โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หยั่งแรงกระเพื่อม หลังขั้วอำนาจกองทัพเปลี่ยน ตท.28-ทหารเสือฯ-วงศ์เทวัญ RDF บทพิสูจน์ 'บิ๊กปู' ส่อง นทพ. หน่วยเกรดเอ ทัพไทย ทีมขุนพล O.V. ทหารพัฒนา

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 25 ก.พ. 2568 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 02.48 น.

รายงานพิเศษ

หยั่งแรงกระเพื่อม

หลังขั้วอำนาจกองทัพเปลี่ยน

ตท.28-ทหารเสือฯ-วงศ์เทวัญ RDF

บทพิสูจน์ ‘บิ๊กปู’

ส่อง นทพ. หน่วยเกรดเอ ทัพไทย

ทีมขุนพล O.V. ทหารพัฒนา

กระแสข่าวลือยังคงสะพัดกองทัพ ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ปลายปีในเดือนกันยายน 2568 แต่เป็นแค่ฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลกลางปี หรือโผเมษายน 2568 เท่านั้น

สะท้อนได้ทั้งมีความพยายามจริง หรือสร้างกระแส เพื่อให้เกิดความหวาดระแวงกันในหมู่แคนดิเดต

แม้แต่กระแสข่าวที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ คือการสลับตัวระหว่าง บิ๊กหยอย พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ รอง ผบ.ทหารสูงสุด ที่จะกลับกองทัพบก แล้วให้บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ย้ายสลับไปเป็น ผบ.ทหารสูงสุด

ทั้งๆ ที่มีการวางตัว พล.อ.อุกฤษฏ์ ให้เตรียมขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต่อจาก บิ๊กอ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ที่จะเกษียณกันยายน 2568 นี้ เพราะเป็นเตรียมทหารรุ่น 24 ด้วยกันและมีอายุราชการถึงกันยายน 2570 อีกทั้ง พล.อ.ทรงวิทย์ ก็เตรียมผ่องถ่ายงานให้กับ พล.อ.อุกฤษฏ์ แล้ว โดยวางแผนการทำงาน สูตร 8:2:2 เดือน ในปีสุดท้ายของการเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ส่วน พล.อ.พนา นั้น ถูกวางตัวให้เป็น ผบ.ทบ.ตั้งแต่แรก ในฐานะลูกชายของ “นายแคล้ว” พล.อ.ปรีชา แคล้วปลอดทุกข์ ที่เป็นอดีตทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ผู้มีความจงรักภักดี และเติบโตมาในสายคอมแมนด์ คุมกำลังรบจาก ร.31 รอ. อีกทั้งไม่ได้มีความขัดแย้งกับขั้วอำนาจใดในกองทัพ

แต่กระแสข่าวลือนั้น อ้างว่า พล.อ.อุกฤษฏ์ ไม่ธรรมดา เพราะเติบโตจาก ร.1 รอ. เป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์มาก่อนและถือเป็นคนเก่งของรุ่นเตรียมทหาร 24 และเป็น Biker ชมรมคนขี่จักรยาน สุดฟิต

ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่อยู่กองทัพบก เป็น เสธ.ทบ. และ ผช.ผบ.ทบ. เคยมีกระแสข่าวว่า จะได้ไปฝึกหลักสูตรทหารคอแดง แต่ท้ายที่สุดเกิดปัญหาภายในจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) และส่งผลให้ ผบ.ทบ.ไม่ต้องเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 และไม่ต้องเป็นทหารคอแดง

ดังนั้น จึงคาดได้ว่าอาจเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงใหม่ ที่ ผบ.ทบ.ไม่ต้องเป็นทหารคอแดงแล้ว จึงทำให้เกิดกระแสข่าวลือเรื่อง พล.อ.อุกฤษฏ์ จะกลับ ทบ. ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.อุกฤษฏ์ กับ พล.อ.พนา ระหว่าง ตท.24 กับ ตท.26

กล่าวได้ว่า หากมองในมิติเฉพาะในกองทัพ ไม่มีโอกาสที่จะเป็นไปได้เลย แต่หากเป็นในมิติที่นอกเหนือจากกองทัพ และในมิติที่มองไม่เห็น ก็ไม่มีใครอาจคาดเดาได้

แต่แน่นอนว่า กระแสข่าวนี้ก็ไม่เชื่อมโยงกับแม่ทัพใหญ่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เพราะหาก พล.อ.อุกฤษฏ์ ได้เป็น ผบ.ทบ.จริง เกษียณ 2570 พร้อม พล.อ.พนา ก็ไม่ได้ทำให้ พล.ท.อมฤต ได้เป็น ผบ.ทบ.เร็วขึ้น หรือนานขึ้น ก็จะนั่ง ผบ.ทบ.แค่ปีเดียว เพราะเกษียณ 2571

แต่หาก พล.อ.อุกฤษฏ์ ขึ้นมา อาจส่งผลต่อการจัดวางตัว ผบ.ทบ.คนต่อไป หรือไม่

สถานการณ์ในกองทัพในเวลานี้ยังไม่มีขั้วอำนาจหรือสายใดที่มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จแม้สายทหารเสือราชินีจะมีโอกาส หลังจากที่ บิ๊กต่อ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ เป็น ผบ.ทบ. 1 ปี และก่อนเกษียณเมื่อกันยายน 2567 ก็ปฏิบัติการสะเทือน ระดับคีย์แมนคอแดงนอก ทบ. และมีผลถึงแผนการวางตัวขุนพล ตท.28 ที่จะขึ้นมาดูแลกองทัพ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กองทัพ ในการดูแลสถาบันหลักของบ้านเมืองในอนาคต ขณะที่สายวงศ์เทวัญ RDF (หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว) ขั้ว ร.31 รอ. ของ พล.อ.พนา ก็กำลังถูกจับตามอง

ความไม่แน่นอน และอำนาจที่กระจายอยู่หลายกลุ่ม ยังไม่มีขั้วใดที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเช่นนี้ และเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านทหารคอแดงใน ทบ. จึงส่งผลให้เกิดกระแสข่าวลือ เพราะแต่ละสาย ต่างก็ต้องวัดพลังและเพื่อวางตัวขุนพลในการคุมกองทัพ

แต่อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ พล.อ.อุกฤษฏ์ จะกลับมาเป็น ผบ.ทบ. จึงเป็นไปได้ยากมาก หรือแม้แต่จะกลับ ทบ. มาในตำแหน่งอื่นก็ตาม

เพราะการแต่งตั้งตุลาคม 2567 ได้วางไว้ลงตัวแล้ว โดยจะให้ พล.อ.อุกฤษฏ์ ขึ้นมาเป็น ผบ.ทหารสูงสุด และก็คาดว่า จะดึงเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 ขึ้นมาเป็นทีมเวิร์ก เช่น บิ๊กปั้น พล.อ.ไพบูลย์ วรวรรณปรีชา รอง เสธ.ทหาร ขยับขึ้นเสนาธิการทหาร

ในส่วนของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ซึ่งเป็นหน่วยสำคัญหน่วยหนึ่งของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่เพิ่มบทบาท และเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในฐานะทหารที่เข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนอยู่ทั่วประเทศ ในนาม “นักรบสีน้ำเงิน” ทำหน้าที่คล้ายทหารช่างของ ทบ. แต่เสริมภารกิจความมั่นคง และสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ความมั่นคง

ทหารพัฒนา เป็นทหารที่ใส่ชุดซาฟารึ และเสื้อสีน้ำเงินในการปฎิบัติงาน เป็นเสื้อสีน้ำเงินที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสีในทางการเมือง แต่หมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามสัญลักษณ์ของ นทพ.

ทหารพัฒนา เป็นทหารที่ไม่ได้ถือปืนในมือ ไม่ได้มีปืนเป็นอาวุธ แต่มาพร้อมกับอุปกรณ์ทหารช่าง รถแบ๊กโฮ ทำงานพัฒนาก่อสร้างถนน ขุดคลอง สร้างแหล่งน้ำ หรือแม้แต่ทำหน้าที่ในการผสมเทียมวัว ต้องล้วงก้นวัว นำเชื้อมาผสมเทียม เพื่อแจกจ่ายพันธุ์ให้ชาวบ้านนำไปเลี้ยงเป็นรายได้

จากกองอำนวยการรักษาความปลอดภัย หรือ กรป.กลาง เมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว ในปี 2505 มาเป็นหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ในปี 2540 เรื่อยมา

จากหน่วยที่ถูกมองข้าม ไม่มีใครอยากมาอยู่ เพราะมองว่า เป็นกรุ ไม่สำคัญ เพราะค่านิยมทหารส่วนใหญ่ต้องการเป็นคอมแมนเดอร์ ที่อยู่หน่วยรบ เป็นทหารราบ ทหารม้า ทหารปืนใหญ่

แต่ต่อมา เมื่อ นทพ.ใหญ่ขึ้น เพราะภารกิจในยามสงบ และภารกิจที่ไม่ใช่สงคราม MOOTHWar แต่น่าจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนและการบรรเทาภัยพิบัติ นทพ.กลายเป็นหน่วยเกรดเอของกองบัญชาการกองทัพไทย เพราะ ผบ.นทพ. มียศพลเอก และมีรอง ผบ.นทพ. ยศพลโท 3 คน พร้อม เสธ.นทพ.ยศพลตรี และกำลังทหารพัฒนาในมือ เทียบเท่าระดับกองทัพภาค ของกองทัพบกเลยทีเดียว

ทั้งสำนักงานทหารพัฒนา ภาค 1 (สนภ.1) ที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ 26 จังหวัดภาคกลาง และ สนภ.ภาค 2 ที่ดูแลภาคอีสาน-สนภ.ภาค 3 ที่ดูแลภาคเหนือ และ สนภ.ภาค 4 และภาค 5 ที่ดูแลภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง และยังมีหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ (นพค.) ที่เทียบเท่าระดับผู้บังคับการกรมอีก 30 หน่วย ซึ่งถือเป็นกำลังหลักในระดับหน่วยปฏิบัติที่กระจายกำลังอยู่ทั่วประเทศ

หากจะเปรียบระดับ ผอ.สำนักภาค ของ นทพ. ก็เป็นคล้ายแม่ทัพภาคของ ทบ. เพียงแต่ นทพ.ไม่ได้คุมกำลังรบ และระดับ ผอ.สำนักภาค มียศพลตรีเท่านั้น แต่แม่ทัพภาค จะเป็นพลโท และในภาพรวม นทพ.มีกำลังน้อยกว่ามาก และในระดับ ผบ.นพค. ดูจะเป็นแค่ระดับกองพันเท่านั้น

ดังนั้น โดยโครงสร้างการจัดหน่วยและภารกิจหน่วย ระหว่าง นทพ. กับ ทบ. จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกันในระดับสายการบังคับบัญชาได้

โดยปัจจุบันมี บิ๊กปิ่น พล.อ.นพดล ปิ่นทอง (ตท.25) ที่ย้ายจาก ทบ. มาอยู่ นทพ. นานหลายปี ผ่านหลายตำแหน่ง จนได้ขึ้นเป็น ผบ.นทพ. ที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ทั้งในเชิงยุทธการ ในการตัดถนน สร้างทาง ที่ใช้ในทางทหาร หรือในพื้นที่เสี่ยงอันตราย และทำหน้าที่ซ้ำเสริมงานพัฒนาในพื้นที่เป้าหมายความมั่นคง

แต่คาดกันว่า พล.อ.นพดล จะนั่งแค่ปีเดียว เพราะจะเกษียณปี 2569 จึงคาดว่าในโผใหญ่กันยายนนี้ พล.อ.นพดล จะขยับขึ้นรอง ผบ.ทหารสูงสุด ครองอัตราพลเอกพิเศษ หรืออัตราจอมพลเดิม ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณ

และคาดว่า รองเล็ก พล.ท.ศราวุธ จันทร์พุ่ม รอง ผบ.นทพ. ซึ่งเป็น ตท.24 ขึ้นมาเป็น ผบ.นทพ.คนใหม่ แท็กทีมบิ๊กหยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ ที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทหารสูงสุด

ขณะที่ในระดับขุนพลนักรบสีน้ำเงิน ยศพลตรี ผู้อำนวยการภาคของ นทพ. ล้วนไม่ธรรมดา จะเป็นนายทหารที่เป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้ว ยังจะเป็นระดับครีมของรุ่น

มีทั้ง ผอ.อาร์เธอร์ พล.ต.อภิรัชฏ์ รามนัฏ ผบ.สนภ.1 นทพ. เตรียมทหาร 29 พล.ต.ม.ล.ประวีร์ จักรพันธุ์ ผอ.สนภ.2 เตรียมทหาร 28 ผอ.มอด พล.ต.อนุมาศ พินิจชอบ ผอ.สนภ.3 เตรียมทหาร 28 พล.ต.จตุรภัทร วงศ์ศรีเผือก (ตท.27) ผอ.สนภ.4 พล.ต.ณัญฐวุฒิ นิลนนท์ (ตท.26) ผอ.สนภ.5 พล.ต.ปวัน บุญบันดาล (ตท.30) ผอ.สำนักทหารพัฒนา และ ผอ.แต พล.ต.ฐนิตพัฒน์ อุทะนุตนันท์ ผอ.สำนักสนับสนุน นทพ. เตรียมทหาร 30

ในจำนวนนี้มี 4 นายที่คุมกำลังทหารพัฒนา ที่นอกจากจะจบจากโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว ที่น่าจับตาคือ จบจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย หรือที่รู้จักกันในนาม O.V. (Old Vajiravudh) ศิษย์เก่าวชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นคอนเน็กชั่นที่กำลังมาแรงในกองทัพ เพราะมีแกนนำหลักระดับคีย์แมนคอแดงนอก ทบ. ที่มีบทบาทในการคุมทิศทางของกองทัพ

ทั้ง พล.ต.อภิรัชฏ์ พล.ต.ม.ล.ประวีร์ พล.ต.อนุมาศ พล.ต.ฐนิตพัฒน์ ที่คุมระดับภาค ที่เป็นดาวเด่นของรุ่น และเป็น O.V.

รวมทั้ง พ.อ.รณยุทธ โพธารามิก (ตท.29) ผบ.นพค.34 สนภ.3 นทพ. พ.อ.บรรณกร วงษ์สุวรรณ (ตท.34) เสนาธิการ สนภ.1 พ.อ.ถิรเดช ลิ้มคุณากูล (ตท.34) ผบ.นพค.33 สนภ.3 พ.อ.อานันทภัทร์ วงษ์ดนตรี (ตท.8) รอง ผบ.นพค.34 และ พ.อ.ภัคคุณก้าว จริยธาราสิทธิ์ รอง เสธ. สนภ.5

เช่นเดียวกับใน ทบ. ที่ โอ.วี. คอนเน็กชั่น ก็มาแบบเงียบๆ และทำให้รองลาบ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ แม่ทัพน้อยที่ 1 อดีต ผบ.พล.1 รอ. แกนนำ ตท.30 ถูกจับตามองในฐานะเครือข่าย O.V. คอนเน็กชั่น ที่ลุ้นเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ในอนาคต

รวมทั้งการเป็นน้องรัก มือทำงานของแม่ทัพใหญ่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 แคนดิเดต ผบ.ทบ. นายทหารเสือราชินี แกนนำ ตท.27

พล.ต.สิทธิพร ยังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจการฝึกร่วม พลเรือนตำรวจทหาร (กฝร.พตท.68) หรือการฝึกร่วมของหน่วยทหารคอแดงกับฝ่ายพลเรือน ที่ลพบุรี เพราะ พล.ต.สิทธิพร ปฏิบัติหน้าที่เจ้ากรมกำลังพลของ ฉก.ทม.รอ.904

ซึ่งถือเป็นการฝึกสำคัญที่ทั้ง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มาตรวจเยี่ยมด้วยตนเอง รวมทั้ง พล.ท.อมฤต ซึ่งเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ,904 และเป็น เสธ. การฝึกด้วย

ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ขั้วอำนาจในกองทัพ ไม่ได้มีศูนย์กลางอยู่ที่ ตท.28 เช่นเมื่อ 6 ปีก่อนอีกแล้ว โดยเฉพาะหลังปฏิบัติการทิ้งทวนของ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ก่อนเกษียณเมื่อกันยายน 2567 ที่สะเทือนระดับคีย์แมนคอแดงนอก ทบ. ของ ตท.28 ไม่น้อย และมีผลถึงแผนการวางตัวขุนพล ตท.28

จึงทำให้เครือข่ายความสัมพันธ์ของ O.V. กำลังเป็นเน็ตเวิร์กที่เติบโต และถูกโฟกัสต่อจากยุคของบ้านสี่เสาฯ ยุค 3 ป.บูรพาพยัคฆ์ และยุคของวงศ์เทวัญ จนมาถึงยุคทหารคอแดง และมาสู่การเติบโตของสายทหารเสือราชินี ที่เติบโตจาก ร.21 รอ. ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ พล.อ.เจริญชัย เป็น ผบ.ทบ. ต่อด้วย พล.ท.อมฤต เป็นแม่ทัพภาคที่ 1

และการกลับมาของสายวงศ์เทวัญในยุคของ พล.อ.พนา เป็น ผบ.ทบ. ซึ่งเติบโตจากกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) พล.1 รอ. ที่ทำให้นายทหารในสายวงเทวัญที่ ร.31 รอ. ได้ลงสู่ตำแหน่งหลัก ในระดับ พันเอกพิเศษ ผู้บังคับการกรม

ยิ่งเมื่อ พล.อ.พนา จะนั่งเป็น ผบ.ทบ.ยาวถึง 3 ปี ก็สามารถที่จะจัดวางขุนพลระดับนายพัน ให้ขึ้นมาคุมตำแหน่งสำคัญได้แบบลงตัว

โดยมีเตรียมทหารรุ่น 26 เป็นฐานกำลังหลัก ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น ที่รายล้อมตัว พล.อ.พนา ที่คาดว่าจะยกแผงขึ้นคุมตำแหน่งสำคัญตั้งแต่การแต่งตั้งโยกย้ายในเดือนเมษายนนี้ และตลอดยุคของ พล.อ.พนา

เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เก้าอี้ ผบ.ทบ. ในการนั่งยาว 3 ปียันเกษียณ โดยไม่มีใครมาสั่นคลอนเก้าอี้ได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หยั่งแรงกระเพื่อม หลังขั้วอำนาจกองทัพเปลี่ยน ตท.28-ทหารเสือฯ-วงศ์เทวัญ RDF บทพิสูจน์ ‘บิ๊กปู’ ส่อง นทพ. หน่วยเกรดเอ ทัพไทย ทีมขุนพล O.V. ทหารพัฒนา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...