ททท.ชี้ตลาดรัสเซียสุดท้าทาย คู่แข่งอัดหนัก-คาดปี 2567 แตะ 2 ล้านคน
ททท.เผยตลาดรัสเซียสุดท้าทาย ! ท่องเที่ยวไทยเจอคู่แข่งหนักทุกเซ็กเมนต์ ทั้งท่องเที่ยวทางทะเล กลุ่มครอบครัว กลุ่มคู่รัก แต่งงาน เวลเนส แถมเที่ยวบินยังมีน้อย แนะผู้ประกอบการรุกเจาะกลุ่มใช้จ่ายสูง ทำตลาดร่วมกับทัวร์รัสเซีย รวมถึงใช้สื่อออนไลน์โปรโมตสินค้า คาดปี’67 มีนักท่องเที่ยวรัสเซียแตะ 2 ล้านคน
นางสาวขนิษฐา พันธุ์วรวัฒน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมอสโก รัสเซีย เปิดเผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวของไทยในตลาดรัสเซียได้เผชิญความท้าทายจากคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวที่มากขึ้น เช่น แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและชายหาด คู่แข่งสำคัญคือ ตุรกี มัลดีฟส์ ศรีลังกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์
การท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว คู่แข่งหลักคือ ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ การท่องเที่ยวกลุ่มคู่รักแต่งงานคู่แข่งคือ สาธารณรัฐเซเชลส์ มัลดีฟส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การท่องเที่ยวกลุ่มเวลเนสคู่แข่งหลักคือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิสราเอล
ดังนั้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ผู้ประกอบการสามารถโปรโมตผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีความเฉพาะเจาะจง สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูง ผสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการทัวร์รัสเซีย รวมถึงใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโปรโมตสินค้า และใช้พนักงานที่สามารถสื่อสารภาษารัสเซียในการจัดกิจกรรมทางการตลาด
โดย ททท.คาดการณ์ว่าในปี 2566 นี้ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางเข้ามาจำนวน 1.2-1.5 ล้านคน และเพิ่มเป็น 1.4-2 ล้านคนในปี 2567
นางสาวขนิษฐากล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาบัตรโดยสารเคื่องบินที่ยังมีราคาแพงต่อเนื่อง และอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนทำให้นักท่องเที่ยวที่ออกเดินทางมีแนวโน้มมีวันพำนักนานขึ้น รวมถึงมีพฤติกรรมการจองในนาทีสุดท้าย
และด้วยสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน บวกกับอุปสรรคด้านการชำระเงิน ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกจองบริการต่าง ๆ ผ่านบริษัททัวร์ และเลือกจองแพ็กเกจที่รวมหลายบริการไว้ด้วยกัน อีกทั้งเลือกเดินทางไปทวีปยุโรปลดน้อยลง ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวไทย
“ในปี 2565 เราเห็นสัญญาณการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวรัสเซีย โดยเลือกเดินทางไปยังตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ ไทย โดยเป็นการเดินทางเพื่อเที่ยวทะเล ครอบครัว ชมสถานที่ต่าง ๆ ฮันนี่มูน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ”
นางสาวขนิษฐายังกล่าวถึงสถานการณ์เที่ยวบินด้วยว่า ปัจจุบันสายการบินแอโรฟลอตและ S7 ทำการบินจากกรุงมอสโก ครัสโนยาสค์ โนโวซีบีสค์ อีร์คุตสค์ ฮาบารอฟสค์ และวลาดิวอสตอค สู่ประเทศไทย รวมจำนวน 22 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ส่วนเที่ยวบินเช่าเหมาลำเดินทางจากกรุงมอสโก, ครัสโนยาสค์ (Krasnoyarsk), โนโวซีบีสค์ (Novosibirsk), อีร์คุตสค์ (Irkutsk), ฮาบารอฟสค์ (Khabarovsk) และวลาดิวอสตอค (Vladivostok) สู่ประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานภูเก็ตและอู่ตะเภา จำนวน 36 เที่ยวบินต่อเดือน
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียยังนิยมการเดินทางในรูปแบบการต่อเที่ยวบิน ผ่านสายการบินจากโซนตะวันออกกลาง เช่น กาตาร์แอร์เวย์ส ฟลายดูไบ เอมิเรตส์ เอทิฮัด เตอร์กิชแอร์ไลน์ส ซึ่งให้บริการสู่หลากหลายปลายทางในประเทศไทย อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต อู่ตะเภา
“จำนวนเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำที่ยังมีจำนวนน้อยกว่าอดีต นับเป็นความท้าทายของตลาดการท่องเที่ยวรัสเซีย รวมถึงนักท่องเที่ยวยังต้องการข้อมูลที่เป็นภาษารัสเซียและพนักงานที่สามารถพูดภาษารัสเซียได้ ที่สำคัญคือราคาแพ็กเกจการท่องเที่ยวยังมีราคาอยู่ในระดับสูง ประกอบกับปัญหาค่าเงินรูเบิลที่อ่อนค่าอยู่มาก ทำให้เป็นปัจจัยลบมาอย่างต่อเนื่อง”
ด้านนางสาวออก้า ณ ตะกั่วทุ่ง รองกรรมการผู้จัดการ Exotic Voyage กล่าวว่า แม้ว่าชาวรัสเซียต้องเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ แต่นักท่องเที่ยวยังมองว่าการออกเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตนเชื่อว่าเป้าหมายของ ททท. นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2567 จำนวน 2 ล้านคนมีความเป็นไปได้
“เที่ยวบินผ่านฮับการบินในตะวันออกกลาง เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย แต่ความท้าทายของการท่องเที่ยวไทยคือ ตลาดคู่แข่งมีความแข็งแรง ดังนั้น ภาคการท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัว” นางสาวออก้ากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า สถิตินักท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-6 สิงหาคม 2566 มีจำนวน 15,895,421 คน โดยนักท่องเที่ยวรัสเซียมีจำนวน 869,998 คน ครองอันดับ 5 ของนักท่องเที่ยวสูงสุด