โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รวบ 18 มงกุฎ ปลอมเฟซบุ๊กเป็นผู้ว่ายะลา และส.ส.พรรคการเมืองหลอกยืม-ขอเงินผู้เสียหาย

สวพ.FM91

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 09.18 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 08.48 น.

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ชาว จ.พัทลุง ที่ขนำแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 14 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งขณะเข้าจับกุม ผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีออกจากขนำเข้าไปในป่าสวนยาง แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ถูกตำรวจกองปราบไล่ตามและไปรวบตัวเอาไว้ได้ภายในป่าสวนยาง

สำหรับ นายเอ (นามสมมุติ) เป็นพวก 18 มงกุฎ มีหมายจับติดตัว 3 หมายในคดีฉ้อโกงประชาชน คือ

1.หมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ 107/2560 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันใช้บัตรอิเลคทรอนิคโดยมิชอบเป็นเหตุให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย

2.หมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ที่ 76/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ฐานความผิดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

3.หมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ที่ จ.32/2563 ลงวันที่ 23 มกราคม 2563 ฐานความผิดฉ้อโกงทรัพย์

พฤติกรรมในการก่อเหตุย้อนหลังกลับไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2559 พนักงานสอบสวน สภ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายคนหนึ่งว่า มีบุคคลอ้างตนว่าเป็น สส.พรรคหนึ่งใน จ.พัทลุง โดยการปลอมชื่อและรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กเพื่อหลอกขอสนับสนุนเงินซื้อเสื้อกีฬา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้ไปจำนวน 3,500 บาท จากนั้นเมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นเฟซบุ๊กปลอม จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดี เมื่อตำรวจทำการสืบสวนพบว่าชายคนนี้ชื่อ นายเอ (นามสมมุติ) จึงขออนุมัติศาลจังหวัดพัทลุงออกหมายจับ แต่ว่าอยู่ไม่เป็นที่เป็นทางเพราะน่าจะรู้ตัวดีว่าถูกตำรวจตามจับ

คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2560 มีผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลาว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อหนึ่ง ใช้ภาพโปรไฟล์เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาทักมาขอยืมเงิน 30,000 บาท ผู้ใหญ่บ้านคนนี้เห็นว่าเป็นผู้บังคับบัญชาจึงให้ผู้ช่วยโอนเงินให้ 30,000 บาท ต่อมาได้ตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ตัวจริง จึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี และจากการสืบสวนพบว่าบุคคลที่ใช้บัญชีและเฟซบุ๊กปลอมคือ นายเอ (นามสมมุติ) คนนี้นี้จึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดยะลาออกหมายจับ

ส่วนคดีที่ 3 เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2563 นายเอ (นามสมมุติ) ได้อ้างตัวเป็นเพื่อนสามีของผู้เสียหาย โทรศัพท์ผ่านโปรแกรมแมสเซนเจอร์หลอกขอยืมเงินจำนวน 6,200 บาท เมื่อโอนเงินเสร็จแล้ว ผู้เสียหายได้สอบถามสามีจึงรู้ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ก จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว จังหวัดพัทลุง ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน และก็พบว่าเป็นฝีมือของนายเอ (นามสมมุติ) จึงขออนุมัติศาลจังหวัดพัทลุงออกหมายจับอีก 1 คดี

หลังจากก่อเหตุ ผู้ต้องหานี้ได้หลบหนีเรื่อยมา มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ว่า นายเอ (นามสมมุติ) น่าจะหลบหนีมาพักอาศัยกับภรรยาที่ อ.รัตภูมิ จังหวัดสงขลา จึงได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ตามที่ได้รับการประสานงานมาและได้ให้สายลับเฝ้าตรวจสอบจับตาในพื้นที่ ก็พบว่าผู้ต้องหา มาพักอาศัยอยู่ในขนำแห่งหนึ่งในสวนยางพาราใน ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา กับภรรยาจริง ตำรวจกองปราบกองกำกับการ 6 จึงได้เข้าจับกุมและควบคุมตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา

สอบสวนในเบื้องต้น ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาทั้ง 3 หมายจับที่ไปก่อเหตุ โดยใช้วิธีสร้างเฟซบุ๊กปลอม ใช้ชื่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา สส.จังหวัดพัทลุง และ บุคคลอื่นๆอีกหลายคน เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้ เพราะว่าไม่มีงานทำเป็นที่เป็นทาง เงินที่ได้ก็จะนำไปใช้จ่ายและซื้อยาเสพติดมาเสพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...