โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเมนู “เครื่องว่าง” สมัยรัชกาลที่ 6 มีอะไรบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2568 เวลา 16.22 น.
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (ภาพจาก หนังสือ Twentieth century impressions of Siam)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการประพันธ์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งนอกจากผลงานพระราชนิพนธ์หมวดบทละครที่ชาวไทยประจักษ์เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีพระราชนิพนธ์ว่าด้วยเรื่องอาหาร ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมด้านอาหารในรัชสมัยของพระองค์อีกด้วย เช่น “เห่บทชมเครื่องว่าง” แล้วเมนูเครื่องว่างสมัยรัชกาลที่ 6 มีอะไรบ้าง?

เปิดเมนูเครื่องว่างสมัยรัชกาลที่ 6

“เครื่องว่าง” เป็นราชาศัพท์ มีความหมายคล้ายคลึงกับ “ของว่าง” ที่รับประทานนอกเหนืออาหารมื้อหลัก

เรื่องเครื่องว่างนี้ นริศ จรัสจรรยาวงศ์ นักประวัติศาสตร์ผู้สนใจศึกษาตำราอาหารเก่าแก่ของไทย เล่าไว้ในผลงาน “ตำรับสร้าง(รส)ชาติ” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

ผลงานพระราชนิพนธ์ด้านอาหารในรัชกาลที่ 6 ปรากฏเด่นชัดอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ “เห่บทชมเครื่องว่าง” ซึ่ง ม.ล.ปอง มาลากุล ผู้ใช้นามปากกา “ศรีมาลา” ได้วิเคราะห์เทียบเคียงพระราชนิพนธ์นี้กับ “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ไว้ว่า (จัดย่อใหม่โดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

“อันบทเห่เรือนี้ จัดเป็นนิราศชนิดหนึ่งซึ่งมีกระบวนต่างจากนิราศสามัญ คือมีการชมเรือชมน้ำชมปลาแล้วก็ชมเครื่อง (ของเสวย) และอื่นๆ

การชมเครื่องก็เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เช่น ในรัชกาลที่ 2 โปรดเสวยของพื้นๆ เป็นเครื่องคาว รัชกาลที่ 6 โปรดของแปลกๆ เป็นเครื่องว่าง ต่างพระองค์ก็ทรงครวญถึงสิ่งที่พอพระราชหฤทัยตามแนวนั้นๆ ฉะนั้นรสชาติของกระบวนความจึงแตกต่างกันอยู่เป็น 2 รส มีทั้งเก่าและใหม่…

สำหรับรัชกาลที่ 6 นั้น ข้าพเจ้าพอจะทราบได้ว่าเคยโปรดเช่นใดบ้าง ทั้งนี้เพราะเคยเห็นและทั้งมีผู้ที่พอจะซักถามให้แน่ชัดได้อยู่ จึงแน่ใจว่าจะถูกตรงตามพระราชอัธยาศัยเป็นส่วนมาก”

ม.ล.ปอง ยังแจกแจงรายการอาหารของกาพย์เห่เรือทั้ง 2 รัชกาล พบว่า พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ประกอบด้วยอาหาร 14 สำรับ

ส่วนพระราชนิพนธ์ “เห่บทชมเครื่องว่าง” พบว่า เมนูเครื่องว่างสมัยรัชกาลที่ 6 มี 16 สำรับ ดังนี้

ข้าวต้มนก, ข้าวต้มเนื้อ, ข้าวต้มสาคู, ขนมจีบนึ่ง, ขนมเบื้องกรอบ, หมูแนมแข็งอย่างใหม่, เมี่ยงคำ, เมี่ยงสมอเครื่องสด, เมี่ยงสมอเครื่องทอด, เมี่ยงปลาทู, ข้าวคลุก, ข้าวตังทาน้ำพริกผัด, ข้าวตังหน้าตั้ง, ขนมเบื้องไทย, ขนมจีนแกงไก่ และข้าวมันส้มตำ

นริศเล่าอีกว่า นอกจาก “เห่บทชมเครื่องว่าง” รัชกาลที่ 6 ยังทรงมีพระราชนิพนธ์อีกเรื่องที่เกี่ยวพันกับอาหารจีน คือ “วั่งตี่” (แปลว่า จักรพรรดิ) ดัดแปลงจากมหาอุปรากรเรื่อง “มิกาโด” ของกิลเบอร์ตและซัลลิแวน (Gilbert and Sullivan) แต่พระองค์ทรงปรับเปลี่ยนฉากสมมติเป็นชื่อจีนว่า “ตงฮั้วใต้เชียงก๊ก” และทรงนำชื่ออาหารจีนสำเนียงแต้จิ๋วตั้งเป็นชื่อตัวละคร อาทิ ปลาช่องโก๋วั่งตี่, แฮ่กึ๊ง, จับกิ๊ม, เต้าฮวย, เกี้ยมซึงตี ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม วั่งตี่ เป็นบทละครที่ไม่เคยจัดแสดงได้สำเร็จ เช่น ใน พ.ศ. 2453 มีการซ้อมแล้วแต่ต้องล้มเลิก เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต และอีกครั้งใน พ.ศ. 2455 ที่เกิด “กบฏ ร.ศ. 130” เสียก่อน รวมทั้งยังมีเรื่องเล่าว่า การจัดผ่านรายการวิทยุกระจายเสียงในสมัยหลังก็ยังพบอุปสรรคอีกหลายประการ

เมื่อพิจารณาเมนูเครื่องว่างสมัยรัชกาลที่ 6 แล้ว หลายเมนูยังคงสามารถหารับประทานได้ในยุคนี้ ทั้งยังเป็นเมนูยอดนิยมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นขนมจีนแกงไก่ ข้าวมันส้มตำ ฯลฯ ที่กลายเป็นอาหารจานหลักตามวัฒนธรรมการกินที่เปลี่ยนไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นริศ จรัสจรรยาวงศ์. ตำรับสร้าง(รส)ชาติ. กรุงเทพฯ: มติชน, 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเมนู “เครื่องว่าง” สมัยรัชกาลที่ 6 มีอะไรบ้าง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...