คลัง คาดตั้ง ThaiESG กอง 2 รับโยก LTF 1.8 แสนล้านบาท ชัดเจนในไตรมาส 1 ปี 68
คลัง คาดตั้ง ThaiESG กอง 2 เพื่อรับการโยกเงินกองทุน LTF 1.8 ล้านบาท ชัดเจนในไตรมาส 1 ปี 68 เร่งเตรียมมาตการดัน GDP ปี 68 โตแตะ 3.5%
19 ก.พ. 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการในรายละเอียดการจัดตั้งกองทุน ThaiESG 2 โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2568
“ตลาดหุ้นไทยมีหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบ โดยสิ่งที่กระทรวงการคลังทำได้เราก็พยายามจะทำให้ในทุกๆ เรื่อง ส่วนการตั้งกองทุนThaiESG กองที่ 2 ท่านรมว. คลังก็ยืนยันแล้วว่าจะมีมาตรการออกมาเพื่อรองรับการเปลี่ยน LTF มาเป็น ThaiESG เพราะเรายังไม่อยากให้มีการขาย LTF ในช่วงนี้ เพราะนอกจากราคาจะไม่ดีแล้วยังเป็นการซ้ำเติมตลาดหุ้นด้วย”
ทั้งนี้กองทุนThaiESG กองที่ 1 เดิม ยังสามารถซื้อได้ตามปกติ ส่วนกองทุน ThaiESG กองที่ 2 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะออกมาเพื่อรองรับกองทุน LTF ที่ครบอายุวงเงินรวม 1.8 แสนล้านบาทเท่านั้น โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่
“ช่วงปลายปี 67 มี LTF ที่ครบอายุประมาณ 2.4 แสนล้านบาท วันนี้มีการทยอยขยายไปเหลือประมาณ 1.8 แสนล้านบาท ที่ยังขายไม่ได้เพราะว่าขาดทุน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะขาดทุนประมาณ 5-10%
ดังนั้นตอนนี้เราก็ตั้งกองทุนThaiESG กอง 2 มารองรับ กองนี้ให้เฉพาะกลุ่มที่โยกมาจาก LTF เท่านั้น โดยอยู่ระหว่างออกแบบรูปแบบการลงทุน และ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ส่วนจะลงทุนในต่างประเทศได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการออกแบบ แต่มองว่าถ้าเป็นเงินของเรา เราก็อยากให้เงินอยู่ในประเทศมากกว่า”
ขณะที่กรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายลวรณ กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้เพื่อที่จะได้นำออกมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม
ขณะที่มาตรการสำคัญที่จะมีส่วนช่วงกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจได้ คือการเร่งรัดการลงทุนในโครงการที่ขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เนื่องจากปัจจุบันมีการขอรับบัตรส่งเสริมเป็นจำนวนมากแต่ยังไม่เกิดการลงทุนจริง
“สศค. ได้เคยแถลงไปแล้วว่าเราอยากเห็น GDP ปี 68 ที่ 3 ถึง 3.5% ดังนั้นกระทรวงการคลังได้เตรียมแผนขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการทำให้ GDP โต 3-3.5% เป็นเรื่องที่ยากมาก และเป็นความท้าทาย แต่ก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนช่วยขับเคลื่อนไปด้วยกัน”