโอกาสราว 79% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ย เพิ่มเติมราว 3 ครั้ง ในปีนี้

ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ยอดผลการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของอังกฤษ ในเดือนกุมภาพันธ์

ฝั่งเอเชีย

ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนมีนาคม

ในส่วนของนโยบายการเงิน บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ความกังวลผลกระทบจากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 แนวโน้มการชะลอลงของทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอัตรเงินเฟ้อ อาจเปิดโอกาสให้บรรดาธนาคารกลางในเอเชียใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น

โดย ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) และธนาคารกลางอินเดีย (RBI) อาจลดดอกเบี้ยนโยบาย 25bps สู่ระดับ 3.50%, 5.50% และ 6.00% ตามลำดับ

ฝั่งไทย

รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจจะอยู่ที่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนมีนาคม สำหรับ แนวโน้มเงินบาท นั้น เรายังคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลง จนกว่า ตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ความผันผวนของเงินบาทอาจอยู่ในระดับที่สูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า จากความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึง ความผันผวนของบรรดาสินทรัพย์ที่ส่งผลกระทบต่อเงินบาทพอสมควร อย่าง ราคาทองคำ

อนึ่ง เรายังคงมั่นใจ ว่า เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มการอ่อนค่า ตราบใดที่เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวเหนือโซน 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following

ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงได้บ้าง โดยเงินบาทมีโซนแนวต้านแถว 34.75 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 35.00 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 34.40-34.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 34.00 บาทต่อดอลลาร์)

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...