“การลงทุนอย่างยั่งยืน”...ได้ทั้งผลตอบแทนในระยะยาว & ช่วยโลกให้น่าอยู่มากขึ้น !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 04 ม.ค. เวลา 08.50 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2566 เวลา 05.31 น. • ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์Where2put Ur Money: แนวโน้มเรื่อง “การลงทุนอย่างยั่งยืน(Sustainable Investing)” ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจในยุคปัจจุบัน และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการปลุกกระแสเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืนทั้งในกลุ่มนักลงทุนบุคคล และนักลงทุนสถาบัน นอกจากนี้ จากผลสำรวจของ “HSBC”ในปี ค.ศ. 2020 พบว่า นักลงทุนจำนวนมากต้องการให้ภาคธุรกิจนำแนวคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability Development) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอีกด้วย
โดยการลงทุนอย่างยั่งยืน ก็คือ การลงทุนที่คำนึงถึงการเติบโตของผลกำไรของกิจการที่สามารถทำได้ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)ด้านสังคม (Social)และด้านบรรษัทภิบาล (Good Governance) หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “ESG” มาใช้เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุน อย่างไรก็ตาม ยังมีนักลงทุนจำนวนมากที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการลงทุนอย่างยั่งยืนทั้งในภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ไม่ได้เป็นแค่การตัดสินใจลงทุนในธุรกิจที่ใส่ใจแต่ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านสังคม หรือด้านบรรษัทภิบาลเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น หากแต่ต้องพิจารณาใส่ใจในทุกด้านๆ ของแนวคิด ESG ควบคู่ไปกับผลการดำเนินงานที่เป็นตัวเงิน (Financial Performance)ของกิจการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว
ไม่ได้หมายความว่า เป็นการลงทุนเพื่อเน้นการทำความดี สะสมแต้มทำบุญ หรือสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นภายในจิตใจตัวเอง หรือต้องการให้กิจการที่ได้ลงทุนไปนั้นมุ่งทำแต่ความดี เสียสละต่อส่วนรวม หรือมีการกำกับดูแลที่เคร่งครัด
“หากแต่เป็นแนวทางการลงทุนที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่า กิจการที่ได้ลงทุนนั้นมีการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเหมาะสม จนสามารถสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้ โดยที่ตัวนักลงทุนเองไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่รักสิ่งแวดล้อม หรืออยากทำความดีให้แก่สังคม หรือมีจริยธรรมที่สูงส่งแต่อย่างใด”
ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสระยะสั้น หากแต่แนวคิดเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืนนี้กลับได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนานหลายสิบปีแล้วโดยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามีการทยอยพัฒนา และออกผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดด้าน ESG ที่หลากหลายให้เลือกลงทุนกันมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นหุ้นยั่งยืน ตราสารหนี้ยั่งยืน และกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน เป็นต้น
“นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวยังได้กลายเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนผู้คนในชุมชนต่างต้องการยึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ได้รับการคาดหวังว่า จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนให้เกิดการกำกับดูแลที่ดี และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่อทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม แน่นอนว่า หากธุรกิจไม่ใส่ใจในเรื่อง ESG ผู้คนก็จะเริ่มต่อต้านธุรกิจนั้นๆ จนส่งผลให้ธุรกิจดังกล่าวไม่สามารถดำเนินกิจการให้ก้าวต่อไปได้นั่นเอง”
เป็นเรื่องซับซ้อนยุ่งยาก เพราะต้องทำการค้นคว้า และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ในเชิงลึก โดยเฉพาะแนวทางในการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ควบคู่ไปกับการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศของตลาดทุนไทยให้สนับสนุนการพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับ ESG มากยิ่งขึ้น
“โดยกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG เพิ่มมากขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้ข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนได้ดียิ่งขึ้น และลดความซับซ้อนยุ่งยากในการวิเคราะห์ลง”
ให้ผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเทียบกับการเก็งกำไรระยะสั้น ประเด็นนี้คงต้องบอกว่า “ความยั่งยืน”เป็นเรื่องที่ไม่สามารถวัดความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้นได้ แต่จากงานวิจัยจำนวนมากกลับพบว่า การลงทุนอย่างยั่งยืนสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทน และลดความเสี่ยง หรือความผันผวนจากการลงทุนลงได้ในระยะยาว
แน่นอนว่า “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ไม่ใช่การลงทุนในมุมมองของนักลงทุนกลุ่มที่มองโลกสวยหรู หรือเป็นเพียงแค่กระแสระยะสั้นเหมือนอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจกัน หากแต่เป็นแนวทางการลงทุนที่เมื่อนำไปปฎิบัติใช้จะสามารถช่วยสร้างโอกาสในการได้รับผลตอบแทนในระยะยาว และยังช่วยให้โลกใบนี้มีความน่าอยู่มากขึ้นนั่นเองครับ